Topkapi (1964)

Topkapi

Topkapi (1964) hollywood : Jules Dassin ♥♥♥♥♡

จากยุคสมัย Film Noir พัฒนาต่อยอดมาเป็น Heist Film เริ่มต้นจากผู้กำกับ Jules Dassin ซึ่ง Topkapi ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของแนวนี้ ทำให้ Peter Ustinov คว้า Oscar ตัวที่สอง, แรงบันดาลใจฉากห้อยโหนตัวไม่แตะพื้นของ Mission Impossible, และเป็นหนึ่งในหนังเรื่องโปรดของผู้กำกับ Christopher Nolan

Heist Film หนึ่งใน Sub-genre ของ Crime Film มักเป็นเรื่องราวของกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมาย มุ่งเน้นการวางแผน เตรียมตัว ปฏิบัติการ และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังโจรกรรมใหญ่ ซึ่งไฮไลท์ก็คือ Plot Twists หักมุมแล้วหักมุมอีกจนแทบจะคาดการณ์อะไรไม่ได้

– ภาพยนตร์เรื่องแรกของโลกที่ถือว่าเป็น Heist Film คือ The Great Train Robbery (1903),
– โดดเด่นสุดในยุคหนังเงียบคือ The Unholy Three (1925) ของผู้กำกับ Tod Browning นำแสดงโดย Lon Chaney,
– เรื่องแรกแห่งยุคหนังพูด Raffles (1930), ตามด้วย Ninotchka (1939), High Sierra (1941), The Asphalt Jungle (1950) ฯ
– **Milestone แรกที่ถือเป็นกระแสนิยม Heist Film คือ Rififi (1955) ของผู้กำกับ Jules Dassin
– หนึ่งใน Masterpiece ของแนวนี้คือ The Killing (1956) ผู้กำกับ Stanley Kubrick
– เรื่องอื่นๆที่ดังๆ อาทิ Ocean’s 11 (1960), Gambit (1966), The Italian Job (1969), The Sting (1973), Dog Day Afternoon (1975), The Castle of Cagliostro (1979), A Fish Called Wanda (1988), Reservoir Dogs (1992), Heat (1995), Inception (2010) ฯ

Julius ‘Jules’ Dassin (1911 – 2008) ผู้กำกับสัญชาติอเมริกัน เกิดที่ Middletown, Connecticut ครอบครัวเป็นชาว Jews อพยพจาก Ukraine-Polish หลังเรียนจบเคยเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ของอเมริกา แล้วลาออกหลังเหตุการณ์ความรุนแรง Molotov-Ribbentrop Pact เมื่อปี 1939 เริ่มต้นทำงานเป็นนักแสดง Yiddish Actor เลื่อนขั้นผู้ช่วยผู้กำกับ Alfred Hitchcock, Garson Kanin กำกับหนังสั้นเรื่องแรก The Tell-Tale Heart (1941) ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก Nazi Agent (1942) ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแนวชวนเชื่อ แต่เพราะฉายช่วงระหว่างสงครามโลกเลยมิอาจหลีกเลี่ยงได้

หลังสงครามจบกลายเป็นผู้กำกับ Film Noir คนสำคัญแห่งยุค อาทิ Brute Force (1947), The Naked City (1948), Thieves’ Highway (1949) และ Night and the City (1950) เป็นเรื่องสุดท้าย เพราะติด Hollywood Blacklist ไม่สามารถหางานทำได้ จึงต้องหลบลี้หนีภัยสู่ฝรั่งเศสสร้างหนังเรื่อง Rififi (1955) คว้ารางวัล Best Director จากเทศกาลหนังเมือง Cannes กลายเป็นตำนานไปโดยทันที

สำหรับ Topkapi ดัดแปลงสร้างจากนิยายเรื่อง The Light of Day (1962) แต่งโดย Eric Ambler นักเขียนสัญชาติอังกฤษ ที่มีความชื่นชอบแนว Thriller และ Spy Novels สามารถคว้ารางวัล Edgar Allan Poe Awards สาขา Best Novel (สำหรับนิยายแนว Mystery) เมื่อปี 1964, ดัดแปลงบทภาพยนตร์โดย Monja Danischewsky นักเขียนสัญชาติ Russian ที่อพยพสู่ Great Britain ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1

