Top 12 Martin Scorsese Favorite Films

Top 12 Martin Scorsese Favorite Films

รวบรวม 12 ภาพยนตร์เรื่องโปรดของปรมาจารย์ผู้กำกับชื่อดัง Martin Scorsese ที่เป็นแรงบันดาลใจและมีอิทธิพลแทรกอยู่ในผลงานหนังเรื่องต่างๆของเขา ลองตรวจสอบกันดูเลยว่า คุณรู้จักหนังโปรดของเขากี่เรื่อง?

Scorsese ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ New Hollywood Wave (หรือ American New Wave) เริ่มนับช่วงปลายยุค 60s ถึงต้นยุค 80s, เริ่มต้นมีผลงานกำกับเรื่องแรก Who’s That Knocking at My Door (1967), ส่วนเรื่องที่สร้างชื่อให้กับเขาครั้งแรก Mean Streets (1973) ด้วยความที่เขาเป็นคนชื่นชอบในการชมภาพยนตร์มากๆ ปี 1990 ได้จัดตั้ง The Film Foundation องค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อทำการบูรณะ เก็บรักษาฟีล์มหนังเก่า, ในปี 2007 ได้ก่อตั้ง World Cinema Foundation ที่ไม่ได้เก็บแค่หนังเก่าของ hollywood เท่านั้น แต่ยังรวมถึงหนังฟีล์มเก่าๆที่ต้องการการฟื้นฟูบูรณะจากทั่วโลก

ตลอดชีวิตการทำภาพยนตร์ กวาดมาหมดแล้วทุกสถาบัน ไม่ว่าจะ Oscar: Best Director, Palme d’Or, Director Award (Cannes), Silver Lion, Grammy Award, Emmys, Golden Golbes, BAFTA และ DGA Awards

มีหนังดังๆของ Scorsese มากมายและหลากหลายแนว อยากดูหนังนัวร์ๆ Taxi Driver (1976), ชีวประวัติของนักกีฬา Raging Bull (1980), หนังตลก The King of Comedy (1983), หนังศาสนา The Last Temptation of Christ (1988), อาชญากร Goodfellas (1990), จิตวิทยาระทึกขวัญ Cape Fear (1991), หนังเด็กผจญภัย Hugo (2011) ฯ

“ภาพยนตร์ที่เราเคยรู้จัก อาทิ Edison, Lumière brothers, Méliès, Porter, มาจนถึง Griffith และ Kubrick ใกล้ที่จะหมดสูญไปแล้ว” คำพูดของ Scorsese นี้กล่าวถึงวิวัฒนาการของภาพยนตร์ การค้นพบรูปแบบ เทคนิคใหม่ๆ ที่หนังปัจจุบันพบเจอได้ยากแล้ว “รุ่นของพวกเราไม่มีทางเลือกใหม่ๆมากนัก จึงต้องทำตามรูปแบบ สิ่งที่เคยมี ประยุกต์ให้มีความหลากหลาย แปลกใหม่มากที่สุด”

12 หนังโปรดของ Scoresese ประกอบด้วย (เรียงลำดับตามตัวอักษร)

  • 2001 A Space Odyssey 2001: A Space Odyssey (1968) hollywood : Stanley Kubrick ♥♥♥♥♡

    Scorsese: “2001 เป็นหนังที่สร้างปรากฎการณ์ก้าวผ่านขอบเขตด้านเทคนิค ที่สุดมหัศจรรย์ราวกับเวทย์มนต์ ทุกฉากในหนังทำให้คุณมองเห็นความเป็นไปได้อันไม่มีที่สิ้นสุดของภาพยนตร์”

  • Otto e mezzo 8 1/2 8 1/2 (1963) Italian : Federico Fellini ♥♥♥♥

    หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ Marty ตรงกลับบ้านพยายามวาดรูปหาคำอธิบาย จับใจความของหนัง แต่ก็พบว่าจับอะไรไม่ได้เลย
    Scorsese: “ทุกสิ่งในหนังเรื่องนี้คือ Fantasy”

    “8 1/2 has always been a touchstone for me, in so many ways—the freedom, the sense of invention, the underlying rigor and the deep core of longing, the bewitching, physical pull of the camera movements and the compositions (another great black-and-white film: every image gleams like a pearl — again, shot by Gianni Di Venanzo). But it also offers an uncanny portrait of being the artist of the moment, trying to tune out all the pressure and the criticism and the adulation and the requests and the advice, and find the space and the calm to simply listen to oneself.”

