The Princess Bride (1987)

The Princess Bride

The Princess Bride (1987) hollywood : Rob Reiner ♥♥♥♡

William Goldman แต่งวรรณกรรม The Princess Bride ขึ้นจากเรื่องเล่าก่อนนอนที่ตนเองครุ่นคิดเล่าให้ลูกสาวฟัง ข้อเรียกร้องของเด็กสาวช่างมากเหลือเกิน กลายมาเป็นส่วนผสมของ Comedy, Adventure, Action, Fantasy, Romance, Fairy Tale คลุกเคล้ากันลงตัวได้อย่างไรก็ไม่รู้ กลายเป็นภาพยนตร์กระแส Cult ได้รับความนิยมเหนือกาลเวลา

ในบรรดาผลงานเขียนของ Goldman ทั้งนวนิยาย ละครเวที บทภาพยนตร์ดังๆ อาทิ Butch Cassidy and the Sundance Kid (1969), All the President’s Men (1976), A Few Good Men (1992) ฯ เรื่องที่ได้เสียงตอบรับล้นหลาม กาลเวลาผ่านไปยังมีคนพูดถึงอยู่คือ The Princess Bride

“I’ve gotten more responses on The Princess Bride than on everything else I’ve done put together—all kinds of strange outpouring letters. Something in The Princess Bride affects people”.

– William Goldman (1931 – 2018)

ผมรู้สึกเสียดายตนเองที่ไม่ได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้เมื่อครั้นยังเด็ก ไร้เดียงสา อ่อนต่อโลก นี่คือเรื่องราวสรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ ความบันเทิงแบบไม่ต้องครุ่นคิดอะไรมาก สนุกสนาน ครบเครื่อง แฝงข้อคิด เพราะพอเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วดูหนังเรื่องนี้ รู้สึกมันไม่ค่อยอิ่มหนำสักสำราญเท่าไหร่ คงเพราะสามารถคาดเดาอะไรๆได้ทั้งหมด ทุกอย่างเลยธรรมดาสามัญเกินไปหน่อย

Rob Reiner (เกิดปี 1947) นักแสดง/นักเขียน/ผู้กำกับ สัญชาติอเมริกา เกิดที่ The Bronx, New York ลูกของสองนักแสดงชื่อดัง Carl Reiner กับ Estelle Reiner ทำให้ตัวเขามีความสนใจด้านนี้ตั้งแต่เด็ก เรียนจบจาก University of California เริ่มทำงานเป็นนักแสดงละครโทรทัศน์, รายการตลก, เขียนบท, กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก This Is Spinal Tap (1984) โด่งดังกับ Stand by Me (1986), The Princess Bride (1987), When Harry Met Sally… (1989), A Few Good Men (1992), The American President (1995) ฯ น่าแปลกที่เจ้าตัวไม่เคยได้เข้าชิง Oscar: Best Director สักครั้งหนึ่ง

ตั้งแต่ยังเด็ก Reiner มีความชื่นชอบหลงใหล The Princess Bride คือหนังสือเล่มโปรดได้รับเป็นของขวัญจากพ่อ เติบโตขึ้นหลังเริ่มประสบความสำเร็จจากผลงานเรื่องแรก This is Spinal Trap (1984) ตระหนักขึ้นมาได้ว่านี่คือโอกาสสานฝันดัดแปลงสร้างภาพยนตร์

ก่อนหน้านี้ 20th Century Fox เคยซื้อลิขสิทธิ์ The Princess Bride ตั้งแต่ปี 1973 จ่ายเงิน Goldman สูงถึง $500,000 เหรียญ วางตัวผู้กำกับ Richard Lester เซ็นสัญญาว่าจ้างไว้เรียบร้อยแล้วด้วย แต่ไม่ได้สร้างเพราะโปรดิวเซอร์คุมโปรเจคถูกไล่ออก