Elizabeth Lipp (รับบทโดย Melina Mercouri) มีความต้องการขโมยกริชมรกตของ Sultan Madmud I ที่พระราชวัง Topkapi Palace, Istanbul ประเทศ Turkey ติดต่ออดีตคนรักนักโจรกรรม Walter Harper (รับบทโดย Maximilian Schell) ให้เป็นผู้เตรียมการวางแผน โดยได้เลือกยอดฝีมือสมัครเล่นสามคน และโจรกระจอก Arthur Simpson (รับบทโดย Peter Ustinov) ที่จับพลัดจับพลูกลายเป็นสายของตำรวจ Turkish Security โดยไม่รู้ตัว

เกร็ด: Topkapi ภาษา Turkish แปลว่า Cannon Gate

Maria Amalia Mercouri (1920 – 1994) นักแสดงหญิงสัญชาติกรีก เกิดที่กรุง Athens โตขึ้นเข้าเรียน National Theatre of Greece จบมาเป็นนักแสดงละครเวที ภาพยนตร์เรื่องแรก Stella (1955) เสียงตอบรับดีมากๆ ไปฉายเทศกาลหนังเมือง Cannes ทำให้ได้พบกับผู้กำกับ Jules Dassin ต่อมาได้ร่วมงานกันหลายเรื่อง จนแต่งงานอยู่ร่วมกันปี 1966,

ผลงานเด่นของ Mercouri อาทิ Never on Sunday (1960) คว้ารางวัล Best Actress จากเทศกาลหนังเมือง Cannes, Phaedra (1962), Promise at Dawn (1970) ฯ

รับบท Elizabeth Lipp หญิงสาวที่มีมารยาเสน่ห์ หยอกเย้ายวนใจสูง (Seductive) ชอบถูกเนื้อถูกตัว เล่นหูเล่นตากับเหล่าผู้ชายทั้งหลาย เพื่อให้ตัวเองบรรลุความต้องการบางอย่าง (พื้นหลังคงเป็นคนมีเงินร่ำรวย พ่อแม่เลี้ยงดูแบบตามใจ ทำให้อยากได้อะไรต้องขวนขวายครอบครอง) สำหรับเธอแล้วการได้ครอบครองไม่ว่ามรกตหรือผู้ชาย ทำให้สุขสมหวังถึงจุดไคลน์แม็กซ์เท่าเทียมกัน

นักวิจารณ์ส่วนใหญ่จะมองว่า Mercouri ดูแก่ไปนิดในการรับบทนี้ ขาดความเซ็กซี่ยั่วเย้ายวนเหมือนสาวๆยุคสมัยนั้น แต่ผมกลับมองตรงกันข้าม เพราะความสูงวัย 40 กว่าๆ ทำให้เหมือน’สาวใหญ่’ ภาษาเก่าๆจะเรียกว่าสวยกระรัต เป็นความงามที่กาลเวลาก็มิอาจมองข้ามได้

Sir Peter Ustinov ชื่อเต็ม Peter Alexander von Ustinov (1921 – 2004) นักแสดง นักเขียนสัญชาติอังกฤษ เกิดที่กรุง London พ่อเป็นชาว Russian เชื้อสาย Jewish ตอนแรกไม่ได้มีความสนใจด้านการแสดงมากนัก แต่เพื่อจะไม่ต้องไปโรงเรียนโดนเพื่อนดูถูกรังแก เริ่มต้นกับละครเวทีที่ Players’ Theatre  สมัครเป็นทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จับพลัดจับพลูได้เป็นนักแสดงในหนังชวนเชื่อเรื่อง One of Our Aircraft Is Missing (1942)

หลังสงครามรับบทสมทบ We’re No Angels (1955) ตามด้วย Quo Vadis (1951), Spartacus (1960) ที่คว้า Oscar: Best Supporting Actor, ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Romanoff and Juliet (1961), Billy Budd (1962), Hammersmith Is Out (1972), Logan’s Run (1976), Death on the Nile (1978) ฯ

