The Mark of Zorro (1920)

The Mask of Zorro

The Mark of Zorro (1920) hollywood : Fred Niblo ♥♥

ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ให้คำนิยาม Action Adventure Swashbuckler ถือได้ว่าเป็นบิดาแห่งฮีโร่สวมหน้ากากทั้งปวง, The Mask of Zorro กำกับโดย Fred Niblo (Ben-Hur, 1925) นำแสดงโดย Douglas Fairbanks ในบทบาทที่ทำให้กลายเป็น Superstar

หนังเงียบเรื่องนี้หารับชมทั่วไปได้ที่ Youtube นะครับ

เชื่อว่าคอหนังสมัยนี้หลายคนคงรู้จักหน้ากากโซโร ฮีโร่สวมหน้ากาก เก่งขี่ม้าฟันดาบ พูดติดสำเนียง Spanish (เป็นชาว Mexican) และเมื่อต่อสู้กับคนร้าย ชนะแล้วจะตราด้วยสัญลักษณ์ Z, จุดเริ่มต้นของแฟนไชร์มาจากนิยายขายดี The Curse of Capistrano (1919) เขียนโดย Johnston McCulley ตอนแรกตีพิมพ์ลงใน นิตยสาร Pulp ชื่อ All-Story Weekly ได้รับการติดต่อซื้อลิขสิทธิ์จาก United Artists สร้างเป็นหนังเงียบเรื่อง The Mark of Zorro ฮิตถล่มทลาย ทำให้มีการสร้างภาคต่อ/remake, ฉบับภาพยนตร์โทรทัศน์, ละครเวที, เกม มากมายนับครั้งไม่ถ้วนในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา

หนังเรื่องนี้ก็มีภาคต่อนะครับ Don Q, Son of Zorro (1925) กำกับโดย Donald Crisp และนักแสดงนำ Douglas Fairbanks กลับมารับบทเป็นลูกชายของ Don Diego Vega ที่ต่อมากลายเป็น Señor Zorro แทนพ่อ

ฉบับที่ว่ากันว่ายอดเยี่ยมที่สุดของหน้ากากโซโล คือ The Mark of Zorro (1940) กำกับโดย Rouben Mamoulian นำแสดงโดย Tyrone Power กับ Linda Darnell ไม่รู้จริงไหม ลองหามารับชมกันเองนะครับ

ครั้งล่าสุดของฉบับภาพยนตร์คือ The Mask of Zorro (1998) และ The Legend of Zorro (2005) นำแสดงโดย Antonio Banderas กับ Catherine Zeta-Jones, นี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แต่จะกลับมาฮิตอีกไหมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะกระแสความนิยมฮีโร่สวมหน้ากากทศวรรษนี้เปลี่ยนไปพอสมควร กับคนธรรมดาอย่าง Don Diego Vega จะไปเทียบอะไรได้กับพวกเหนือมนุษย์ Batman, Spiderman ฯ

ให้สังเกต: หนังเรื่องนี้ใช้คำว่า Mark นะครับ ไม่ใช่ Mask

Douglas Fairbanks (1883 – 1939) นักแสดง โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับชาวอเมริกา เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสตูดิโอ United Artists ร่วมกับ D.W. Griffith, Mary Pickford, Charlie Chaplin เมื่อปี 1919, มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคหนังเงียบกับผลงานภาพยนตร์ Swashbuckler อาทิ The Mark of Zorro (1920), The Three Musketeers (1921), Robin Hood (1922), The Thief of Bagdad (1924) ฯ

เกร็ด: Swashbuckling คือ sub-genre ของ Action ที่พระเอกมักเป็น anti-hero ทำนิสัยแย่ๆ ต่อสู้กับฝ่ายอธรรม และพกดาบเป็นอาวุธ (มีฉากการฟันดาบที่สุดมันส์) หนังดังแนวนี้ในสมัยปัจจุบัน อาทิ แฟนไชร์ Pirates of the Caribbean ฯ

Fairbanks เกิดที่ Denver, Colorado พ่อทิ้งไปตั้งแต่ตอน 5 ขวบ อาศัยอยู่กับแม่ที่เป็นนักแสดงละครเวที ทำให้เขาซึมซับความชื่นชอบและกลายเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก เริ่มต้นจากในโรงละครสมัครเล่นเล็กๆ ต่อมาเข้าร่วมคณะละครสัตว์ คงถูกฝึกฝนให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น สามารถกระโดดโลดเต้นได้ไกล ต่อมาย้ายมา New York กลายเป็นนักแสดง Broadways แต่งงานกับภรรยาคนแรก Anna Beth Sully เมื่อปี 1907 มีลูกด้วยกัน 1 คน และย้ายมาอยู่ Los Angeles ปี 1915

