When We Were Kings (1996)

When We Were Kings

When We Were Kings (1996) hollywood : Leon Gast ♥♥♥♥◊

สารคดีที่ใช้เวลาตัดต่อกว่า 20 ปีถึงได้ฉาย ถ่ายทอดเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนจนถึงหลังการชกชิงแชมป์โลกมวยสากลสมัครเล่นรุ่น Heavyweight ครั้งที่น่าจะเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์โลก Rumble in the Jungle ระหว่าง Muhammad Ali กับ George Foreman หนังเรื่องนี้ได้ Oscar สาขา Best Documentary Feature และผมจัดหนังสารคดีเรื่องนี้ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Muhammad Ali ชื่อนี้ใครๆน่าจะรู้จัก แต่ถ้าคุณไม่ได้เกิดในยุคสมัยนั้น อาจไม่รู้ว่า Muhammad Ali มีความสำคัญต่อโลกอย่างไร ผมก็คนหนึ่งที่เกิดไม่ทัน เคยได้ยินชื่อแต่ไม่รู้ว่ายิ่งใหญ่ยังไง ทำไมใครต่อใครทั่วโลกถึงยกย่อง พูดถึงชายคนนี้ในระดับที่เป็นตำนาน, ต้องถือว่าโชคดีมากๆที่สื่อ “ภาพยนตร์” ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว คนรุ่นหลังอย่างเราๆจึงได้มีโอกาสได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายทศวรรษก่อน, เนื่องด้วยในการเสียชีวิตของ Muhammad Ali เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2016 มีหนังที่เกี่ยวกับ Ali ทั้งหมด 4 เรื่องที่ผมเพิ่งได้ดู และจะขอพูดถึงเพื่อเป็น Tribute แก่ชายผู้ยิ่งใหญ่ The Greatest เชื่อว่าชื่อของ Muhammad Ali จะยังคงอยู่ในใจของชาวโลกไปอีกอย่างยาวนาน

The Rumble in the Jungle (เสียงกึกก้องในป่า) ถึงจะชื่อว่า Jungle แต่ไม่ได้ไปต่อยกันในป่าจริงๆนะครับ คนอเมริกาสมัยนั้นเปรียบทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้เป็นเหมือนป่าดงพงไพร ที่ลึกลับ น้อยคนที่จะเคยได้ยินแม้แต่ชื่อ, คู่มวยหยุดโลกระหว่าง Muhammad Ali กับ George Foreman ไปต่อยกันที่ Kinshasa ประเทศ Zaire (ปัจจุบันคือประเทศ Democratic Republic of the Congo) ทำไม่ต้องไปต่อยกันไกลขนาดนั้น? …จุดเริ่มต้นจากโปรโมเตอร์มวย Don King ได้ยื่นขอเสนอต่อ Foreman ให้ป้องกันแชมป์โลกกับ Ali ซึ่ง Foreman เรียกค่าต่อย $5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สูงมากๆ (สูงที่สุดในขณะนั้น) Don King ไปยื่นข้อเสนอกับ Ali แบบเดียวกัน ทั้งสองรับข้อเสนอ มวยนัดนี้เกิดขึ้นแน่นอน แต่ใครที่ไหนที่จะยอมจ่ายเงินถึง $10 ล้านดอลลาร์, Mobutu Sese Seko ผู้นำเผด็จการของ Zaire ขณะนั้นพอได้ยินข่าวก็ยื่นข้อเสนอจ่ายเงินให้ ด้วยข้อแม้แค่มาชกกันที่ Zaire, ทวีป Africa ขณะนั้นเป็นเหมือนดินแดนลึกลับที่น้อยคนจะรู้จัก การได้คนดังระดับโลกมาเยี่ยมเยือนจะถือเป็นการสร้างชื่อเสียงของประเทศให้คนจากทั่วโลกรู้จัก เงิน $10 ล้านถือว่าจิ๊บจ้อย ดีกว่าหาเรื่องทำสงครามกับประเทศอื่นเพื่อสร้างกระแสให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก

หนังเรื่องนี้เริ่มต้นจากการขึ้นเครื่องเดินทางไป Zaire ของทั้ง Ali และ Foreman การซ้อม การเตรียมตัว เรียกว่า Warm-Up ก่อนที่จะเริ่มชก Leon Gast ผู้กำกับสารคดีเรื่องนี้ เดิมทีไม่ได้ตั้งใจที่จะทำสารคดีเกี่ยวกับมวยหยุดโลกคู่นี้ เขาถูกจ้างให้ทำสารคดีเกี่ยวกับเทศกาลคอนเสิร์ต 3 วันที่จัดขึ้นพร้อมกับคู่มวย แต่ไปๆมาๆเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน คู่ซ้อมของ Foreman พลาดศอกใส่จนคิ้วแตก ทำให้ไม่สามารถขึ้นชกในวันที่ 25 กันยายนได้ ทำให้คู่มวยเลื่อนไป 1 เดือน จัดวันที่ 29 ตุลาคม 1974 แต่คอนเสิร์ตเลื่อนไม่ได้ Mobutu Sese Seko ท่านผู้นำ จึงสั่งให้เทศกาลดนตรีเข้าชมฟรี เพื่อดึงดูดให้มีคนเข้าร่วม, ด้วยทาง Leon Gast จะมีทุนสร้างสารคดีจากเงินที่ค่าเข้าชมคอนเสิร์ต แต่เมื่อไม่มีงบส่วนนี้สนับสนุนแล้ว เขาจึงเปลี่ยนความสนใจมาทำสารคดีเกี่ยวกับคู่มวยแทน

กลับจาก Kinshasa ด้วยฟุตเทจกว่า 300,000 ฟุต Gast ไม่มีทุนสำหรับทำ post-production เขาจึงไปทำสารคดีเรื่อง The Grateful Dead Movie (1974) และ Hells Angels Forever (1983) เพื่อนำทุนมาใช้ตัดต่อหนัง กว่าจะเสร็จนับเวลาได้ร่วม 2 ทศวรรษ ได้ฤกษ์ฉายในเทศกาลหนัง Sundance เมื่อปี 1996 และได้รางวัล Special Jury Recognition, หนังกวาดรางวัลมากมายรวมถึง Independent Spirit Awards รางวัล Truer Than Fiction Award และรางวัลใหญ่ที่สุดคือ Oscar สาขา Best Documentary Features, ผมดูคลิปมอบรางวัล เห็น Muhammad Ali ขึ้นไปบนเวทีด้วยนะครับ และได้รับการยืนปรบมือเป็นเกียรตินานเป็นนาทีเลยละ (คนประกาศรางวัลนี้คือ Tommy Lee Jones และ Will Smith [คู่หู MIB] และต่อมา Smith รับบทเป็น Ali ในหนังเรื่องต่อมาของเขา)

ไม่ใช่แค่หนังที่ว๊าว แต่กว่าหนังจะเสร็จก็ว๊าวเช่นกัน ฟุตเทจในหนังเกิดจากการถ่ายภาพของ Leon Gast จริงๆ และเหมือน Ali ก็รู้ตัวด้วยว่าสิ่งที่ถ่ายวันนั้นจะกลายเป็นหนัง (แต่คงคิดไม่ถึงกว่าจะเสร็จก็ 20 ปีถัดมา) ผมว่ามันเป็นช่วงเวลาที่กำลังดีเลย เพราะหลังจากนัดหยุดโลกนั้น ก็อีกหลายปีกว่า Ali ถึงอำลาสังเวียน (ถ้าหนังเสร็จก่อนเขาอำลาสังเวียน ผมว่าผู้ชมคงไม่ตราตรึงเท่าไหร่), จากนั้นอีก 10 ปีหลัง Ali อำลาสังเวียน นั่นเป็นช่วงที่เขาค่อยๆกลายเป็นตำนาน คนรุ่นหลังเริ่มกล่าวถึงและให้ความยกย่อง ปีที่หนังฉาย พอดีกับ Olympic 1996 จัดขึ้นที่ Atlanta และ Muhammad Ali คือคนจุดกระถางคบเพลิง เปิดการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษย์ชาติ, 20 ปีหลังหนังฉาย (2016) Muhammad Ali ก็ได้จากโลกนี้ไปด้วยโรคพากินสัน (เซลล์สมองตาย)

