5 Centimeters Per Second (2007)

5 Centimeters Per Second

5 Centimeters Per Second (2007) Japanese : Makoto Shinkai ♥♥♥♥♥

นายรู้หรือเปล่า ดอกซากุระร่วงหล่นด้วยความเร็ว 5 เซนติเมตรต่อวินาที, ระยะห่างระหว่างสองเราจะไกลกันแค่ไหนใน 1 ปี, 3 ปีจากพื้นดินถึงสรวงสวรรค์, 10-20 ปีคงถึงสุดขอบระบบสุริยะ, เรื่องราวของความรักและการพรากจาก นี่เป็นอนิเมะ 2 มิติที่มีงานภาพสวยสดงดงาม ละเอียดอ่อนที่สุดเท่าที่มนุษย์จะสามารถวาดได้

Makoto Shinkai ชายผู้ได้รับฉายาว่า “The New Miyazaki” ไม่ใช่ว่าเขาทำอนิเมะที่มีเรื่องราวหรือสไตล์คล้าย Hayao Miyazaki นะครับ แต่เป็นวิสัยทัศน์และโลกทัศน์ สิ่งที่เขานำเสนอออกมามีความยอดเยี่ยม โดดเด่น คล้ายกับช่วงแรกๆที่ Miyasaki สร้างสตูดิโอ Ghibli ขึ้นมา, ส่วนตัวผมแอบกลัวว่าผู้คนจะคาดหวังกับ Shinkai มากไป เขาไม่ใช่ Miyazaki และตัวเขาเองก็เคยพูดประมาณว่า overestimation นับตั้งแต่ The Place Promised in Our Early Days (2004) หนังอนิเมะยาวเรื่องแรกของผู้กำกับ ผ่านมาสิบกว่าปี กับผลงานทั้งหมด 4 เรื่อง มันชัดเจนเลยว่า เขาไม่ใช่ New Miyazaki แน่นอน แต่เขาเป็น Makoto Shinkai ชายผู้ซึ่งมีสไตล์การเล่าเรื่อง และการกำกับเป็นของตัวของตนเอง แต่ก็ไม่แน่อนาคตยังอีกไกล เขาเพิ่งอายุ 43 เท่านั้น (ปี 2016) ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อีกมาก เมื่อถึงจุดๆหนึ่งฝีมือของเขาอาจเทียบชั้นกับ Miyazaki จริงๆก็เป็นได้

หลังจากประสบความสำเร็จกับ The Place Promised in Our Early Days (2004) ที่ได้รับคำชมอย่างมาก กวาดรางวัลนับไม่ถ้วน และหนังทำเงินในญี่ปุ่นไปพอสมควร Makoto Shinkai จึงได้แยกสตูดิโอ CoMix Wave Films ออกจาก CoMix Wave Inc. เพื่อสำหรับสร้างอนิเมะโดยเฉพาะ (Shinkai เริ่มสร้างอนิเมะมาตั้งแต่ 1997 ในนามบริษัทลูกของ CoMix Wave Inc.) สตูดิโอนี้ไม่เคยผลิตผลงานอื่นนอกจากของ Makoto Shinkai เลย คงเพราะเป็นบริษัท In-House ไม่รับงานนอก ทีม Animator จึงสามารถพัฒนาเทคนิคการวาดรูป ให้มีความโดดเด่นเป็นสไตล์ของตนเอง แตกต่างจากการสร้างอนิเมะทั่วๆไปของบริษัทอื่น

โปรดิวเซอร์ เขียนบท กำกับ Makato Shinkai ควบ 3 ตำแหน่งหลักเลย โดยปกติหนังอนิเมชั่นมักจะไม่ค่อยมีใครสามารถควบ 3 ตำแหน่งนี้ได้แบบหนังคนแสดง เพราะมีข้อจำกัดเรื่องการทำงาน (ถ้าใครอยากรู้ว่าอนิเมชั่นของญี่ปุ่นสร้างกันอย่างไร ให้ไปลองหาอนิเมะซีรีย์เรื่อง Shirobako-2015 มาดูนะครับ ไว้ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ผมจะเขียนรีวิวอนิเมะเรื่องนี้แน่นอน) อนิเมะเรื่องผ่านๆมาของ Shinkai มักจะเป็นแนว Fantasy หรือ Science Fiction (Sci-Fi) ตอนประกาศสร้างเรื่องนี้ เขาต้องการทำแนวใหม่ๆบ้าง จึงมาลงเอยที่ Drama-Romance เล่าเรื่องเกี่ยวกับโลก-จักรวาล ผู้คน-ความรัก และกาลเวลา

