What Have You Done to Solange? (1972)

What Have You Done to Solange

What Have You Done to Solange? (1972) Italian : Massimo Dallamano ♥♥♡

ครูสอนพละ ทั้งๆแต่งงานมีภรรยาอยู่แล้ว กลับสร้างสัมพันธ์สวาทกับลูกศิษย์สาวอายุ 18 ปี ระหว่างกำลังพลอดรักบังเอิญอยู่ในบริเวณสถานที่เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรม จะบอกกับตำรวจว่าไปทำอะไรอยู่แถวนั้นก็ใช่ที่ แล้วนี่ฉันจะทำอย่างไรต่อไปดี?

ประเด็นคือ มันเกิดอะไรขึ้นกับ Solange?

การตั้งชื่อหนังในเชิงคำถามแบบนี้ ชักชวน สร้างข้อฉงนสงสัยให้กับผู้ชมตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นดู พยายามเกาะติด เฝ้าสังเกต สืบเสาะค้นหา ไหนหว่า Solange? ซึ่งกว่าคำนี้จะปรากฏขึ้นครั้งแรกก็กว่าครึ่งค่อนเรื่องเข้าไปแล้ว จนเชื่อว่าหลายคนคงหลงลืมเลือนสนิท มันเกิดอะไรขึ้นกับ Solange?

ครึ่งแรกของหนังต้องชมเลยว่า สร้างเงื่อนไขให้ชวนน่าติดตามมากๆ แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่าเมื่อถึงศพสาม และการขมวดปมเพื่อค้นหา อะไรเกิดขึ้นกับ Solange? น่าผิดหวังโดยสิ้นเชิง ถึงกระนั้นความสำเร็จนิยมของภาพยนตร์เรื่องนี้จุดกระแส Schoolgirl Horror โดยนำประเด็นร่านๆของสาววัยรุ่นมาเป็นชวนสาเหตุหลัก

Massimo Dallamano (1917 – 1976) ตากล้อง ผู้กำกับสัญชาติอิตาเลี่ยน เกิดที่ Milan, Lombardy ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองทำงานเป็นช่างถ่ายภาพ ทำสารคดี Tierra mágica (1959), ต่อด้วยเป็นตากล้องภาพยนตร์ A Fistful of Dollars (1964), For a Few Dollars More (1965), ถ้าไม่ผันตัวมากำกับ Bandidos (1967) ก็อาจได้ถ่ายภาพ The Good, the Bad and the Ugly (1966), ผลงานเด่นคือ What Have You Done to Solange? (1972) ตั้งใจจะให้เป็นไตรภาค Schoolgirls in Peril ตามด้วย What Have They Done to Your Daughters? (1974) แต่ได้รับอุบัติเหตุทางรถเสียชีวิตไปก่อน สิริอายุ 59 ปี

What Have You Done to Solange? เป็นผลงานร่วมทุนสร้างระหว่างสตูดิโอสัญชาติ Italian กับ West German ผสมผสานแนว Giallo เข้ากับ Krimi (คำเรียกหนังแนวอาชญากรรม ของประเทศเยอรมัน) ดัดแปลงจากนวนิยาย The Clue of the New Pin (1923) แต่งโดย Edgar Wallace (1875 – 1932) นักเขียนแนว Mystery สัญชาติอังกฤษ แต่เห็นว่ามีเพียงส่วนน้อยนิดที่นำมาใช้ ว่ากันว่าเป็นการล่อหลอกผู้ชมชาว German ให้หลงเข้าใจว่าเป็นหนังแนว Krimi เท่านั้น!