  • Ashes and Diamonds Ashes and Diamonds (1958) Polish : Andrzej Wajda ♥♥♥♥♡

    Marty แนะนำให้ Leonardo DiCaprio ดูหนังเรื่องนี้เพื่อเตรียมรับบทใน The Departed (2006)
    Scorsese: “นี่เป็นหนังที่ทำให้ผมตกตะลึง หลอน ถูกครอบงำโดยทันที มันเหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น”

    “I saw Ashes and Diamonds for the first time in 1961. And even back then, during that period when we expected to be astonished at the movies, when things were happening all over the world, it shocked me. It had to do with the look, both immediate and haunted, like a nightmare that won’t stop unfolding.”

  • Citizen Kane Citizen Kane (1941) hollywood : Orson Welles ♥♥♥♡

    นี่เป็นหนังที่ Marty ได้ดูครั้งแรกทางโทรทัศน์ตอนอายุ 14-15
    Scorsese: “ผมรู้สึกตกตะลึงในการขับเคลื่อนของภาพ มุมกล้อง ที่แม้ตอนนั้นยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร แต่พบว่าทุกมุมมองของหนังคือการปฏิวัติ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับภาพยนตร์”

  • The Leopard The Leopard (1963) Italian : Luchino Visconti ♥♥♥♥♡

    เวลา คือตัวละครหลักใน The Leopard ในระดับจักรวาล สหัสวรรษ ศตวรรษ
    Scorsese: “ถ้าต้องการทุกสิ่งทุกอย่างให้คงอยู่ไว้เหมือนเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง”

    “Time itself is the protagonist of The Leopard: the cosmic scale of time, of centuries and epochs, on which the prince muses; Sicilian time, in which days and nights stretch to infinity; and aristocratic time, in which nothing is ever rushed and everything happens just as it should happen, as it has always happened.”

  • Paisan Paisan (1946) Italian : Roberto Rossellini ♥♥♥♡

    Marty ดูหนังเรื่องนี้ทางโทรทัศน์ กับญาติชาว Sicilian ที่อพยพมาอยู่อเมริกา ซึ่งพวกเขารู้สึกเศร้าสลดเสียใจ เมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านเกิดของตนเองในหนัง นี่เป็นครั้งแรกสุดที่ทำให้ Marty ตระหนักถึงพลังของภาพยนตร์
    Scorsese: “สิ่งที่เห็น ราวกับความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า”

    For me, it really was the beginning. I saw it for the first time on television with my grandparents, and their overwhelming reaction to what had happened to their homeland since they left at the turn of the century was just as present and vivid for me as the images and the characters. I was experiencing the power of cinema itself, in this case made far beyond Hollywood, under extremely tough conditions and with inferior equipment. And I was also seeing that cinema wasn’t just about the movie itself but the relationship between the movie and its audience. Fellini said that when Rossellini was filming the Po Valley sequence, he acted on pure instinct, inventing freely as he went along. The result—in that episode, and in the Sicilian and Neapolitan and Florentine episodes as well—is still startling: it’s like seeing reality itself unfolding before your eyes.

  • The Red Shoes The Red Shoes (1948) British : Michael Powell, Emeric Pressburger ♥♥♥♥♡

    ด้วยความที่เป็นหนังสียุคแรกๆ ทำให้ Marty ตื่นตาตื่นใจ ในภาพและสีสันที่เปร่งประกาย สวยงาม การเดินที่เหมือนการเต้น มีจังหวะ มีการออกแบบที่ลงตัว มีความพิศวงในการเคลื่อนไหว สะกดจิตเขาราวกับต้องเวทย์มนต์
    Scorsese: “The Red Shoes และ The River เป็นหนังภาพสีที่สวยที่สุดในโลก”

    “There’s no other picture that dramatizes and visualizes the overwhelming obsession of art, the way it can take over your life. But on a deeper level, in the movement and energy of the filmmaking itself, is a deep and abiding love of art, a belief in art as a genuinely transcendent state.”

  • The River The River (1951) French : Jean Renoir ♥♥♥

    ตอน Marty อายุ 9 ขวบ พ่อของเขาพาไปดู The River ด้วยทัศนียภาพที่แปลกตา ถ่ายทอดออกมาด้วยภาพสี ทำให้เขาตกตะลึ่งในความความงดงามของวัฒนธรรมของอินเดีย ที่ไม่เคยถูกเผยแพร่สู่ชาวตะวันตก
    Scorsese: “หนังเรื่องนี้สวยงาม ราวกับภาพ Impression ที่จิตรกรวาดบนแผ่นฟีล์ม”

    “This was Jean Renoir’s first picture after his American period, his first in color, and he used Rumer Godden’s autobiographical novel to create a film that is, really, about life, a film without a real story that is all about the rhythm of existence, the cycles of birth and death and regeneration, and the transitory beauty of the world.”