ที่นี่เองทำให้ได้เซ็นสัญญากับ Triangle Pictures กลายเป็นนักแสดงภาพยนตร์ มีผลงานเรื่องแรก The Lamb (1915) ด้วยความโลดโผน ยืดหยุ่น ว่องไวทางร่างกายของ Fairbanks ทำให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจกับการแสดง สามารถสร้างชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็ว

ปี 1916, Fairbanks ออกมาตั้งบริษัทของตนเอง Douglas Fairbanks Film Corporation เซ็นสัญญาร่วมงานกับ Paramount ทำให้ได้พบกับ Mary Pickford ว่าที่ภรรยาคนที่สอง กับ Charlie Chaplin (ตอนนั้นสองคนนี้คือ นักแสดงค่าตัวสูงสุดใน Hollywood) เมื่อได้ Fairbanks เข้าไปร่วมก๊วนอีกคนก็กลายเป็นสามทหารเสือ ร่วมกับ D.W. Griffith ทั้งสี่ก่อตั้งสตูดิโอ United Artists เพื่อคานอำนาจระบบสตูดิโอที่พยายามควบคุมบังคับทุกสิ่งอย่าง โดยมีเป้าหมายคือ เสรีภาพในการสร้างภาพยนตร์ของตนเอง, ภาพยนตร์เรื่องแรกของ UA คือ His Majesty, the American (1919) นำแสดงโดย Douglas Fairbanks ด้วยทุนสร้างที่มีจำกัด แต่ก็ทำกำไรได้พอสมควร

สำหรับหนังเรื่องนี้ เห็นว่าเป็น Mary Pickford เลือกให้กับสามีคนใหม่ Fairbanks ที่ขณะนั้นกำลังมีความสนใจอยากวิวัฒนการตัวเอง หลังจากแสดงในหนังแนวโรแมนติก-คอเมอดี้ มากว่า 20 เรื่อง เปลี่ยนเป็นแนว Costume-Adventure คือเรื่องราวการผจญภัย มีการสวมใส่ชุดเสื้อผ้าที่โดดเด่นแตกต่างจากปกติ

กับคนที่เคยอ่านนิยาย The Curse of Capistrano จะพบว่ามีหลายส่วนที่เปลี่ยนแปลงไป
– หน้ากากของ Zorro:ในนิยายนั้นจะเป็นแบบปกปิดทั้งหน้า แต่ Fairbanks ต้องการแค่ปิดครึ่งเดียวท่อนบนเท่านั้น ส่วนชุดเสื้อ/กางเกงยังคงคอนเซ็ปเดิม
– การตราสัญลักษณ์ Z: ในนิยายมีแค่พูดถึงเท่านั้นไม่มีเกิดขึ้นจริง แต่หนังได้ทำให้การตรา Z กลายเป็นเหมือนนามบัตร/ลายเซ็นต์ สัญลักษณ์ประจำตัว
– แส้: ในนิยายใช้เพื่อโบย เฆี่ยน ลงทัณฑ์ ตัวร้ายเท่านั้น, กับหนังเรื่องนี้เหมือนว่าแส้จะหายไป แต่ Don Q Son of Zorro เห็นว่ากลายเป็นอาวุธคู่กายไปเลย
– นิสัย: ในนิยาย Don Diego เป็นคนขี้เกียจคร้านตั้งแต่เด็ก แต่หนังสันหลังยาวเพราะต้องการตบตาพ่อและเพื่อนฝูง
– เป้าหมายของ Zorro: ในนิยายเพื่อให้ผู้นำการปกครองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทำตัวดีขึ้นเท่านั้น แต่หนังต้องการเปลี่ยนทั้งระบบ
– ในนิยาย Don Diego Vega จะไม่เปิดเผยตนเองกระทั่งตอนจบ แต่ในหนังนำเสนอให้รับรู้ได้ตั้งแต่แรกว่าเขาคือ Zorro (ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ใครที่ไหนก็คงเดาได้)

