Dead ringers

Dead Ringers (1988) Canadian : David Cronenberg ♥♥♥♥♡

ฝาแฝดสยาม (Siamese twins) คือสิ่งมีชีวิตที่มีความลึกลับ -รับบทโดย Jeremy Irons ในการแสดงน่าจะยอดเยี่ยมที่สุด- มักมีบางสิ่งอย่างเชื่อมโยงถึงกัน แต่ถึงแยกแยะลักษณะทางกายภาพไม่ออก อุปนิสัย สภาพจิตใจของพวกเขาย่อมมีความแตกต่าง(ขั้วตรงข้าม)

เทศกาลหนัง Toronto International Film Festival มีการลงคะแนนโหวต “Top 10 Canadian Films of All Time” ในทุกๆทศวรรษ

  • ปี 1993: ไม่มีหนังของผกก. Cronenberg ติดอันดับ เพราะถูกแบ่งเสียงโหวตระหว่าง Videodrome (1983) กับ Dead Ringers (1988) เลยไม่มีเรื่องไหนคะแนนสูงพอติด Top 10
  • ปี 2004: Dead Ringers (1988) ได้รับคะแนนโหวตติดอันดับ 6
  • ปี 2015: Dead Ringers (1988) ได้รับคะแนนโหวตติดอันดับ 7

ผมรับชม Dead Ringers (1988) ด้วยความคาดหวังค่อนข้างสูง และค้นพบความชื่นชอบโดยทันที! ตั้งแต่สไตล์ลายเซ็นต์ ‘Cronenburgundian’ ชวนให้ติดตามตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ลุกไปไหน แม้ไม่มีภาพหลอนๆ ขยะแขยง กลับยังสามารถสร้างความปั่นป่วนทรวงใน จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกล

ความแปลกประหลาดของ Dead Ringers (1988) คือสิ่งที่จะทำให้ผู้ชมรู้สึกว้าวุ่น กระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา สองพี่น้องแฝดยามสลับมีเพศสัมพันธ์หญิงสาวคนเดียวกัน (โดยที่เธอไม่รับรู้ตัว) เธอคนนั้นมีสามช่องคลอด สามมดลูก ทำอย่างไรถึงสร้างความสุขกระสันต์ หรือระหว่างสูตินรีแพทย์ทำการตรวจสภาพภายใน สำหรับสตรีส่วนใหญ่อาจไม่รู้สึกอะไร แต่บุรุษเพศจักเต็มไปด้วยความอึดอัด กระอักกระอ่วน ไม่ค่อยอยากครุ่นคิดจินตนาการสักเท่าไหร่

สิ่งที่ผมประทับใจมากๆ คือการแสดงของ Jeremy Irons รับบทสองตัวละครแฝดสยามที่มีความแตกต่างขั้วตรงข้าม แต่สามารถเติมเต็มกันและกันได้อย่างพอดิบดี อีกทั้งลีลาการนำเสนอเมื่อต้องปรากฎอยู่ร่วมเฟรมเดียวกัน มันสร้างความกระตือรือล้น อยากรู้อยากเห็น ทำออกมาอย่างไรให้แนบเนียน สมจริง

ใครจะรับชม Dead Ringers (1988) ควรเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมสักนิดนะครับ แม้(แทบ)ไม่มีภาพน่าขยะแขยงแบบ The Fly (1986) แต่เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด พิลึกพิศดาร อาจรบกวนสภาพจิตใจ ไม่ใช่ภาพยนตร์สำหรับคนโลกสวย มือถือสากปากถือศีล จะสามารถอดทนพานผ่าน 10 นาทีแรกไปได้

เกร็ด: นิตยสาร Premiere โหวตให้ Dead Ringers (1988) ติดหนึ่งใน “The 25 Most Dangerous Movies”


David Paul Cronenberg (เกิดปี 1943) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Canadian เกิดที่ Toronto, Ontario บิดาเป็นนักเขียน/นักตัดต่อ พยายามเสี้ยมสอนบุตรชายให้หลงใหลในสื่อภาพยนตร์ แต่เขากลับชื่นชอบอ่านนวนิยาย Science-Fiction ในตอนแรกเข้าเรียนคณะวิทยาศาสตร์ University of Toronto ก่อนเปลี่ยนมาคณะวรรณกรรมภาษาอังกฤษ จนกระทั่งเมื่อมีโอกาสรับชม Winter Kept Us Warm (1966) ถึงเริ่มค้นพบความสนใจในภาพยนตร์ กำกับหนังสั้น 16mm ร่วมก่อตั้ง Toronto Film Co-op กับเพื่อนสนิท Ivan Reitman, ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก Stereo (1969), Crimes of the Future (1970), พัฒนาสไตล์ลายเซ็นต์ ‘body horror’ เริ่มตั้งแต่ Shivers (1975), Rabid (1977)