เกร็ด: The Clue of the New Pin ก่อนหน้านี้ได้รับการสร้างภาพยนตร์มาแล้วสองครั้ง
– The Clue of the New Pin (1929) กำกับโดย Arthur Maude
– The Clue of the New Pin (1961) กำกับโดย Allan Davis

Enrico Rosseni (รับบทโดย Fabio Testi) ครูสอนพละสุดหล่อ เชื้อสายอิตาเลี่ยน แต่งงานกับ Herta (รับบทโดย Karin Baal) ครูสาวหน้าบึ้งตึง ชาวเยอรมัน ทั้งคู่ทำงานสอนหนังสือ ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุง London ชีวิตคู่ของพวกเขาหมดสิ้นซึ่งรสรัก แทบไม่เคยหันหน้าพูดคุยกันแม้ในห้องนอน เป็นเหตุให้ Enrico ให้ความสนใจกับลูกศิษย์สาวแรกรุ่น Elizabeth Seccles (รับบทโดย Cristina Galbó) ก็ไม่รู้ใครอ่อยใคร แต่เธอก็ลีลาเล่นตัว สร้างความคลุ้มคลั่งให้เขาอย่างมาก

วันหนึ่งระหว่างล่องเรือพลอดรักอยู่ในลำธาร Elizabeth เหลือบไปเห็นแสงสะท้อนจากมีด เกิดความตื่นตระหนกหวาดสะพรึงกลัว ทีแรกคิดว่าคงแค่ภาพหลอนและข้ออ้างเล่นตัว แต่ข่าวเช้าวันนั้นทำให้ Enrico ต้องสะดุ้งตะกใจกลัว เมื่อรู้ว่าลูกศิษย์สาวอีกคนถูกฆาตกรรมบริเวณใกล้ๆกันนั้น โดนตั้งข้อสงสัยว่าเขาไปยังที่เกิดเหตุทำไม แต่ก็มิสามารถพูดบอกตอบต่อ Inspektor Barth (รับบทโดย Joachim Fuchsberger) ถึงที่มาที่ไปของตนเองได้

Fabio Testi (เกิดปี 1941) นักแสดงสัญชาติอิตาเลี่ยน เกิดที่ Peschiera del Garda ด้วยร่างกายสูงใหญ่ เริ่มต้นเข้าวงการจากเป็นนักแสดงแทน Stuntman กระโดดลงจากหลังคาเรื่อง Once Upon a Time in the West (1968) เพราะความหล่อเหลาจึงได้รับโอกาสจากบทสมทบ สร้างชื่อกับ The Avenger, Zorro (1969), The Garden of the Finzi-Continis (1970), What Have You Done to Solange? (1972) ฯ

รับบท Enrico ‘Henry’ Rosseni เพราะความเหนื่อยหน่ายหมดรักทำให้โหยหาหญิงสาวแรกรุ่นเติมเต็มหัวใจ แต่ด้วยความไม่ชอบบีบบังคับใช้กำลังต่อใคร ทะนุถนอมเอ็นดูราวกับไข่ในหิน หลังจากเกิดความสูญเสียจึงทำให้เขาได้พบเห็นความทุ่มเทเสียสละของภรรยา นี่ฉันมองข้ามคนดีใกล้ตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่

จริงๆผมอยากรู้มากว่าทำไมตัวละครถึงแต่งงานกับภรรยาคนนี้ จะได้เข้าถึงสาเหตุผลของการลักลอบแอบมีชู้กับเด็กหญิงสาว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมอะไรเลยนะ คนจะรักกัน วัยวุฒิเกี่ยวข้องตรงไหน? ส่วนใหญ่ที่รับไม่ได้เพราะครุ่นคิดว่า ผู้ชายมักต้องเป็นฝ่ายลวงล่อหลอก ชักจูงหญิงสาวให้เห็นผิดอย่างแน่แท้

(ในมุมของผมมองว่า ไม่น่าใช่ Enrico ที่ลวงหลอกล่อ Elizabeth ให้ตกหลุมรักหรอกนะ พอดูจนถึงช่วงท้ายจะมันเกิดความรู้สึกที่อาจเป็นไปได้ว่า ความร่านราคะของเด็กหญิงคนนี้ต่างหาก เกี้ยวพา ชักจูง อ่อยเหยื่ออาจารย์สุดหล่อ โดยไม่สนความเหมาะสม จริยธรรม ศีลธรรมอะไรทั้งสิ้น แกล้งแสร้งเล่นตัวเพื่อให้เขาเห็นคุณค่าความสำคัญ ‘บริสุทธิ์’ ของตนเอง เพื่อว่าจักได้ครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว)