หลายปีถัดมา Goldman ขอซื้อลิขสิทธิ์กลับ มีผู้กำกับให้ความสนใจอย่าง Francois Truffaut, Robert Redford, Norman Jewison สุดท้ายโอกาสมาถึง Reiner หาทุนสนับสนุนได้จาก Norman Lear สังกัดสตูดิโอ Fox คราวนี้ได้สร้างแน่เลยยินยอมขายให้อีกครั้ง

เพราะ Reiner ต้องการดัดแปลงหนังสือเล่มนี้ให้ใกล้เคียงวิสัยทัศน์ผู้เขียนมากที่สุด ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Goldman ไม่เพียงแค่พัฒนาบทภาพยนตร์ แต่ยังร่วมคัดเลือกนักแสดง เดินทางไปเยี่ยมกองถ่ายบ่อยครั้งทีเดียว ซึ่งการทำงานของผู้กำกับชอบชักชวนทุกๆคนมารับประทานอาหารค่ำร่วมกัน แทบทุกคนสนิทชิดเชื้อกันเป็นอย่างดี

เกร็ด: William Goldman ใช้นามปากกา S. Morgenstern ในการอ้างถึง The Princess Bride แล้วขึ้นว่า ‘Abridged by William Goldman’ นี่เป็นการสร้างความขบขัน ล้อเลียน แบบเดียวกับ Dread Pirate Roberts สืบทอดตำแหน่งมาอีกทีหนึ่ง

เด็กชายคนหนึ่งไม่สบายนอนอยู่บนเตียง ปู่เดินทางมาเยี่ยม หยิกแก้มเล่น อ่านหนังสือ The Princess Bride ให้หลานฟัง, เรื่องราวของหญิงสาวสวย Buttercup (รับบทโดย Robin Wright) ตกหลุมรักหนุ่มบ้านฟาร์ม Wesley (รับบทโดย Cary Elwes) เพื่อจะได้มีเงินมาสู่ขอเธอแต่งงาน ตัดสินใจออกเดินทางล่องเรือแสวงโชค แต่ถูกโจมตีโดยโจรสลัด Dread Pirate Roberts ใครๆคิดว่าคงสูญสิ้นชีวิตไปแล้ว

หลายปีถัดมา Bittercup ได้รับการหมั้นหมายให้แต่งงานกับ Prince Humperdinck (รับบทโดย Chris Sarandon) แม้มิได้เต็มใจนักแต่ลูกผู้หญิงจะให้ทำไงได้ วันหนึ่งถูกลักพาตัวโดยสามกุ้ย ประกอบด้วย
– นักดาบ Spanish ชื่อ Inigo Montoya (รับบทโดย Mandy Patinkin) ผู้มีความเคียดแค้นต้องการเข่นฆ่าต่อชายหกนิ้ว Count Tyrone Rugen (รับบทโดย Christopher Guest) ที่เคยเข่นฆ่าบิดาของตนเอง
– ยักษ์ใจดี Fezzik (รับบทโดย André the Giant) พละกำลังเหลือล้น แต่สติปัญญาน้อยนิด
– หัวหน้ากลุ่ม Vizzini (รับบทโดย Wallace Shawn) เชื้อสายอิตาเลี่ยน/Sicilian เป็นคนปากร้ายใจทราม เฉลียวฉลาดแต่ในทางแสวงหาผลประโยชน์เข้าตนเอง

โดยไม่รู้ตัวมีชายสวมหน้ากากชุดดำติดตามพวกเขามา สามารถต่อสู้เอาชนะทั้งสามและลักพาตัวว่าที่เจ้าสาว Bittercup เปิดเผยภายหลังถึงล่วงรู้ว่านั่นคือ Wesley ผู้สืบทอดตำแหน่งกลายเป็นโจรสลัด Dread Pirate Roberts แต่แล้ว Prince Humperdinck และ Count Tyrone Rugen ติดตามมาพบเจอ จับกุมตัวคุมขังยัง Pit of Despair ทรมานจนเกือบสูญสิ้นลมหายใจ ขณะที่หญิงสาวก็กำลังถูกบีบบังคับให้ต้องเข้าพิธีสมรสในอีกไม่กี่วัน