ผกก. Cronenberg ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกภาพยนตร์แนว ‘body horror’ ด้วยความพยายามทำให้เรือนร่างกายมนุษย์มีความผิดปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพ (Transformation) มักจากเทคโนโลยีล้ำยุคสมัย ไม่ก็ติดเชื้อโรคบางอย่าง ซึ่งสามารถตีความในเชิงสัญลักษณ์ จิตวิเคราะห์ ผลงานส่วนใหญ่จึงมีลักษณะ Sci-Fi Horror แต่บางครั้งก็สรรค์สร้างแนว Psychological Thriller, Gangster Film ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง คลุ้มบ้าคลั่ง

ผลงานเด่นๆ อาทิ The Brood (1979), Scanners (1981), Videodrome (1983), The Dead Zone (1983), The Fly (1986), Dead Ringers (1988), Naked Lunch (1991), Crash (1996), A History of Violence (2005), Eastern Promises (2007) ฯลฯ

สำหรับ Dead Ringers มีจุดเริ่มต้นจากผกก. Cronenberg อ่านข่าว “Twin docs found dead in posh pad” ผมไม่แน่ใจว่าบทความเดียวกับ “A strange case of two brothers” ของหนังสือพิมพ์ New York Times หรือเปล่านะ แต่ต่างเป็นเรี่องเกี่ยวกับสูตินรีแพทย์ที่เป็นฝาแฝด Stewart และ Cyril Marcus (1930-75) อาศัยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน มีแฟนคนเดียวกัน บางครั้งก็สลับกันทำงาน และการเสียชีวิตแม้อยู่คนละห้อง แต่กลับสิ้นลมหายใจในเวลาใกล้เคียงกัน (คนหนึ่งเสพยาเกินขนาด, อีกคนเหมือนเหมือนจะตรอมใจตาย)

LINK: https://news.google.com/newspapers?nid=1454&dat=19750815&id=2Gk0AAAAIBAJ&pg=4357,2717237&hl=en

ระหว่างที่ผู้กำกับ Cronenberg มีโอกาสรับชม A Zed & Two Noughts (1985) ของผู้กำกับ Peter Greenaway ซึ่งก็เป็นเรื่องราวฝาแฝดสยาม เห็นว่าพวกเขาได้พูดคุย โต้ถกเถียงอยู่นานนับชั่วโมง แล้วบอกจะสรรค์สร้างภาพยนตร์เรื่องถัดไปเพื่อตอบโต้ผลงานเรื่องนี้

The facts, fictions, mythology and apocrypha on twins are limitlessly rich – two of everything, the search for your other half, mistake identities, mirror-imaging, substitution, the doppelgänger, and lateral line and cloning … Cinema is far too rich and capable a medium to be merly left to the storytellers.

Peter Greenaway

สำหรับเรื่องราวของหนัง นำแรงบันดาลจจากนวนิยาย Twins: Dead Ringers (1977) แต่งโดย Bari Wood และ Jack Geasland ซึ่งก็ได้แรงบันดาลใจจากสูตินรีแพทย์ที่เป็นฝาแฝด Stewart และ Cyril Marcus แต่เนื้อหาครุ่นคิดเขียนขึ้นตามจินตนาการทั้งหมด ไม่ได้อ้างอิงจากเหตุการณ์จริงใดๆ

เกร็ด: Working Title แรกสุดของหนังคือ Gemini แต่สตูดิโอไม่ชอบเท่าไหร่เลยจะเปลี่ยนมาเป็น Twins แต่เพื่อนผกก. Ivan Reitman มาต่อรองขอซื้อลิขสิทธิ์ เพื่อสร้างภาพยนตร์เรื่อง Twins (1988) รับบทโดย Danny Devito และ Arnold Schwarzenegger ด้วยเหตุนี้จึงเปลี่ยนมาเป็น Dead Ringers สำนวนที่หมายถึง บุคคลมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกันเปะ “สำเนาถูกต้อง” หรือ “ซ้ำกัน 100%”


ฝาแฝด Elliot และ Beverly Mantle (รับบทโดย Jeremy Irons) ต่างชื่นชอบการใช้ชีวิตอยู่ร่วม พึ่งพาอาศัย เลือกร่ำเรียน ทำงานเป็นสูตินรีแพทย์ เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ครุ่นคิดอุปกรณ์เครื่องถ่างช่องคลอด สร้างความสะดวกสบายในการตรวจรักษาโรคภายใน