เรื่องราวแบ่งออกเป็น 3 เรื่องสั้น ที่ดูเหมือนจะไม่ต่อเนื่องกัน แต่เป็นเรื่องราวของตัวละครชุดเดิมเมื่อเวลาผ่านไป สถานที่เปลี่ยนไป แต่จิตใจของตัวละครยังคงแน่วแน่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการเปรียบเทียบระยะห่างระหว่างคนสองคนกับความรัก ที่ต่อให้ถึงจะอยู่ไกลกันแค่ไหน บางอย่างเปลี่ยนแปลงไป แต่บางสิ่งยังคงไม่เปลี่ยน

นี่ไม่ใช่หนังรักที่สมหวัง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชมสำรวจและเข้าใจความรักของตนเอง เรื่องแรก ดอกซากุระร่วงโรยด้วยความเร็ว 5 เซนติเมตรต่อวินาที หนึ่งปีผ่านไประยะห่างระหว่างทั้งสอง นั่งรถไฟไปแค่ 2-3 ชั่วโมงก็ถึง แต่ด้วยอุปสรรคที่คาดไม่ถึง มันกลายเป็น 7-8 ชั่วโมง เชื่อว่าคนที่ไม่ชอบดูหนังค่อยๆแนวสร้างบรรยากาศ ย่อมต้องไม่ชอบอนิเมะเรื่องนี้แน่นอน แต่ไม่ใช่กับผม ตั้งแต่ดูครั้งแรก เมื่อเด็กชายเจอกับเด็กหญิง ผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว เห้ย! “กว่า” ที่ทั้งสองจะเจอกัน มันทรมานมากๆ คุ้นๆเหมือนตอนชีวิตผมตอนวัยรุ่น ที่เคยต้องรอคอยหญิงสาวที่ชอบอยู่หลายครั้ง แต่เธอมาไม่ถึงสักที ชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงก็ยังไม่มา ขณะกำลังจะถอดใจเธอโทรมาบอกขอโทษนะใกล้จะถึงแล้ว, การรอคอยเป็นสิ่งที่ทรมาน แต่เฉพาะกับคนที่สามารถอดทนรอได้ มันจะมีทุ่งหญ้าสีเขียวขจีสดใส เป็นรางวัลให้กับผู้ที่มีเชื่อมัน, ณ การจุมพิตนั้น ทำให้เด็กชายเข้าใจทุกอย่าง นี่คือช่วงเวลาที่ทั้งสองใกล้ชิดกันที่สุด ต่อจากนี้คงมีแต่ระยะห่าง เหมือนดังดอกซากุระที่เมื่อถึงเวลามันย่อมร่วงหล่น ห่างไกลจากลำต้นไปเรื่อยๆ

รถบรรทุกจรวดวิ่งด้วยความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง… หา! ผมรีบย้อนกลับไปดูเพราะคิดว่าตัวเองได้ยินผิด เหมือนกับตัวละครเด็กหนุ่มคนนั้น มันคือ Deja Vu หรือเปล่าที่ได้ยินอะไรคล้ายๆกันนี้ ไม่ผิดหรอก 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ได้ใกล้กับ 5 เซนติเมตรต่อวินาทีเลย (5 km/s = 138.8 cm/s) หญิงสาวที่กำลังหัดเล่น Surf เธอตกหลุมรักชายหนุ่มจากการกระทำอันอ่อนโยนของเขา ใช้เวลาว่างหัดเล่นคิวโด (Kyudo เป็นกีฬายิงธนูแบบ zen มีเป้าไว้ไม่ได้ให้ยิงโดน แต่ให้ใจยิงโดน) surf คือการโต้คลื่นที่ถาโถมเข้ามา ผู้เล่นต้องยืนบนบอร์ด เหมือนกับการฝ่าฟันอุปสรรค ณ ปลายอุโมงค์คลื่นจะเปรียบเหมือนแสงสว่าง ทางออกสู่โลกที่สดใส เมื่อหญิงสาวสามารถยืนโต้คลื่นได้เองแล้ว เธอจึงพร้อมที่จะสารภาพรักกับชายหนุ่ม แต่ขณะนั้นเองทำให้เธอได้พบความจริง ว่าแท้จริงแล้วแสงสว่างที่ปลายทางมันไกลเกินกว่าจะเอื้อม เพราะจิตใจของชายหนุ่มเปรียบได้ดั่งจรวดที่กำลังทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ล่องลอยอยู่บนสรวงสววรค์ มันช่างห่างไกลเหลือเกินสำหรับเธอ, กับชายหนุ่ม นั่นคือระยะห่างของเขากับรักครั้งแรก ที่ไม่รู้ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แต่ยิ่งนานมันยิ่งไกล จะมีโอกาสไหมที่เราจะได้เจอกันอีก