นำแสดงโดย Ivan Simon Cary Elwes (เกิดปี 1962) สัญชาติอังกฤษ เกิดที่ Westminster, London โตขึ้นเข้าเรียน London Academy of Music and Dramatic Art ก่อนย้ายมาอเมริกา ศึกษาต่อยัง Acters Studio ตามด้วย Lee Strasberg Theatre and Film Institute ภายใต้ Al Pacino, ภาพยนตร์เรื่องแรก Another Country (1984), Lady Jane (1986), เริ่มมีชื่อเสียงกับ The Princess Bride (1987), ผลงานเด่นอื่นๆ Glory (1989), Saw (2004) ฯ

รับบท Westley จากชายหนุ่มผู้พูดได้เพียงประโยค ‘As you wish’ กลายมาเป็นโจรสลัด Dread Pirate Roberts ฝีมือดาบเก่งกาจ ไหวพริบเป็นเลิศ และมีความเฉลียวฉลาดรอบรู้ จึงสามารถเอาชนะกุ้ยทั้งสามได้ลักขโมยแฟนสาวได้สำเร็จ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขากลับได้รับบทท้าพิสูจน์ชุดใหม่ ถูกทรมานเจ็บปวดรวดร้าวแทบขาดใจ ชีวิตนี้ยังเหลืออะไรให้ต้องเติม ไขว่คว้ามาครอบครองอยู่หรือเปล่า

นอกจากภาพลักษณ์อันหล่อเหลากระชากใจของ Elwes (แอบเหมือน Douglas Fairbanks อยู่เล็กๆ) คงต้องชมความทุ่มเทพยายาม โดยเฉพาะฉากดวลดาบที่สมจริงมากๆ คงต้องใช้เวลาเตรียมตัวซักซ้อมอยู่นานทีเดียว และช่วงท้ายที่ร่างกายขยับเคลื่อนไหวเองไม่ได้ นั่นเรียกเสียงหัวเราะขบขันได้มากทีเดียว (ประมาณว่า ถึงร่างกายไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ถ้าจิตใจยังตั้งมั่นคง แน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง ก็สามารถเอาชนะศัตรูภัยพาลได้อยู่ดี)

เกร็ด: Elwes กับ Patinkin ร่ำเรียนวิชาฟันดาบจาก Peter Diamond กับ Bob Anderson แชมป์โลกชาวอังกฤษ ที่ยังเคยเป็นครูฝึกให้นักแสดงจากหนังอย่าง Star Wars, Raiders of the Lost Ark (1981), Lord of the Rings Trilogy ฯ

Robin Gayle Wright (เกิดปี 1966) นักแสดงหญิงสัญชาติอเมริกัน เกิดที่ Dallas, Texas โตขึ้นเข้าสู่วงการจากเป็นนางแบบ มีชื่อเสียงจากละครโทรทัศน์ Soap Opera ตามด้วยภาพยนตร์ The Princess Bride (1987), Forrest Gump (1994), Unbreakable (2000), Moneyball (2011), Wonder Woman (2017) ฯ

รับบท Buttercup หญิงสาวผู้มีความตั้งมั่นจริงใจ รักเดียวใจเดียว แต่สถานะความเป็นหญิงจึงไม่สามารถครุ่นคิดทำอะไรได้ด้วยตนเอง มีชีวิตอยู่ในกรงขัง รอการช่วยเหลือ ‘damsel in distress’ จากพระเอกขี่ม้าขาว

ผมว่าบทบาทนี้ตรงกันข้ามกับ Wright ในชีวิตจริงมากๆเลยนะ อาจเพราะตอนนั้นวัยวุฒิยังน้อย อ่อนด้อยประสบการณ์ในชีวิต ดวงตาสะท้อนความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่สิ่งปรารถนาหนึ่งเดียวในชีวิต ถ้าไม่ได้มาครอบครองก็พร้อมครุ่นคิดกระทำบางอย่าง ด้วยจิตใจตั้งมั่นแน่วแน่มั่นคง