  • Salvatore Giuliano Salvatore Giuliano (1962) Italian : Franceso Rosi ♥♥♥♡

    นี่เป็นหนังที่สร้างจากข้างใน ความรักและความเข้าในชาว Sicily ต่อความคดโกง การทรยศ ที่พวกเขาต้องอดทนเสมอมา

    “On one level, it’s an extremely complex film: there’s no central protagonist (Giuliano himself is not a character but a figure around which the action pivots), and it shifts between time frames and points of view. But it’s also a picture made from the inside, from a profound and lasting love and understanding of Sicily and its people and the treachery and corruption they’ve had to endure.”

  • The Searcher The Searchers (1956) hollywood : John Ford ♥♥♥♥♡

    ผู้กำกับคือใคร? นี่คือหนังเรื่องที่ทำให้ Marty ได้เข้าใจ และรู้จักกับชื่อเครดิตที่ขึ้นปรากฏในหนัง
    Scorsese: “ผู้กำกับคือคนที่แปลแนวคิดกลายไปเป็นภาพ (translate ideas and images) ให้ผู้ชมได้เห็นในสิ่งที่ตนต้องการนำเสนอ”

  • Ugetsu Ugetsu (1953) Japanese : Kenji Mizoguchi ♥♥♥♥♡

    มีฉากหนึ่งที่มีความงดงาม ตราตรึงและทำให้ Marty หยุดหายใจทุกครั้งที่ดู

    “The boat slowly materializing from out of the mist and coming toward us… Genjuro collapsing on the grass in ecstasy and being smothered by Lady Wakasa… the final crane up from the son making an offering at his mother’s grave to the fields beyond. Just to think of these moments now fills me.”

  • Vertigo Vertigo (1959) hollywood : Alfred Hitchcock ♥♥♥♡

    Marty ดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ตอนอายุ 15 แม้ขณะนั้น Vertigo จะไม่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดี แต่มีบางสิ่งที่เขาชอบและติดตัวออกมา
    Scorsese: “ความหลงใหล (Obsession) ที่ครอบงำพระเอก จะพาคุณท่องไปกับการผจญภัยค้นหาจิตวิญญาณของตัวคุณเอง”

ทั้ง 12 เรื่อง ประกอบด้วย
– หนัง Hollywood 4 เรื่อง
– หนังอิตาลี 4 เรื่อง
– หนังอังกฤษ, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น และโปแลนด์ อย่างละ 1 เรื่อง

– เป็นหนังยุค 40s 3 เรื่อง
– เป็นหนังยุค 50s 5 เรื่อง
– เป็นหนังยุค 60s 4 เรื่อง

ใน reference มีความสับสนอยู่บ้าง มีครั้งหนึ่งที่ Marty เลือก 10 อันดับหนังโปรดกับ Criterion (หนังบางเรื่องจะไม่มีในแผ่น Criterion) จะมีหนัง 2 เรื่องที่เพิ่มเข้ามาคือ L’avventura (1960) และ Le Mépris (1963) แต่ผมไม่ขอนับสองเรื่องนี้ลงในชาร์ทนะครับ เพราะจะขออ้างอิงจาก 12 เรื่องที่ Marty เลือกให้นิตยสาร Sight & Sound เป็นหลัก

เกร็ดและคำพูดของหนัง แปลมาจากบทความ หรือไม่ก็คลิป Commentary จาก Youtube นะครับ (คลิป Youtube ไม่ขอใส่ reference นะครับ เพราะอาจติดลิขสิทธิ์จะทำให้คลิปถูกลบได้)

reference :
– https://en.wikipedia.org/wiki/Martin_Scorsese#Scorsese.27s_favorite_films
– http://www.bfi.org.uk/films-tv-people/sightandsoundpoll2012/voter/1058
– http://www.openculture.com/2013/07/martin-scorsese-reveals-his-10-favorite-movies.html
– https://www.criterion.com/explore/214-martin-scorsese-s-top-10

ฟังดูไม่น่าเชื่อ ตอนผมดูหนังทั้ง 12 เรื่องนี้ครบแล้ว ทำให้เข้าใจวิธีการคิด ตัวตนของ Martin Scorsese ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก มองเห็นสิ่งที่กลายเป็นอิทธิพล แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน รู้ว่าเขาชื่นชอบอะไร ประทับใจตรงไหน บางสิ่งแทรกปรากฎตัวอยู่ชัดเจน บางสิ่งก็แอบซ่อนไว้ ใครเป็นแฟนๆของผู้กำกับ Martin Scorsese หนังทั้ง 12 เรื่องนี้ไม่ควรพลาด

Leave a Reply

1 Comment on "Top 12 Martin Scorsese Favorite Films"

avatar
  Subscribe  
newest oldest most voted
Notify of
trackback

[…] Top 12 Martin Scorsese Favorite Films […]