กี่ปีผ่านไปไม่รู้ (ผมคิดว่าอย่างน้อย 10-20 ปี) จรวดที่ถูกปล่อยเมื่อตอนนั้น ตอนนี้ไปถึงสุดขอบระบบสุริยะแล้ว และพร้อมที่จะเดินทางต่อไปไปสู่กาแลคซี่อันกว้างใหญ่ ระยะห่างความรักของคนสองคนมันไกลขนาดนั้นเชียวหรือ เด็กน้อยโตเป็นเด็กหนุ่มและกลายเป็นชายหนุ่ม เรียนจบทำงาน มีหญิงสาวที่ใช้ชีวิตร่วมกัน สุดท้ายก็ไปไม่รอด งานที่ทำก็เพื่อมีชีวิตไม่ใช่ใช้ชีวิต แฟนเก่าพยายามขอคืนดีแต่เขาบอกว่า คงเป็นไปไม่ได้ เพราะมันไม่มีทางที่หัวใจทั้งสองจะเข้าใกล้กันได้แม้แต่เซนติเมตรเดียว, ชายหนุ่มยังจำได้, หญิงสาวก็จำได้ ค่ำคืนที่ทั้งสองมองดูหิมะตกด้วยกัน ด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้เห็นซากุระตกด้วยกันอีกครั้ง, ทำไมจะไม่ได้เห็น ทั้งสองเดินสวนกันข้ามทางรถไฟ ขณะนั้นซากุระกำลังร่วงโรย ชายหนุ่มหันกลับไปรถไฟคันหนึ่งวิ่งผ่านไป เขายืนรออีก สักครู่รถไฟอีกขบวนดันวิ่งสวนมาพอดีอีก พอรถไฟผ่านไปมันก็นานพอให้หญิงสาวเดินหายลับไปแล้ว

เพลง One More Time, One More Chance ซิงเกิ้ลของ Masayoshi Yamazaki วางขายตั้งแต่ 22 มกราคมปี 1997 แต่พอได้เอามาประกอบหนังเรื่องนี้ ทำให้ฮิตติดลม Oricon Chart สูงสุดอันดับ 18 ติดชาร์ทนาน 24 สัปดาห์ เพลงนี้เริ่มที่ตอนจบ สักครั้งได้ไหม ขอแค่ครั้งเดียว โอกาสเดียวก็ยังได้ที่ทำให้ฉันได้พบกับเธอ อีกแค่ครั้งเดียว

ในมุมหนึ่งของหนัง เราอาจจะเปรียบเทียบ “ความรัก” คือ “ความทรงจำ” ในอดีต ซึ่งไม่มีทางที่เราจะสามารถกลับไป ณ จุดนั้นได้อีก (ปกติความรักมันยังมี return กันได้ แต่ความทรงจำ มันได้แค่คิด แต่ย้อนไปไม่ได้) ระยะทางในหนังเปรียบได้กับระยะเวลาที่เราเก็บความทรงจำไว้ ยิ่งเวลาผ่านไปนาน ระยะทางยิ่งห่าง ความทรงจำยิ่งเลือนลาง มองแบบนี้ตอนจบจึงดูสมเหตุผล เพราะความทรงจำของคนเรามึความเป็นไปได้มากที่สุดก็แค่สวนทางกัน (เหมือนทางรถไฟ) อาจมีอะไรคล้ายๆเดิมเกิดขึ้น แต่ไม่มีวันเป็นได้เหมือนเดิม