บรรดานักแสดงสมทบหนัง แต่ละคนก็ใช่ย่อยเหมือนกัน
– Chris Sarandon รับบท Prince Humperdinck เจ้าชายปลอมๆที่ดีแต่ปาก สุดท้ายกลับปอดแหกตาขาว พ่ายตั้งแต่ยังไม่ทันออกรบ, ผมคิดว่า Sarandon ได้รับเลือกบทนี้เพราะ Dog Day Afternoon (1975) แน่ๆ อาการแต๋วแตกของเกย์หนุ่ม ขัดแย้งกับภาพลักษณ์โคตรแมนของเขาโดยสิ้นเชิง
– Christopher Guest รับบทมนุษย์หกนิ้ว Count Tyrone Rugen ฝีมือคงไม่เท่าไหร่ แต่เล่ห์เหลี่ยม ปลิ้นปล้อน กะล่อนกลับกลอก ไม่เป็นสองรองใคร, หนวดเคราของ Guest ดูไปคล้ายคลึงกับ Dracula อยู่ไม่น้อย (ตัวจริงของ Guest คือ Baron Haden-Guest แห่ง House of Lords) แต่แทนที่จะคอยสูบเลือดกลับพยายามสูบชีวิตผู้อื่นผ่านเครื่องทรมาน สุดท้ายเลยเขาเลยถูกจิ้มๆจนเลือดไหลหมดตัว

เดี๋ยวนะ สองตัวร้ายของหนังนำแสดงโดย Chris… เหมือนกัน

สามกุ้ยผู้เป็นตัวแทนของ ทักษะฝีมือ (Skillful), พละกำลัง (Strength) และสติปัญญา (Wit/Intelligence)
– Mandy Patinkin รับบท Inigo Montoya ประโยคเด็ดของชายคนนี้คือ ‘Hello. My name is Inigo Montoya. You killed my father; prepare to die!’ ซึ่งเจ้าตัวก็ชื่นชอบกับมันมากๆ เคยมีแฟนๆพูดย้อนกับเขาหลายครั้ง ได้รับการจดจำสูงสุดตั้งแต่เคยแสดงภาพยนตร์มา
– André the Giant รับบท Fezzik ยักษ์ใหญ่ใจดี พละกำลังมหาศาล แต่ André เพิ่งไปผ่าหลังมายกของหนักไม่ได้ ทุกฉากที่เห็นมันจะมีเบื้องหลังบางอย่างหลบซ่อนอยู่ สลิง นักแสดงแทน ฯ
– Wallace Shawn รับบท Vizzini หัวหน้ากุ๊ยที่ใช้ความเฉลียวฉลาดของตนเองในทางไม่ค่อยเฉลียวฉลาดสักเท่าไหร่ ชอบพูดคำว่า Inconceivable (แปลว่า นึกไม่ถึง), เห็นว่าบทนี้ทีแรกต้องการ Danny DeVito เพราะพื้นหลังคือชาว Sicillian แต่กลายเป็น Shawn ที่ได้บท ซึ่งเจ้าตัวเกิดความหวาดระแวงเพราะคิดว่าถ้าเล่นไม่ดีอาจถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อ แต่ผู้กำกับยืนกราน นายนี่แหละเหมาะสมกับบทที่สุดแล้ว

และสองสีสันของหนัง Billy Crystal ในบท Miracle Max และ Carol Kane รับบท Valerie ทั้งสองจริงๆแล้วยังหนุ่ม-สาว อายุรุ่นราวสามสี่สิบปีเองนะ แต่ได้ทำแต่งหน้าทำผมให้ดูแก่เกินวัย ทุกอย่างเกิดจากการดั้นสด ‘Improvise’ เพื่อเรียกเสียงหัวเราะอย่างเต็มพิกัด ถึงขนาดผู้กำกับ Reiner ทนอยู่ในฉากหยุดหัวเราะไม่ได้ (Mandy กับ André ก็เกือบเอาตัวไม่รอดเช่นกัน)