รับบท Arthur Simon Simpson ชายร่างท้วมที่ได้รับฉายาว่า Schmo (แปลว่า a stupid person) เป็นคนไม่เอาอ่าว พึ่งพาอะไรไม่ค่อยได้ กลัวความสูง ไร้ความทะเยอทะยาน ได้รับโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตแต่ก็ทำผิดพลาด ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เรียกว่าโชคชะตาไม่เข้าข้างเสียเลย

เห็นว่าในฉบับนิยายตัวละครนี้ชื่อว่า Arthur Abdel Simpson ตอนถูกว่าจ้างให้ขับรถสู่ Istanbul จริงๆแล้วถูก Blackmail จากการถูกจับได้ว่าแอบขโมยเช็คเงินของ Harper (โจรกระจอกโดยแท้) ระหว่างการเดินทางจะมี Flashback เล่าย้อนถึงที่มาที่ไปของตัวละคร เหตุผลที่ทำให้เขาเป็นคนป้ำๆเป๋อๆแบบนี้

เดิมนั้นผู้กำกับตั้งใจให้ Peter Sellers รับบทนี้ แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธเพราะไม่อยากร่วมงานกับ Maximilian Schell ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเรื่องมากในการทำงาน ทำให้ Dassin เลือก Ustinov มารับบทแทน, ผมละจินตาการไม่ออกเลยว่า Sellers จะรับบทนี้ให้ดีกว่า Ustinov ได้อย่างไร เพราะเขาได้สร้างตัวละครนี้ให้มีความตราตรึงตั้งแต่นาทีแรกๆที่ปรากฎตัว ใครๆคงรับรู้ได้ทันทีว่าหมอนี้มันไม่เอาอ่าวสักนิด แต่พอถูกจับตำรวจจับก็เริ่มลุ้นเอาใจช่วย ชีวิตเอ็งจะเป็นอย่างไร ดิ้นรนเอาตัวรอดได้ไหม เป็นการแสดงโคตรสมจริง จับต้องได้ แย่งซีนโดดเด่นสุดในหนังแล้ว

เกิดความบ้าบอคอแตกขึ้นในช่วงเทศกาลประกาศรางวัล เพราะ Ustinov กลับมีชื่อเข้าชิง Oscar สาขา Best Supporting Actor ขณะที่ Golden Globe Award ได้เข้าชิง Best Actor – Comedy or Musical นี่ทำให้ Mercouri เกิดความคับข้องใจมากๆ เคยให้สัมภาษณ์บ่นถึงบอกว่า ไม่เห็นรู้ว่าตัวละคร Simpson มีบทบาทไป Support ใคร?, สำหรับ Ustinov เหมือนจะไม่ได้คาดหวังอะไรกับรางวัลนี้ เห็นว่าไม่เข้าร่วมงานด้วย แล้วอยู่ดีๆเซอร์ไพรส์เป็นผู้ชนะ เป็น Jonathan Winters ที่ขึ้นรับรางวัลแทน

Maximilian Schell (1930 – 2014) นักแสดงสัญชาติ Swiss เจ้าของรางวัล Oscar: Best Actor จากเรื่อง Judgment at Nuremberg (1961) เกิดที่ Vienna, Austria ในครอบครัวนักแสดง แต่พวกเขาต้องอพยพสู่ Switzerland ปักหลักที่ Zurich ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2, Schell มีความสนใจการแสดงตั้งแต่เด็กตามพ่อ-แม่ เข้าเรียนการแสดงที่ Basel Theatre ภาพยนตร์เรื่องแรกเป็นแนว Anti-War เรื่อง Kinder, Mütter und ein General (1955) อยู่ยุโรปหลายปีก่อนเดินทางสู่อเมริกา เริ่มจากเป็นนักแสดง Broadway ภาพยนตร์เรื่องแรก The Yong Lions (1958)

ผลงานเด่นๆ อาทิ Erste Liebe (1970), The Pedestrian (1974) [ทั้งสองเรื่อง เล่นเองกำกับเอง เข้าชิง Oscar: Best Foreign Language Fillm], Counterpoint (1968), The Man in the Glass Booth (1975), A Bridge Too Far (1977), Julia (1977), The Diary of Anne Frank (1980) ฯ