สต๊าฟของหนังเรื่องนี้ มี 2 คนที่ต้องกล่าวถึง Takumi Tanji ที่เป็น Background Art ภาพพื้นหลังสวยๆ ท้องฟ้ากลางวันกลางคืน ดาวบนท้องฟ้าเห็นกาแลคซี่ทางช้างเผือกเลย สวยมากๆ ในอนิเมะของ Makoto Shinkai ทุกเรื่องมาจากฝีมือชายคนนี้, อีกคนคือ Takayo Nishimura ในอนิเมะเรื่องนี้รับหน้าที่เป็น Character Design (คนที่ออกแบบ Character Design Original คือ Makoto Shinkai) ยังเป็น Key Animator และ Animator Director อีกด้วย ภาพการเคลื่อนไหวเนียลๆ, หิมะตก, ซากุระร่วงโรย, จรวดทะยานขึ้นฟ้า (ท้องฟ้าสองฝั่งมีความเข้มของสีต่างกัน) ความละเอียดอ่อนต้องยกนิ้วให้เลย

สำหรับนักพากย์ รู้สึกว่า Shinkai จะไม่ได้ใช้บริการ Seiyuu ที่คออนิเมะคุ้นเคยนะครับ เลือกนักแสดงซีรีย์ หรือที่เคยเล่นหนังเป็นตัวประกอบ มาพากย์ พวกเขาอาจไม่ใช่ professional แต่มีวิธีการเข้าถึงตัวละครที่แตกต่างจากนักพากย์ทั่วๆไป (มักจะทุ่มเทมากกว่า)

Takaki Toono พากย์โดย Kenji Mizuhashi ตอนแรกผมคุ้นๆนึกว่าพี่แกพากย์เสีย Kirito ใน SAO แต่เปล่าเลย พี่แกเป็นนักแสดง ส่วนใหญ่รับเล่นซีรีย์ มีเล่นหนังบ้าง ไม่เคยพากย์อนิเมะมาก่อน นี่เรื่องแรกและเรื่องเดียว, เสียงของ Mizuhashi มีความนุ่มนวลมากๆ ตอนพากย์เป็นเด็กฟังดูมีน้ำเสียงอ่อนโยน ลึกๆยังมีความหวัง แต่พอเป็นผู้ใหญ่ด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น มีความเหนื่อยหน่าย เบื่อโลก, ทักษะการพากย์ใช้ได้เลย หวังว่าพี่แกจะมารับงานพากย์อนิเมะอีกนะครับ

Akari Shinohara มีนักพากย์ 2 คน ตอนเด็กและตอนโต Yoshimi Kondo พากย์ตอนเด็กและ Ayaka Onoue พากย์ตอนโต, ผมชอบเสียงของ Akari ตอนเด็กนะครับ น่ารักๆกำลังดีเลย พอโตขึ้นมาน้ำเสียงดูเศร้าๆ

Kanae Sumida พากย์โดย Satomi Hanamura หญิงสาววัยแรกรุ่นที่ตกหลุมรักชายหนุ่ม แต่เธอยังกลัวๆกล้าๆ ตัวแทนของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่รักใครชอบใครก็พูดออกมา ไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่ ขอแค่มีโอกาสได้พูด เสียงของ Hanamura ฟังดูสับสนวุ่นวาย แต่น้ำเสียงตอนเธอร้องไห้ มันสะเทือนใจผมรุนแรงเลย ใครเคยดู Tokyo Magnitude 8.0 น่าจะจำเสียงของ Mirai Onozawa ได้นะครับ นักพากย์คนเดียวกัน