มอบหมายให้ Fred Niblo ผู้สร้างภาพยนตร์รุ่นบุกเบิก ที่มีผลงานเข้าตา Fairbanks เป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้,

ชื่อจริง Frederick Liedtke (1874 – 1948) เกิดที่ York, Nebraska แม่เป็นคนฝรั่งเศส เริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงทัวร์ Vaudeville ออกเดินทางไปทั่วอเมริกา ได้รู้จักแต่งงานกับ Josephine Cohan พี่สาวคนโตของ George M. Cohan เป็นผู้จัดการร่วมทัวร์ Yankee Doodle Dandy อยู่ช่วงหนึ่ง จนภรรยาด่วนเสียชีวิตเมื่อปี 1916

ช่วงหนึ่งระหว่างออกทัวร์ Australia มีโอกาสได้กำกับหนังเงียบเรื่องแรก Get-Rich-Quick Wallingford (1916) เขียนบทโดย George M. Cohan ทำให้ได้รู้จักกับ Enid Bennett นักแสดงหญิงที่ได้ร่วมกัน ต่อมาแต่งงานกลายเป็นภรรยาคนที่สอง, สำหรับ The Mark of Zorro เป็นช่วงเดินทางกลับอเมริกา และ Niblo ได้สร้างหนังร่วมกับภรรยา Bennett หลายเรื่องจนประสบความสำเร็จ เข้าตา Fairbanks ชักชวนมาให้ช่วยกำกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ ซึ่งผลลัพท์กลายเป็นทำเงินล้นหลามแบบคาดไม่ถึง ทำให้มีโอกาสร่วมงานกับ Fairbanks อีกครั้งใน The Three Musketeers (1921) และได้สร้าง Ben-Hur: A Tale of the Christ (1925) หนังเงียบที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดตลอดกาล

The Mark of Zorro เล่าเรื่องของ Don Diego Vega (รับบทโดย Douglas Fairbanks) ลูกชายขี้โอ่ของมหาเศรษฐี Don Alejandro เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ที่ Spanish California (ในนิยายจะเป็นชื่อเมืองสมมติ Californio) ช่วงต้นทศวรรษที่ 19, ด้วยความไม่พึงพอใจต่อระบบการบริหารงานของรัฐบาลที่เป็นแบบ Colonial เต็มไปด้วยความคอรัปชั่น คนรวยเอาเปรียบคนจน Don Diego จึงปลอมตัวเองสวมหน้ากากคล้าย Robin Hood เรียกตัวเองว่า Señor Zorro (ภาษาสเปนแปลว่า Fox, หมาจิ้งจอก) ต่อสู้กับ Governor Alvarado (รับบทโดย George Periolat) และลูกสมุน Captain Juan Ramon (รับบทโดย Robert McKim) กับ Sergeant Pedro Gonzales (รับบทโดย Noah Beery, Sr.) อีกทั้งยังต้องหาวิธีพิชิตใจสาว Lolita (นำแสดงโดย Marguerite De La Motte) ไปพร้อมๆกันด้วย

เรื่องการแสดงคงไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก เว้นกายกรรมครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของ Douglas Fairbanks ที่กระโดดโลดโผนขึ้นลงข้ามตึก ในคราบหน้ากาก Señor Zorro หนีการจับกุมของ Governor Alvarado ที่พยายามวิ่งไล่จนสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถต้อนจนมุมได้

และนักแสดงนำหญิง Marguerite De La Motte ในบท Lolita ต้องถือว่ามีเคมีเข้าขากับ Fairbanks ได้เป็นอย่างดี ผมชอบตรงการแสดงออกของเธอต่อ Don Diego, Señor Zorro, Captain Ramon มีความแตกต่างอย่างชัดเจน สร้างความน่าหลงใหล ชีวิตชีวาให้กับตัวละคร น่าเสียดายช่วงท้าย บทของเธอหลงเหลือเพียงเป็นแค่ ‘damsel in distress’ (คนสวยช่วยตัวเองไม่ได้) รอให้พระเอกมาช่วยสถานเดียว