หนวดเคราของ Testi ช่างมีความเซ็กซี่ หล่อกระชากใจรุนแรง ไม่แปลกเลยถ้าสาวๆวัยแรกรุ่นจะตกหลุม คลั่งไคล้ เรื่องการแสดงก็ถือว่าโดดเด่นใช้ได้ ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก อึดอัดอั้น รวดร้าวทุกข์ทรมาน กลั่นจากเบื้องลึกภายใน หมกมุ่น ต้องการสืบค้นให้ได้ล่วงรู้ความจริง ว่าสาเหตุผลของทุกสิ่งคืออะไร

Karin Baal หรือ Karin Blauermel (เกิดปี 1940) นักแสดงหญิงยอดฝีมือ สัญชาติ German เกิดที่ Berlin ผลงานเด่นๆ อาทิ Teenage Wolfpack (1956), The Young Sinner (1960), Vertauschtes Leben (1961), What Have You Done to Solange? (1972) ฯ

รับบท Herta Rosseni ภาพลักษณ์ดูเป็นคนเคร่งขรึม ตึงเครียด จริงจังมากกับชีวิต ไม่รู้ทำไมถึงตกหลุมรักแต่งงานกับ Enrico อาจเคยมีช่วงเวลาหวานแหววโรแมนติก แต่ปัจจุบันชืดจืดสนิท แทบไม่เคยสบตาสนทนาแบบจริงจังแม้อยู่บนเตียง แต่หลังจากการสูญเสียชีวิตของ Elizabeth พบเห็นคนรักในสภาพอ่อนแอทั้งกายใจ เข้าช่วยเหลือสนับสนุนส่งเสริมผลักดัน ร่วมกับเขาในการสืบเสาะแสวงหาคำตอบข้อเท็จจริง ค่อยๆกลับมาเริ่มต้นชีวิตคู่ เสพสมสู่ความสุขสมร่วมกันอีกครั้ง

แค่ภาพแวบแรกของ Baal คงทำให้หลายคนตระหนักรับรู้เบื้องลึกตัวละครได้โดยทันที ผู้หญิงเยอรมันยุคสมัยนั้นราวกับคนบาป เพราะการกระทำของนาซีตีตราคนทั้งชาตินี้ ให้ต้องตกระกำลำบากต่อโชคชะตา ตนเองอาจไม่ได้รับรู้ทำอะไรแต่โดนเหมารวมความชั่วช้าสามาลย์ไปด้วย เป็นภาพลักษณ์ที่จนถึงปัจจุบันคงยังมิอาจลบลืมเลือนได้โดยง่าย

เชื่อว่าหลายคนต้องมีแวบหนึ่งเกิดขึ้นภายในใจ ครุ่นคิดว่า Herta อาจเป็นฆาตกรฆ่าสาวๆ กระทำไปเพื่อล้างแค้นสามีแน่ๆ แต่พอเธอเริ่มแสดงความสงสารเห็นใจเขาออกมา สินให้เรารู้ว่าอย่าตัดสินคนที่ภาพลักษณ์เป็นอันขาด

Camille Keaton (เกิดปี 1947) โมเดลลิ่ง นักแสดงหญิงสัญชาติอเมริกัน เกิดที่ Pine Bluff, Arkansas, หลานของนักแสดง/ผู้กำกับชื่อดังในยุคหนังเงียบ Buster Keaton, ช่วงทศวรรษ 70s อาศัยอยู่ประเทศอิตาลี รับงานแสดงโฆษณา ได้รับการติดต่อนึกว่าจะเล่นหนังของผู้กำกับ Franco Zeffirelli แต่กลับกลายเป็น Dallamano ชักชวนให้มารับบทเล็กๆ What Have You Done to Solange? (1972) แจ้งเกิดโด่งดังทันที, ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Tragic Ceremony (1972), I Spit On Your Grave (1978), Day of the Woman (1978) ฯ