แซว: บทรับเชิญเล็กๆของ Crystal และ Kane ได้รับยกย่องจากนักวิจารณ์ ‘cameos of the century’

ถ่ายภาพโดย Adrian Biddle ตากล้องสัญชาติอังกฤษ ผลงานเด่นๆ อาทิ Alien (1986), The Princess Bride (1987), Thelma & Louise (1991), The World Is Not Enough (1999), The Mummy Returns (2001) ฯ

สถานที่ถ่ายทำอยู่บนเกาะอังกฤษ และประเทศไอร์แลนด์ อาทิ
– Lathkill Dale where it meets Cales Dale (ฉากดวล Battle of wits)
– Bradley Rocks (ฟาร์มของ Wesley) กับ Robin Hood’s Stride (ฉากโยนหิน สู้กับยักษ์), Birchover, Derbyshire
– Cave Dale, Castleton, Derbyshire (หนทางมุ่งสู่ Fire Swamp, หน้ากากหลุด)
– Cliffs of Moher, County Clare, ประเทศ Ireland (สำหรับฉาก Cliffs of Insanity)
– Haddon Hall, Bakewell, Derbyshire (ปราสาทของ Prince Humperdinck)
– Penshurst Place, Kent (ฉากภายในปราสาท ขณะดวลดาบ)
– และหลายๆฉากสร้างขึ้นในสตูดิโอ Shepperton Studios, Surrey
ฯลฯ

การผสมผสานระหว่างถ่ายทำสถานที่จริง จำลองสร้างฉากในสตูดิโอ และภาพวาดบนกระจก Matte Painting สร้างความหลากหลาย ‘แฟนตาซี’ ให้กับหนัง สนองแนวคิดคลุกเคล้าทุกสิ่งอย่างเข้าด้วยกัน Comedy, Adventure, Action, Fantasy, Romance, Fairy Tale ครบทุกอรรถรสภาพถ่าย

เริ่มต้นเล่านิทาน The Princess Bride ด้วยการถ่ายทำจากสถานที่จริง จับต้องได้

ช็อตรองสุดท้าย กลุ่มพระเอกควบขี่สี่ม้าขาวมุ่งสู่อิสรภาพไร้ขอบเขต ใช้การภาพวาดบนกระจก Matte Painting เรียกว่าเต็มไปด้วยความเพ้อฝันแฟนตาซี

จริงๆช็อตสุดท้ายของนิทาน พระ-นางจุมพิตกัน พื้นหลังก็เป็นภาพวาดบนกระจก Matte Painting สร้างฉากขึ้นในสตูดิโอเหมือนกันนะ (เห็นว่าเป็นฉากถ่ายทำเพิ่มเติมตอนหลัง เพื่อให้หนังจบแบบ Happy Ending)

ตัดต่อโดย Robert Leighton สัญชาติอังกฤษ ขาประจำของ Rob Reiner เคยเข้าชิง Oscar: Best Edited เรื่อง A Few Good Men (1993)

หนังดำเนินเล่าเรื่องจากหนังสือที่คุณปู่ (Peter Falk) อ่านให้หลาน (Fred Savage) ซึ่งจะมีการตัดสลับไปมาคั่นระหว่าง เพื่อนำเสนอปฏิกิริยาบางขณะ และตบมุกสร้างสีสัน
– เริ่มต้นอารัมภบท พระ-นางกำลังจะจูบกัน ตัดมาหลานชายทำหน้าแหยะๆ บ่นอุบไหนละการผจญภัยต่อสู้สุดมันส์
– นางเอกกำลังถูกปลาไหลจับกิน ตัดกลับมาคุณปู่พูดหยอกล้อเล่นกับหลาย ขัดจังหวะกำลังตื่นเต้นเร้าใจ
– พระเอกเหมือนตายไปแล้ว ตัดมาหลานชายบ่นอุบ แล้วใครจะช่วยเหลือนางเอก ต่อสู้เอาชนะตัวร้าย!