รับบท Walter Harper อดีตคนรักหนุ่มของ Elizabeth Lipp เป็นหัวขโมยนักวางแผน (master-criminal) สัญชาติ Swiss มีความเฉลียวฉลาดรอบรู้ ระแวดระวังภัยรัดกุม รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี

ว่าไปตัวละคร Harper ถือว่าตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับ Simpson คนแรกเก่งสามารถทุกสิ่งอย่าง ขณะที่คนหลังปอดแหก ทำอะไรด้วยตนเองไม่ได้สักอย่าง เพราะการตัดสินใจเลือกชายคนนี้ทำให้เกิดปัจจัยอันควบคุมไม่ได้ และไม่สามารถคาดการณ์ป้องกันอะไรทั้งนั้น

การแสดงของ Schell ค่อนข้างเข้มข้นมากทีเดียว เข้ากับรูปลักษณ์ที่ทั้งหล่อเท่ห์ คมคาย มีเสน่ห์น่าหลงใหล ราวกับบุคคลในอุดมคติ สมบูรณ์แบบทุกสิ่งอย่าง นี่ทำให้ตัวละครจับต้องไม่ได้เท่าไหร่ แต่เพราะหลายสิ่งอย่างเกิดขึ้นแบบคาดเดาไม่ได้ เราจึงมีโอกาสเห็นเทวดาตกสวรรค์ ครุ่นคิดค้นหาทางไต่กลับคืนสู่ดินแดนของตนเอง

แถมให้อีกคนกับ Joe Dassin (1938 – 1980) นักร้องสัญชาติฝรั่งเศสระดับตำนาน ลูกชายแท้ๆของผู้กำกับ Jules Dassin รับบท Joseph น่าจะเป็นอีกหนึ่งอดีตคนรักของ Elizabeth Lipp สมาชิกของคณะคาราวานสวนสนุก มีหน้าที่ลักลอบขนของออกนอกประเทศ

ถ่ายภาพโดย Henri Alekan ตากล้องสัญชาติฝรั่งเศส ผลงานดัง อาทิ La Belle et la bête (1946), Anna Karenina (1948), Roman Holiday (1953), Wings of Desire (1987) ฯ งานภาพมีความโดดเด่นเรื่องการใช้แสง โทนสี และถ่ายเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ (ถ่ายทำภาพวิถีชีวิตผู้คนในเมือง Istanbul)

ราวกับความฝันในฉากแรกของหนัง ขณะที่ Elizabeth Lipp กำลังแนะนำกริชมรกตของ Sultan Mahmud I งานภาพจะมีโทนสีสันสดใสผิดปกติ คิดว่าอาจเกิดจากการซ้อนภาพแสงหลากสีเข้าไป (Optical Effects) ทำให้เห็นความพริ้วไหวราวกับแสงสะท้อนผืนน้ำ

Title Credit ของหนังเรื่องนี้ มีความสวยงามมากๆเลยละ ออกแบบโดย Jean Fouchet ที่เคยออกแบบ Title หนังเรื่อง Last Year at Marienbad (1961), The Longest Day (1962), That Man from Rio (1964), The Tenant (1976) ฯ

ฉากที่ผมชื่นชอบมากๆของหนัง คือขณะที่ Turkish Security ควบคุมตัวกำลังสัมภาษณ์ Arthur Simpson ในห้องมืดที่มีแสงไฟส่องอย่างมีนัยยะสำคัญ

ช็อตของ Simpson จะมี 3 ระดับ Long-Medium-Closeup พื้นหลังมืดสนิทมองไม่เห็นอะไร แสงไฟหนึ่งดวงคงเปรียบได้กับดวงวิญญาณ ประทีปแห่งชีวิตของเขา จะรอดหรือไม่รอดก็อยู่ที่ตัวของเขาเองไม่มีใครช่วยได้