รับบท Solange Beauregard เมื่อปีก่อนเป็นเพื่อนเล่น สนิทสนมกับสาวๆร่วมรุ่น แต่ครั้งหนึ่งกลายเป็นหนูทดลองกรีดเยื่อพรหมจรรย์เปิดบริสุทธิ์ ไม่รู้เกิดความผิดพลาดหรืออย่างไร ความเจ็บปวดรวดร้าวระทมครั้งนั้น กระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจ จนปัจจุบันอยู่ในสภาพเอ๋อเหรอ ปัญญาอ่อน สูญเสียการควบคุมทั้งร่างกายจิตใจ

แม้จะปรากฎตัวแค่ไม่กี่นาที แถมไร้ซึ่งบทพูดสนทนา แต่ภาพลักษณ์การแสดงของ Keaton แย่งซีนความโดดเด่นไปเต็มๆ ผู้ชมเกิดความใคร่พิศวงสงสัย สั่นกลัวเล็กๆเมื่อพบเห็นเธอกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่ง เอาจริงๆผมก็ไม่เข้าใจนะว่า การสูญเสียพรหมจรรย์ครั้งนั้น มันสามารถกระทบกระเทือนจิตใจของหญิงสาวขนาดนี้เชียวหรือ? (คือถ้าแบบโดนข่มขืน รุมโทรม อะไรแบบนั้นยังพอเข้าใจได้บ้าง แต่แค่กรีดเยื่อพรหมจรรย์เสียความบริสุทธิ์ มันจะสะดีดสะดิ้งเกินไปหน่อยหรือเปล่า?)

แถมท้ายกับ Cristina Galbó (เกิดปี 1950) นักแสดงหญิงสัญชาติสเปน เกิดที่ Madrid มีชื่อเสียงปานกลางในยุโรปช่วงต้นทศวรรษ 70s โดยผลงานได้รับการจดจำสูงสุดคือ Elizabeth Seccles หญิงสาววัยแรกรุ่น เต็มไปด้วยความน่ารักน่าชัง รอยยิ้มหวาน ทำตัวใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ตื่นตระหนกตกใจกลัวเมื่อพบเห็นบางสิ่งผิดปกติ จดจำเป็นภาพตราฝังลึกในจิต ถูกเข่นฆ่าตายด้วยการกดจมน้ำ ทั้งๆไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง แค่เพราะจดจำภาพลักษณ์ของฆาตกรได้เท่านั้นเอง

ถ่ายภาพโดย Aristide Massaccesi ชื่อจริง Joe D’Amato (1936 – 1999) ตากล้อง ผู้กำกับหนังเกรด B ชื่อดังสัญชาติอิตาเลี่ยน,

งานภาพของหนัง หลายครั้งมีลักษณะ Peeping Tom มุมมองบุคคลที่หนึ่งแอบมองลอดผ่านช่อง จับจ้องเห็นบางสิ่งอย่างไม่สมควรเห็น (โดยเฉพาะในห้องอาบน้ำของสาวๆ) ซูมเข้าไปยังดวงตา เคลื่อนเดินกระทำร้ายเข่นฆ่าตัวละคร เหล่านี้เป็นการนำเสนอความลึกลับ พิศวง ชวนให้เกิดความใคร่สงสัย บุคคลผู้นั้นคือใคร?