เท่าที่ผมสังเกตเห็นเมื่อมีการตัดสลับกลับมาหาปู่-หลาน เรื่องราวมักพลิกผันเปลี่ยนแปลงกลายเป็นอีกอย่างไปเลย นี่อาจเกิดจากผู้แต่งหนังสือ Goldman เมื่อถูกลูกสาวตนเองคาดเดาเรื่องราวต่อไปได้ เลยจำต้องหักมุมทำให้แตกต่าง เพื่อสร้างความน่าสนใจให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เพลงประกอบโดย Mark Knopfler นักร้องนำวง Dire Satraits แต่งเพลง เล่นกีตาร์ สัญชาติอังกฤษ ผลงานเพลงประกอบเด่นๆอาทิ The Princess Bride (1987), Wag the Dog (1997) ฯ

บทเพลงมีหลากหลายแนว ตั้งแต่แฟนตาซีชวนฝัน สนุกสนานครึกครื้นเครง ตื่นเต้นเร้าใจ หวานแหววโรแมนติก ขึ้นอยู่กับช่วงขณะเหตุการณ์นั้นๆ กลมกลืนเข้าไปในหนังได้อย่างลงตัว ฟังจากอัลบัม Soundtrack ไพเราะทุกบทเพลง

บทเพลง The Swordfight ใครเคยเล่นเกมแนวต่อสู้/ผจญภัย ในเครื่องรุ่นเก่าๆอย่าง Famicom, Gameboy, PS1 น่าจะคุ้นเคยกับทำนองดนตรีลักษณะนี้เป็นอย่างนี้ ซึ่งพอประกอบหนังเรื่องนี้มันเลยแบบว่า … สู้กันเหมือนเล่นเกม ไม่ได้จริงจัง เอาเป็นเอาตายสักเท่าไหร่

สำหรับ Ending Song ชื่อ Storybook Love ขับร้องโดย Willy DeVille ได้เข้าชิง Oscar: Best Original Song พ่ายให้กับบทเพลงจาก Dirty Dancing (1987)

สำหรับเด็กๆ The Princess Bride คือเรื่องราวแฟนตาซีชวนเพ้อฝัน แฝงข้อคิดบางอย่าง
– ให้รู้จักใช้คำสุภาพ please, sir อาจทำให้รอดชีวิตจากโจรสลัดผู้ชั่วร้าย
– คนที่มีภาพลักษณ์น่ากลัว ยักษ์ใหญ่ อาจจะใจดีก็ได้ (อย่าตัดสินคนที่ภาพลักษณ์)
– ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
– รักษาสัจจะคำพูด ทำให้ได้ดังลมปาก นั่นสำคัญที่สุด
– จิตใจตั้งมั่นในความดี ปาฏิหารย์ย่อมบังเกิด
– โกหกหลอกลวง มิอาจสู้การพูดความจริง
– เก่งเพียงใช้กำลังไม่สามารถเอาชนะได้ทุกสิ่งอย่าง ต้องผสมการครุ่นคิดวางแผนด้วยสติปัญญา จักไม่มีวันพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา
ฯลฯ

ความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ คือการได้เสียงหัวเราะ ผ่อนคลายตึงเครียด หลายๆอย่างเป็นการจิดกัด เสียดสีล้อเลียน ‘Satire’ ความโรแมนติกกิ๊กก๊อก ตัวร้ายก๊องแก๊ง เรื่องราวแทบทั้งนั้นคาดเดาได้ แต่ลูกล่อลูกชน การตลบตบมุกย้อนแย้ง สร้างความขบขัน (แบบเดียวกับที่ Vizzini กลับกลอกไปมา สลับแก้วไวน์ยาพิษกับชายชุดดำ)