แต่ไฮไลท์สำหรับหลายๆคนคงเป็นฉากห้อยโหนลงมาเพื่อขโมยกริชมรกต แสดงผาดโผนโดย Gilles Ségal เจ้าของฉายา The Human Fly ต้องชมเลยว่ามีลีลากายกรรมบนเส้นเชือก ทรงตัวได้ไม่ธรรมดาทีเดียว

(การที่หนังตัดบทพูดของตัวละครนี้ออก ทำให้ไม่ต้องมาพะวงเรื่องความสมจริงทางการแสดงหรือการบันทึกเสียงใหม่)

เหมือนว่าหนังจะรับอิทธิพลของผู้กำกับ Robert Bresson มาพอสมควร ในเรื่องการเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ยิบๆย่อยๆมากมาย เพื่อเพิ่มความสมจริงจังให้กับหนัง และทำให้ผู้ชมรับรู้เห็นทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในระยะประชิดตัว, อย่างขณะปฏิบัติการ จะมีรายละเอียดเล็กๆอย่าง ขีดชอล์กบอกระยะ, สัญญาณเท้าของ The Human Fly, วางกระจกกันภัยเข้าล็อค ฯ

ตัดต่อโดย Roger Dwyre ขาประจำของ Dassin ตั้งแต่ Rififi (1955) และยังขาประจำของผู้กำกับ René Clément มีผลงานดังอย่าง Forbidden Game (1952) ฯ ในตอนแรกเหมือนว่าหนังจะใช้มุมมองของ Elizabeth Lipp แต่พอได้พบเจอกับ Arthur Simpsons ก็เปลี่ยนไปนำเสนอผ่านสายตาของเขาแทบทั้งหมด

ต้องถือว่าการตัดต่อมีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ทำให้การเล่าเรื่องมีความต่อเนื่องด้วยจังหวะที่ลงตัว โดยเฉพาะขณะกำลังขโมยกริชมรกต ช่วงนี้ไม่มี Soundtrack ประกอบอารมณ์ แต่ใช้ความสงบนิ่งเงียบ และการตัดต่อสร้างความตื่นเต้น ลุ้นระทึก สมจริง ทรงพลังอย่างที่สุด

นอกจากนี้ยังมีการตัดสลับระหว่างเหตุการณ์ เพราะปฏิบัติการโจรกรรมจำต้องใช้ข้อแก้ตัว (Alibi) โดยสถานที่คือสนามแข่งมวยปล้ำ ดึงดูดความสนใจของผู้ติดตามตำรวจ Turkish Security ได้โดยง่าย, จังหวะที่โจรกรรมสำเร็จ ตัดมามวยปล้ำคู่ชิงรู้ผลแพ้ชนะ นัยยะนี่ตรงตัวเลยนะ

เพลงประกอบโดย Manos Hatzidakis นักแต่งเพลงสัญชาติกรีก เคยคว้า Oscar: Best Original Song จากหนังเรื่อง Never on Sunday (1960)

ผมไม่แน่ใจดนตรีพื้นบ้านของประเทศตรุกีนัก แต่คิดว่าทำนองน่าจะแบบนี้แหละ Main Theme ให้กลิ่นอายของ Istanbul ได้อย่างงดงาม ดินแดนที่เต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลาย กึ่งยุโรปกึ่งอาหรับ สนุกสนานครื้นเครง เป็นกันเอง น่าหลงใหล

เสียงปี่บทเพลง Turkish Security กลิ่นอายอาหรับลอยหึ่งมาไกล หลับตาฟังเห็นงูกำลังค่อยโยกหัวขึ้นมาจากไห แต่หนังจะไม่แบบนั้นให้เห็นนะครับ เป็น Turkish Security ที่โผล่หัวมาแทน *-*

Sound Effect ค่อนข้างโดดเด่นทีเดียว ตอนที่กลุ่มชายสามอยู่บนหลังคา เราจะได้ยินเสียงหวูดรถไฟ หวูดเรือ ดังมาไกลมาก ตอนแรกผมก็สงสัยทำไมดังบ่อยจัง ไม่กี่ช็อตจากนั้นก็จะได้รับคำอธิบายจากภาพมุมสูง ของเมือง Istanbul, มันก็มีนัยยะอยู่นะครับ คล้ายกับเสียงนกเสียงกา แทนด้วยวิถีชีวิต ความปกติทั่วไปที่คงไม่มีใครมาสังเกตเห็น ว่ากำลังจะเกิดเรื่องเหนือความคาดหมายนี้ขึ้นได้ (มาเหนือเมฆเลยละ)