หนังไม่ได้มีการปรับเน้นสีสันให้มีความฉูดฉาดเหมือน Giallo เรื่องอื่นๆ พยายามทำให้ทุกอย่างมีความกลมกลืนออกไปโทนขาว-น้ำเงิน สัมผัสเย็นยะเยือกเล็กๆ และแทบไม่พบเห็นสีแดงหรือรอยเลือดสักเท่าไหร่

ช่วงของการเฉลยปริศนา เกิดอะไรขึ้นกับ Solange? นำเสนอด้วยการเล่าย้อนอดีต Flashback ประกอบเสียงบรรยายของเหยื่อรายหนึ่งที่กำลังถูกซักด้วยฆาตกรตัวจริง ถ่ายด้วยภาพขาว-ดำ เพื่อแบ่งแยกอดีต-ปัจจุบัน และนั่นคงคือความทรงจำที่ใครๆอยากลบลืมเลือน

ตัดต่อโดย Clarissa Ambach, Antonio Siciliano, ดำเนินเรื่องในมุมมองของ Enrico Rosseni เป็นส่วนใหญ่ สลับกับมุมมองของฆาตกรที่จะมีความลึกลับพิศวง แอบด้อมถ้ำมอง โทรศัพท์ติดต่อล่อลวงสาวๆให้ออกมาหา จากนั้นกระทำการ…

เพลงประกอบโดย Ennio Morricone งดงาม ไพเราะ จับใจ เริ่มต้นด้วยเสียงเปียโนสร้างสัมผัสอันเวิ้งว้างว่างเปล่า บางสิ่งอย่างเลวร้าย/โศกนาฎกรรมฝังลึกอยู่ภายในจิตใจมิอาจลบลืนเลือน เสียงร้องโหยหวนของ Edda Dell’Orso สร้างความสั่นสะท้านรวดร้าวทรมานไปถึงทรวงวิญญาณ แม้มิได้ทรงพลังระดับเดียวกับ The Ecstasy of Gold แต่ก็กึกก้องกังวาลย์ บีบคั้นอัดแน่นอยู่เต็มอก

Morricone สร้างสรรค์โทนหนังให้ปกคลุมไปด้วยความหมองหม่น ทุกข์เศร้าโศก ชีวิตที่มิอาจสมหวังดั่งปรารถนา พบเจอความพลัดพรากจาก สูญเสีย (คนรัก, พรหมจรรย์ ฯ) รอยแผลเป็นวันนั้นมิอาจลบเลือนลาง แต่ก็ยังทิ้งไว้ด้วยประกายความหวังเล็กๆ สุขใกล้ตัวที่ยังสามารถเป็นพลังผลักดันให้ก้าวเดินต่อไป จนกว่าทุกสิ่งอย่างจะถึงกาลจุดจบสิ้น

What Have You Done to Solange? หน้าหนังคือเรื่องราวของสาวๆ 6 คน กระทำบางสิ่งอย่างต่อเพื่อนชื่อ Solange ทำให้เธอสูญเสียความเป็นสาว และหมดสิ้นความเป็นมนุษย์สามัญชน จึงถูกกระทำการเข่นฆ่าล้างแค้นจากบางคนที่ไม่สามารถยินยอมรับให้อภัยได้

เกร็ด: คำว่า Solange เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า So long

เนื้อในเป็นการสะท้อนความหวาดสะพรึงกลัวต่อการสูญเสียบางสิ่งอย่าง ก่อนหน้าและหลังเกิดการเปลี่ยนแปลง
– Enrico Rosseni ก่อนหน้าสูญเสีย Elizabeth ชีวิตเต็มไปด้วยสีสัน ความตื่นเต้น พึงพอใจ แต่หลังจากนั้นซึมเศร้าหมอง หดหู่ รวดร้าวทุกข์ทรมาน
– Herta Rosseni แรกเริ่มมาด้วยความเย็นชา เกือบจะสูญเสียสามีไปให้กับเด็กสาวเมื่อวานซืน แต่เมื่อเขาสูญเสียโอกาสนั้น มอบความรัก ใส่ใจ เอ็นดู ช่วยเหลือเสียสละทุกสิ่งอย่าง จนทุกอย่างกลับหวนคืนมาเป็นปกติสุข
– Solange แรกๆเป็นหญิงสาวธรรมดาทั่วไป แต่พอสูญเสียพรหมจรรย์ กลายเป็นคนจิตหลุต ปัญญาอ่อน ไม่สามารถควบคุมตนเองได้

ใจความของหนังคือการชักชวนให้ผู้ชมตั้งคำถาม มันเกิดอะไรขึ้นกับ Solange? ไม่ใช่ว่าสูญเสียพรหมจรรย์แล้วทำให้เธอกลายเป็นคนปัญญาอ่อนนะครับ แต่คืออะไร (ที่เป็นนามธรรม) แปรสภาพหญิงสาวกลายสภาพเป็นเช่นนั้น?