มีแนวคิดหนึ่งที่ผมค่อนข้างชอบมากๆ นั่นคือล้อเลียนการสืบสานต่อ
– หนังสือ The Princess Bride จากทวดสู่ปู่ เคยอ่านให้พ่อฟัง ครั้งนี้ส่งมอบต่อหลาน
– ตำแหน่งโจรสลัด Dread Pirate Roberts จากใครก็ไม่รู้มาจนถึงรุ่นปัจจุบัน Wesley
– รวมถึงนามปากกา S. Morgenstern ของ William Goldman อ้างว่าสรุปย่อจากมา

กว่าที่ Wesley จะได้ครอบครองหญิงสาว เขาต้องทำการพิสูจน์ถึง ทักษะฝีมือ (Skillful), พละกำลัง (Strength), สติปัญญา (Wit/Intelligence) แต่หลังจากเอาชนะสามกุ้ยมาได้แล้วสงครามยังไม่จบสิ้น ลำดับต่อไปคือ พิสูจน์ความกล้าหาญ (Fire Swamp), อดทนอดกลั้นต่อความสิ้นหวัง (Pit of Despair), ตราบใดยังมีความตั้งมั่น และโชคชะตาเข้าข้าง (Miracle Max), ใช้ประสบการณ์ทุกสิ่งอย่างที่ผ่านมา (รวมเอา Skillful+Strength+Intelligence) เอาชนะศัตรูได้ครบถ้วนทุกแขนง

ช่วงท้ายไคลน์แม็กซ์ การเกทับของ Wesley ต่อ Prince Humperdinck พูดจาโอ้อวดถึงสิ่งที่ตนจะกระทำล้างแค้นเอาคืนอย่างเว่อวังอลังการ ปรากฎว่าหมอนี่ได้ยินแล้วปอดแหก วางดาบ ยกธงขาวยอมแพ้ กลายเป็นชัยชนะที่เกิดจากเล่ห์เหลี่ยมสติปัญญา ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังอาวุธเข้าห่ำหั่นต่อสู้ ก็สามารถมุ่งสู่เป้าหมายปลายทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ด้วยทุนสร้าง $16 ล้านเหรียญ ทำเงินได้ในอเมริกา $30.9 ล้านเหรียญ ถ้ารวมตลาดต่างประเทศก็น่าจะพอทำกำไรได้นิดหน่อย, เข้าชิง Oscar สาขา Best Music, Original Song บทเพลง Storybook Love

กาลเวลาทำให้หนังได้รับกระแส Cult Classic ขายดีอย่างล้นหลามในตลาด Home Video ก็ขนาดล่าสุดเมื่อปี 2018 ค่าย Criterion Collection ยังแย่งชิงลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายกับเขาด้วย (สร้างความเซอร์ไพรส์ให้หลายๆคน)

แซว: Once Upon a Deadpool (2018) หนังเรต PG-13 ของ Deadpool 2 ได้เพิ่มฉากเล่านิทานก่อนนอนให้ Fred Savage (เด็กชายที่นอนรับฟังนิทาน) ที่ตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คงเป็นการประชดสตูดิโอ Fox พยายามเข็นเรตติ้งต่ำกว่าเพื่อให้เด็กๆสามารถรับชม Superhero ตนนี้ได้

ส่วนตัวแค่ชื่นชอบหนังเรื่องนี้ ในแง่ความบันเทิงรมณ์อันกลมกล่อมลงตัวดูสนุก, ความน่ารักของ Robin Wright ทำให้หัวใจละลาย, และแฟนๆมวยปล้ำไม่ลืมเลือนยักษ์ใจดี André the Giant

จัดเรตทั่วไป เหมาะสำหรับเด็กๆ

คำโปรย | “The Princess Bride เป็นภาพยนตร์ที่ครบเครื่องเรื่องบันเทิงรมณ์ เหมาะสำหรับเด็ก ส่วนผู้ใหญ่อาจหัวเราะหึๆ”
คุณภาพ | บันเทิงรมณ์
ส่วนตัว | แค่ชื่นชอบ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of