ในด้านเทคนิค เราจะเห็นการตัดต่อที่ถือว่าคมกริบ รวบเร็ว ฉับไว คงเพราะปริมาณฟุตเทจที่มีมากมายมหาศาล และ Gast พยายามใส่รายละเอียดมาให้มากที่สุด ตัดสลับกับการสัมภาษณ์ที่ดูแล้วน่าจะเป็นสมัยปัจจุบัน (ถ่ายหลังจากการชกจบลง 20 ปี) เราจะยังเห็นคนที่อยู่ในฟุตเทจยังคงมีชีวิตกันอยู่ พูดถึงระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนนั้น นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์เซเล็ปชื่อดังในขณะนั้น อาทิ Spike Lee (ผู้กำกับชื่อดัง), Thomas Hauser (ผู้แต่งหนังสือ Muhammad Ali: His Life and Times) ฯ, ที่ผมชอบที่สุดในการสัมภาษณ์คือการวิเคราะห์รูปแบบสไตล์การชก ที่ทำให้เราเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบนเวทีบ้าง, ว่าไปผมก็ดูหนังเกี่ยวกับชกมวยมาก็เยอะ แต่มองไม่เห็นอะไรไปมากกว่าความสนุกและความมันส์เลย (เหมือนคนที่ดูหนังเอาแต่ความบันเทิง) การได้ดูหนังเรื่องนี้ทำให้ผมเข้าใจรูปแบบ เทคนิค วิธีการและการคิดของ Ali ขณะชก ที่ต้องเรียกว่า ‘อัจฉริยะ’ นี่แหละครับที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับ ยกย่อง ว่ามีการชกที่สวยงามและมีเสน่ห์ที่มากกว่าแค่การชกมวย

อิทธิพลของ Muhammad Ali มีมากกว่าแค่การชกบนเวที… จุดนี้ผมจะขอยกไปพูดในหนังเรื่องอื่นที่เล่าประเด็นชัดกว่าหนังเรื่องนี้นะครับ

Ali, Bomaye! (Ali, Kill Him!) คำพูดนี้น่าจะเป็น หนึ่งในประโยคแห่งศตวรรษเลย เป็นคำที่ชาว Zaire ตะโกนเรียก เชียร์ Ali และเขาก็เล่นกลับด้วย ไม่รู้กี่ครั้งที่ Ali พอตะโกนว่า Bomaye! คนพื้นเมืองทุกคนจะตะโกนกลับ ชายผู้มีอิทธิพลต่อคนทั้งประเทศ ไม่สิอาจจะทั้งโลกเลย, ประโยคสุดท้ายของหนังก็เจ๋งมากๆ Ali เขามีนิสัยเป็นพูดมาก ขี้เล่น ติดตลก บางครั้งก็พูดเป็นคำคล้องจอง คล้ายคำกลอน, ในวรรณกรรมของอังกฤษ กวีบทที่สั้นที่สุดเป็นของ Bartlett’s Quotations “Adam had ’em.” ครั้งหนึ่งมีคนให้ Ali แต่งกลอนสักบท เขาแต่งว่า “Me, We!” สั้นกว่าอีก ถ้าอยากเข้าใจว่าประโยคนี้คืออะไร ลองหาหนังมาดูเองนะครับ