สิ่งที่หนังไม่ได้พูดเอ่ยถึง แต่ตราหน้าไว้กับการร่วมทุนสร้าง (สตูดิโออิตาลี+West German) สองตัวละคร Enrico-Herta สัญชาติอิตาเลี่ยน-เยอรมันนี ความสัมพันธ์ทั้งสองชาติในกาลอดีต คือพันธมิตรร่วมอุดมการณ์ สงครามโลกครั้งที่สอง จากนั้นเกิดการทรยศหักหลังภายใน พากันพบจุดจบคือพ่ายแพ้หมดรูปย่อยยับเยิน มองหน้ากันแทบไม่ติด แต่ถึงมิได้สนทนาพูดคุย ก็ล่วงรู้แก่ใจกันและกัน (นี่ทำให้ผู้ชมต่างชาติอย่างเราๆ อ่านหนังเรื่องนี้ไม่ค่อยออกสักเท่าไหร่)

อิตาลีและเยอรมันในทศวรรษหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แทบไม่ต่างอะไรกับขุมนรก ประชาชนมีชีวิตอยู่วันๆด้วยความหวาดสะพรึงกลัว การเมืองภายในแตกแยกออกเป็นสองฝั่งฝ่ายชัดเจน (แต่เยอรมันจะรุนแรงกว่า ถึงขนาดสร้างกำแพงแบ่งแยกประเทศกันเลย) ไม่แปลกถ้าใครจะอยากหาที่พึ่งพักพิงกายใจแห่งใหม่ แต่ผมก็ใคร่สงสัยเล็กๆว่า Elizabeth เป็นตัวแทนของใคร อังกฤษ อเมริกา หรือเผด็จการสเปนขณะนั้น [ดูจากพื้นหลังของหนัง London และชื่อนางเอกตรงกับ Queen Elizabeth II จึงมีแนวโน้มสูงว่าจะมาทางนี้]

การจากไปของ Elizabeth (สหราชอาณาจักรค่อยๆล่มสลาย จากการสูญเสียประเทศอาณานิคม) ทำให้ Enrico รับรู้และค้นพบว่า บุคคลที่จะสามารถเข้าใจตนเองได้มากสุด มีเพียง Herta ผู้พานผ่านอะไรๆมาด้วยกันเท่านั้น [ประมาณว่า พันธมิตรใหม่ของอิตาลี ไม่สามารถพึ่งพาให้การช่วยเหลืออะไรได้สักเท่าไหร่ สุดท้ายก็หวนกลับไปตายรัง คบหาเพื่อนเก่าก่อน German สนิทสนมแน่นแฟ้นยิ่งเสียกว่าสามี-ภรรยา]

ขณะที่สิ่งเกิดขึ้นกับ Solange ผมมองถึงเหตุการณ์ในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 การเปิดบริสุทธิ์ทำลายพรหมจรรย์ เทียบกับการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ทิ้งบอมบ์ลงประเทศญี่ปุ่น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกกับการสูญเสียอันมิอาจประเมินค่าได้ ใครกันจะไม่เสียสติแตกกับสิ่งนี้