ในด้านเทคนิค ต้องถือว่า Niblo ได้ประยุกต์สร้างแนวทางของตนเองขึ้นมา แตกต่างจาก D.W. Griffith ในยุคสมัยนั้นที่จะช็อตเดียวคลอบคลุมเรื่องราวทุกสิ่งอย่าง, เราจะเห็นภาพ Close-Up เท้าเหยียบ มือหยิบดาบ ฯ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ รวมถึงภาพระยะใกล้ Medium Shot เห็นครึ่งตัว ฯ ซึ่งเป็นการทำให้ผู้ชมสามารถรับรู้เรื่องราวการกระทำของตัวละครมากขึ้นด้วย

หัวใจหลักแทบไม่มีความแตกต่างระหว่าง โรบินฮูด (Robin Hood) กับหน้ากากโซโร ทั้งคู่เป็นวีรบุรุษนอกกฎหมาย (โรบินฮูดเป็นคติชนอังกฤษ, ส่วนโซโรเป็นคติชนอเมริกา) มีความเชี่ยวชาญในการต่อสู้ (เหมือนกันคือฟันดาบ, ต่างคือโรบินฮูดยิงธนู ส่วนโซโรยิงปืนและใช้แส้) ด้วยอุดมการณ์ ‘ปล้นจากคนรวยช่วยเหลือคนยากจน’ ชุดที่สวใก็เช่นกัน (โรบินฮูดใส่เสื้อสีเขียว, โซโรคาดหน้ากาก เสื้อกางเกงรัดรูปสีเข้ม) แต่เพราะตำนานโรบินฮูดเล่าขานมาตั้งแต่ยุค Medieval ส่วนโซโรเพิ่งจะปี 1919 เรื่องไหนเป็นแรงบันดาลใจต่อกันคงพอมองเห็นกันอยู่

The Mark of Zorro คือหนังเงียบเรื่องที่ถือว่าเป็น Landmark ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้น Superstar ของ Douglas Fairbanks แต่คือการพัฒนาเกิดขึ้นของหนังแนว Action, Adventure, Swashbuckler การต่อสู้ผจญภัยที่สนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจและมีฝันดาบ (น่าจะพระเอกประเภท Anti-Hero ด้วยนะ) หนังแนวนี้เรื่องอื่นที่ดังๆในศตวรรษที่ผ่านมา อาทิ The Three Musketeers (1921), Robin Hood (1922), The Count of Monte Cristo (1934), Captain Blood (1935), The Adventures of Robin Hood (1938), Adventures of Don Juan (1948), Star Wars (1977) ก็ถือเป็น Swashbuckler เช่นกันนะครับ, แฟนไชร์ Pirates of the Caribbean ฯ

แม้จะไม่มีรายงานตัวเลขทุนสร้าง/รายรับ/กำไรที่แน่นอน แต่ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนังประสบความสำเร็จที่สุดของปี และอิทธิพลใหญ่สุดของหนังคือ เป็นจุดกำเนิดเริ่มต้นของ Batman, มี Trivia หนึ่งเขียนไว้ใน IMDB น่าสนใจทีเดียว บอกว่า The Mark of Zorro คือภาพยนตร์เรื่องที่ Thomas และ Martha Wayne ได้พาลูกชาย Bruce มารับชมก่อนถูกฆ่าใน Gotham City เมื่อปี 1920, แต่ผมไม่รู้นะครับว่าจากต้นฉบับเล่มไหนนะ

ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆกับหนังเรื่องนี้ ไม่ชอบไม่เกลียดไม่รู้สึกอะไร คือหนังก็สนุกอยู่นะครับ มีฉากต่อสู้สนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจ แต่กลับไม่มีอะไรมากกว่านั้นจะทำให้ผมเกิดความชื่นชอบหลงใหล บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม คงเพราะกาลเวลาทำให้คุณภาพของหนังลดลง หรือไม่ก็เนื้อเรื่องราวที่เชยสนิทไม่มีอะไรใหม่ แบบนี้เข้าข่าย’หนังคลาสสิก’

แนะนำกับคอหนังเงียบคลาสสิก ชื่นชอบหนัง Action, Adventure, Swashbuckler เรื่องราวธรรมะชนะอธรรม, แฟนๆของ Douglas Fairbanks และหน้ากากโซโร ห้ามพลาดทีเดียว

จัดเรต PG กับฉากต่อสู้หวาดเสียว

TAGLINE | “ถึง The Mark of Zorro นำแสดงโดย Douglas Fairbanks จะคือจุดเริ่มต้นของหนังแนว Action Adventure Swashbuckler ที่มีความสนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจ แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”
QUALITY | THUMB UP
MY SCORE | SO-SO

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of