ตัดต่อโดย Makoto Shinkai ผมชอบการตัดต่ออนิเมะเรื่องนี้มาก ยอดเยี่ยมพอๆกับความสวยงามของภาพเลย เน้นการตัดภาพให้มีจังหวะพร้อมกับเสียงเพลง ในคลิป One More Time, One More Chance แสดงเทคนิคที่ในใช้ในอนิเมะได้ชัดเลย ผมเรียกการตัดต่อแบบนี้ “Emotion Edited” ตัดต่อเพื่อสร้างอารมณ์ หนังทั่วไปมักจะใช้เพลงเพื่อสร้างบรรยากาศ แต่หนังเรื่องนี้ใช้การตัดต่อ ผมพอจะเคยเห็นมีหนังเรื่องอื่นที่ใช้เทคนิคนี้อยู่นะครับ แต่จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร

เพลงประกอบโดย Tenmon ทั้งเรื่องจะมีการบรรเลงเบาๆ จนแทบจะไม่ได้ยินด้วยซ้ำ เน้นเสียงธรรมชาติ Sound Effect รอบข้างที่ดังมากๆ (ออกแนว Realist) ผมได้ยินเสียงเปียโนคลอเบาๆหลายฉาก ถ้าต้องการเน้นอารมณ์จะเสริมไวโอลินเข้าไป ตั้งใจฟังก็จะรู้ว่าดัดแปลงทำนองมาจากเพลง One More Time, One More Chance

ถ้ามีคนถามผมว่าอนิเมะเรื่องไหนที่ภาพสวยที่สุดในโลก ถ้าสัก 10 ปีก่อนอาจจะยังตอบไม่ได้ ตอนนี้ชัวร์แท้แน่นอน ถึง Makoto Shinkai จะสร้างอนิเมะภาพสวยโคตรๆแบบนี้มาแล้วหลายเรื่อง แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนที่ผมรู้สึกว่าพอดี ลงตัว และสวยงามได้เทียบเท่า 5 Centimeters Per Second คงเพราะเรื่องราวที่ถือว่าลงตัวเข้ากับงานภาพ (และมันสร้างอารมณ์ nostagia ให้ผมด้วย) ตอนอนิเมะ The Place Promised in Our Early Days (2004) งานภาพยังไม่สวยเท่าไหร่ ส่วนเรื่องล่าสุด The Garden of Words (2013) ก็สวยเกินไป เทคนิคพัฒนาขึ้นแต่เนื้อเรื่องมันเหมือนตามไม่ทัน 5 Centimeters Per Second นี่แหละที่ผมคิดว่า สวยพอดีลงตัวที่สุดแล้ว

ผมคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่ภาพวาด 2 มิติจะสวยงามสมจริงจนถึงขั้น เท่ากับภาพถ่ายจริงๆนะครับ มันมีข้อจำกัดบางอย่างที่ภาพวาดทำไม่ได้ ผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่มันไม่เหมือนภาพ 3 มิติ ที่ปัจจุบันผมว่าสัก 90% แล้วในความเหมือน สมจริง กับภาพวาด 2 มิติ ยังถือว่าห่างไกลอยู่มาก ซึ่งความไม่เหมือนนี่แหละคือเสน่ห์ของภาพ 2 มิติ ดูแล้วรู้ว่าไม่ใช่ภาพจริงๆ เป็นภาพวาด

แนะนำหนังเรื่องนี้กับคออนิเมะทุกคน ภาพสวยมากๆ ตัดต่อเยี่ยม เพลงประกอบเพราะๆ เหมาะสำหรับนักดูหนังที่ชอบแนวซึมซับบรรยากาศ ต้องการดูแล้วผ่อนคลาย เนื้อเรื่องไม่เยอะแต่อารมณ์เต็มอิ่ม, คนที่มีประสบการณ์การดูหนังมาพอสมควร จะสามารถมองเห็นความสวยงามที่มากกว่าแค่ภาพสวยและเพลงเพราะ, จัดเรต PG ดูได้ทั้งครอบครัวก็จริง แต่เด็กเล็กๆคงไม่เข้าใจ วัยรุ่น 13+ ขึ้นไปกำลังดี คนชอบงานศิลป์สวยๆ อนิเมะเรื่องนี้แนะนำเลยครับ สวยแบบตะลึงแน่นอน

TAGLINE | “ผลงานกำกับของ Makoto Shinkai เรื่อง 5 Centimeters Per Second ดอกซากุระในเรื่องนี้ แท้จริงแล้วร่วงหล่นด้วยความเร็วเท่ากับจิตใจของผู้ชม”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | FAVORI 

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of