ผลกระทบของ Solange สร้างความไม่พึงพอใจ รับไม่ได้ ให้กับใครหลายๆคน ก่อให้เกิดการเข่นฆ่ากวาดล้างพันธมิตรที่ทำให้เธอสูญเสียสิ้นความเป็นคน ทิ่มแทงกระทำชำเราจนกว่าจะหมดสิ้นลมหายใจ นั่นถือเป็นช่วงเวลาอันตึงเครียด ไม่รู้ใครจะเป็นรายต่อไป ใครคือฆาตกรตัวจริง ว่าไปแทบไม่ต่างอะไรกับยุคสมัยสงครามเย็น

จุดสิ้นสุดของฆาตกร อาจไม่สะท้อนอะไรในประวัติศาสตร์ขณะนั้น แต่สามารถมองเป็นการพยากรณ์อนาคต ถึงจุดจบของ … สหราชอาณาจักรล่มสลาย สหภาพโซเวียตพังทลาย มหาอำนาจที่เคยยิ่งใหญ่สั่นคลอน เพราะความจริงได้รับการเปิดเผย ก็ไม่มีใครสามารถยินยอมรับความชั่วร้ายดังกล่าวได้ ฆ่าตัวตายหรือติดคุกหัวโต หลังจากนั้นโลกใบใหม่จึงสามารถถือกำเนิดขึ้น

เฉกเช่นเดียวกัน ผู้ชายที่เคยเป็นช้างเท้าหน้าชี้ชักนำทางผู้หญิงในสังคม ก็กำลังค่อยๆปรับเปลี่ยนทิศทางเช่นกัน
– (ในความเข้าใจของผม) Elizabeth คือคนที่อ่อยเหยื่อ ชักจูงครูสอนพละสุดหล่อ Enrico ให้ตกหลุมรักใคร่ตนเอง และพยายามเล่นลีลา ไม่ยอมเสียตัวให้เขาง่ายๆ
– ภรรยา Herta จากเคยตามหลังกลายเป็นคนนำทางสามี ให้เขาพบเห็นความสุขในรักที่อยู่ใกล้ตัว
– การเสียพรหมจรรย์ของ Solange เป้าหมายก็คือจะได้ไปสวิงกิ้ง Orgy สนุกสนานร่วมรักกับผู้ชาย เก็บแต้มร่วมกับเพื่อนๆ (กระมัง)

เมื่อตอนหนังออกฉาย ประสบความสำเร็จทั้งในอิตาลีและเยอรมัน เสียงวิจารณ์ตอบรับค่อนข้างดี ‘First-rate Thriller’ ส่งถึงสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนชื่อเป็น
– The Secret of the Green Pin
– The School That Couldn’t Scream
– Who’s Next?

ได้ยินข่าวว่าผู้กำกับ Nicolas Winding Refn ประกาศเมื่อปี 2016 ต้องการจะสร้างใหม่ภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ไม่รู้โปรเจคคืบหน้าไปมากน้อยเท่าไหร่แล้ว (ถือเป็นผู้กำกับที่เหมาะสมกับการสร้างใหม่เรื่องนี้มากยิ่งทีเดียว)

สุดท้ายแล้วผมไม่ค่อยประทับใจภาพรวมหนังสักเท่าไหร่ จุดหักเหเกิดจากการเร่งรีบร้อนให้ Elizabeth ถูกเข่นฆ่าตายกลายเป็นศพสาม มันทำให้ปมประเด็นทุกสิ่งอย่างที่สร้างขึ้นพังทลายหมดสิ้นโดยพลัน แล้วหลังจากนั้นอะไรเกิดขึ้นกับ Solange? เลยดูไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่อีกต่อไป

แนะนำคอหนัง Giallo, Thriller-Mystery, เกี่ยวกับวัยรุ่นสาว รักต่างวัย, รู้จักผู้กำกับ Massimo Dallamano ไม่ควรพลาด

จัดเรต 18+ เรื่องเสื่อมๆของวัยรุ่นสาว

TAGLINE | “สิ่งที่ Massimo Dallamano กระทำกับ What Have You Done to Solange? มีความลึกลับซับซ้อนเกินกว่าคนภายนอกจะเข้าใจ”
QUALITY | THUMB UP
MY SCORE | SO-SO

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of