เหตุที่ผมจัดหนังเรื่องนี้ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” เพราะนี่เป็นหนังที่มีประโยชน์มากๆ ชีวิตของชายคนหนึ่งที่สามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายๆคน เขาใช้ชีวิตแบบ ‘อย่างที่ฉันอยากเป็น’ แต่การเป็นของเขามันมีจุดยืน มีความเฉพาะตัว แรกๆอาจไม่ได้รับการยอมรับ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนี่คือสิ่งที่ทำให้คนทั้งโลกยอมรับและทึ่ง ที่คนดังระดับนี้สามารถมีจุดยืนที่ต่างกับสังคมได้ และในช่วงเวลาของการชกครั้งประวัติศาสตร์นี้ เราจะเห็นว่ามันเป็นอะไรที่มากกว่าแค่ตัวของเขาเอง นี่คือการต่อสู้ครั้งสำคัญ ที่ถ้าคุณพลาดหนังเรื่องนี้ไป ถือว่ากำลังพลาดช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบุคคลที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของโลก

When We Were Kings เป็นชื่อหนังที่พูดถึงปัจจุบัน เมื่อครั้งตอนเขา(Ali) ยังยิ่งใหญ่ แต่ก็มีคนหลายคนมองว่าการชกครั้งนี้ Ali เหมือนคนขี้ขลาด เพราะเอาแต่หลบพิงเชือกไม่แลกหมัด (rope-a-dope) ผมไม่เห็นด้วยนะครับ มองว่ามันคือ Tactic ที่ชาญฉลาดมากๆ และเชื่อว่า Ali ต้องเตรียมตัวมาก่อนแน่ๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่วขนาดนี้ คนที่เป็น Kings หรือ The Greatest ทำแบบนี้อาจไม่สวย แต่ผลลัพท์คือชัยชนะ มวยที่ดูเป็นรองในทุกสถานการณ์ กลับมาชนะได้ นี่ถือเป็นผลการแข่งขันที่พลิกล็อคหนึ่งในที่สุดของประวัติศาสตร์เลย

หนังเรื่องนี้ติด 50 Documentaries to See Before You Die ด้วยนะครับ ในหมวด The Boy Who Loves Jesus Grows Up (แต่ Muhammad นับถือ Islam นะ!)

แนะนำหนังเรื่องนี้กับทุกคนนะครับ นักกีฬาทั้งหลาย โดยเฉพาะนักมวย ค่ายมวยควรเอาหนังเรื่องนี้ไปเปิดให้ลูกค่ายดู จะได้รู้จักกับตำนานที่ยิ่งใหญ่, การตัดต่อที่ฉับไวทำให้นักดูหนังรุ่นใหม่สามารถดูได้โดยไม่เบื่อหรือง่วงหงาวหาวนอน คำว่าสารคดีอาจเป็นที่ขยาดของใครหลายคน ถ้าฝืนความรู้สึกตัวเองให้ได้ จะพบว่านี่เป็นหนังที่ยอดเยี่ยม และมีคุณค่ามากๆ จัดเรต 13+ การชกมวยมันมีความรุนแรงนะครับ ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำ

TAGLINE | “When We Were Kings คือสารคดีการชกมวยครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่าง Muhammad Ali กับ George Foreman ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องดูหนังเรื่องนี้ให้ได้”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | FAVORI 

1
Leave a Reply

avatar
1 Comment threads
0 Thread replies
0 Followers
 
Most reacted comment
Hottest comment thread
0 Comment authors
Best of Muhammad Ali Films | RAREMEAT BLOG Recent comment authors

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
newest oldest most voted
Notify of
trackback

[…]  When We Were Kings (1996) : Leon Gast ♥♥♥♥◊ สารคดีที่ใช้เวลาตัดต่อกว่า 20 ปีถึงได้ฉาย ถ่ายทอดเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนจนถึงหลังการชกชิงแชมป์โลกมวยสากลสมัครเล่นรุ่น Heavyweight ครั้งที่น่าจะเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์โลก Rumble in the Jungle ระหว่าง Muhammad Ali กับ George Foreman, หนังเรื่องนี้ได้ Oscar สาขา Best Documentary Feature และมีความยอดเยี่ยมระดับ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” […]