เรื่องราวของหนังเป็นการจับพลัดจับพลูของชายคนหนึ่ง โจรกระจอกไม่รู้ประสีประสา ทำการอะไรมักไม่ค่อยสำเร็จ ได้รับโอกาสใหญ่พร้อมกับเงินก้อนโต ทั้งๆเป็นงานง่ายๆใช้เพียงกำลังแรงกับความกล้า แม้จะทำสำเร็จได้ แต่โชคชะตากลับไม่ยอมให้โอกาส คงยังซวยทั้งขึ้นทั้งร่อง

หนังเรื่องนี้ถือว่าจัดเต็มเรื่องคุณภาพและความบันเทิง แค่เนื้อหาสาระอาจไม่ค่อยมีมากนัก เหมือนเป็นการสอนคนให้เป็นโจร แต่ก็ยอมหักมุมตอนจบทำในสิ่งไม่น่าเป็นไปได้ ‘คนชั่วไม่มีวันลอยนวล’ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบตอนจบนี้นัก แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยพวกเขาก็โจรกรรมสำเร็จระดับหนึ่ง

ผมเคยพูดถึงหนังเรื่อง Pickpocket (1959) ของผู้กำกับ Robert Bresson ถ้าอยากเป็นโจรล้วงกระเป๋า หรือเป็นคนที่รู้หลบเป็นปีกไม่อยากถูกล้วงกระเป๋า ต้องดูหนังเรื่องนี้ จัดเป็นดาบสองคมที่เป็นทั้งประโยชน์และภัย เฉกเช่นเดียวกับ Topkapi แม้การปล้นครั้งนี้จะดูเว่อๆ แต่กลับมีอาญชากรนำไปใช้ปฏิบัติการจริง 6 สัปดาห์หลังหนังฉาย ปล้นเพชร 22 เม็ดที่พิพิธภัณฑ์สถาน New York City แต่สามารถตามจับกุมได้ใน 48 ชั่วโมง

ไม่มีรายงานทุนสร้าง ในอเมริกาทำเงินได้ $4 ล้านเหรียญ รวมทั้วโลก $7 ล้านเหรียญ น่าจะพอทำกำไรได้อยู่

– เข้าชิงและคว้า Oscar สาขา Best Supporting Actor (Peter Ustinov)
– สำหรับ Golden Globe ได้แค่เข้าชิง 2 สาขา ประกอบด้วย
> Best Actor – Comedy or Musical (Peter Ustinov)
> Best Actress – Comedy or Musical (Melina Mercouri)

ส่วนตัวหลงรักหนังเรื่องนี้เพราะการแสดงของ Peter Ustinov ประมาณ 60% และที่เหลือคือไดเรคชั่นของผู้กำกับ Jules Dassin โดดเด่น สวยงาม น่าหลงใหลอย่างยิ่ง ตำหนิเล็กๆน้อยๆล้วนพอมองข้ามให้อภัยได้

แนะนำกับคอหนังโจรกรรม Heist Film ที่ใช้สมองครุ่นคิดวางแผน มีความลุ้นระทึก Thriller ตื่นเต้นเร้าใจ, ภาพสวยๆ ตัดต่อเยี่ยม เพลงเพราะๆ, แฟนๆนักแสดง Peter Ustinov หรือ Maximilian Schell ไม่ควรพลาด

จัดเรต pg เด็กๆควรรับชมกับผู้ใหญ่ ให้คำแนะนำเรื่องการโจรกรรม และความเย้ายวนของนางเอก

TAGLINE | “Topkapi ของผู้กำกับ Jules Dassin ด้วยความสามารถอันเหนือชั้นของ Peter Ustinov ได้โจรกรรมจิตใจของผู้ชมได้สำเร็จ”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LOVE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of