วันหนึ่งนักแสดงสาว Claire Niveau (รับบทโดย Geneviève Bujold) เดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์ยัง Toronto, Canada เข้ามาขอคำปรึกษาจากคลินิก Mantle Clinic ตรวจพบว่าเธอมีสามช่องคลอด สามมดลูก (Trifurcated Cervix) ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์มีบุตร แต่ความผิดปกติดังกล่าวกลับสร้างความลุ่มหลงใหลให้แฝดหนุ่มทั้งสอง ผลัดกันสานสัมพันธ์ ร่วมรักหลับนอน กระตุ้นต่อมทางเพศได้อย่างเสพกระสันต์

จนกระทั่งวันหนึ่ง Claire ค้นพบความจริงเกี่ยวกับฝาแฝดทั้งสอง เรียกร้องขอให้มีการเผชิญหน้า ต้องการรับรู้ว่าใครกันแน่ที่ตกหลุมรัก ดูแลตนเองเป็นอย่างดี ค้นพบความแตกต่างที่คนทั่วไปไม่สามารถพบเห็น แต่นั่นเองทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่-น้อง ค่อยๆเหินห่าง ใกล้ขาดสะบั้น จนท้ายที่สุด …


Jeremy John Irons (เกิดปี 1948) นักแสดงสัญชาติอังกฤษ เกิดที่ Cowes, Isle of Wight สมัยเรียนร่วมกับเพื่อนๆก่อตั้งวงดนตรี เป็นมือกลอง และเล่น Harmonica, หลังเรียนจบฝึกฝนการแสดงยัง Bristol Old Vic Theatre School, ติดตามมาด้วยซีรีย์โทรทัศน์ ภาพยนตร์เรื่องแรก Nijinsky (1980), โด่งดังกับ The Mission (1986), Dead Ringers (1988), Reversal of Fortune (1990) ** คว้า Oscar: Best Actor, ให้เสียง Scar อนิเมชั่น The Lion King (1994)

รับบท Elliot Mantle แม้จะเกิดพร้อมๆกันแต่คือเสมือนพี่ชาย มีความเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าพูด กล้าออกงานสาธารณะ คารมคมคาย หลงใหลในศาสตร์ศิลปะ ชื่นชอบเกี้ยวพาราสี ร่วมรักหลับนอนผู้หญิงมากมาย อีกทั้งยังเป็นจอมบงการ โน้มน้าวชักนำ Bev ให้คล้อยตามความครุ่นคิดเห็นของตนเอง นั่นรวมถึงการร่วมรักหลับนอนกับ Claire

รับบท Beverly Mantle เป็นคนเหนียงอาย สงบเสงี่ยมเจียมตัว ชอบชีวิตสันโดษตามลำพัง หมกมุ่นอยู่กับวิชาการ (ถ้าในเรื่องสูตินรีเวช จะมีความเฉลียวฉลาดกว่า Elliot) ครุ่นคิดประดิษฐ์เครื่องถ่างช่องคลอด สร้างความสะดวกสบายในการตรวจรักษาโรคภายใน และเมื่อได้พบเจอตกหลุมรัก Claire ต้องการครองคู่แต่งงาน แต่พอหลงเข้าใจผิดว่าถูกทรยศหักหลัง จึงหันหน้าพึ่งพายาเสพติดจนแทบไม่สามารถควบคุม หยุดยับยั้งตนเองได้อีกต่อไป

นักแสดงที่อยู่ในความสนใจของผกก. Cronenberg อาทิ William Hurt ตอบปฏิเสธเพราะคิวงานไม่ว่าง, ต่อด้วย Robert De Niro บอกปัดเพราะไม่อยากเล่นบทสูตินรีแพทย์

Irons ขณะนั้นเพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงจาก The Mission (1986) แต่สองบทบาทใน Dead Ringers (1988) การันตีความสำเร็จด้านการแสดง โดดเด่นไม่เป็นสองรองใคร! (ก็ไม่รู้พลาดเข้าชิง Oscar: Best Actor ไปได้อย่างไร) แม้กายภาพภายนอกเหมือนเปี๊ยบ แต่ผู้ชมจักค่อยๆสามารถสังเกตรายละเอียด ความแตกต่างเล็กๆน้อยๆ อุปนิสัยใจคอ ลีลาท่าทาง วิธีการพูด รวมถึงภาษากาย … ช่วงแรกๆอาจมีหลายฉากๆสร้างความสับสนว่ากำลังเล่นเป็นใคร แต่หลังๆจะสามารถแบ่งแยกแยะออกได้เองแทบโดยอัตโนมัติ

ในช่วงแรกๆทีมงานแบ่งห้องแต่งตัวของ Irons ออกเป็นสองห้อง สองตัวละคร แยกออกจากกัน เพื่อให้เขาเลือกสวมบทบาท ปรับเปลี่ยนตามบทบาทที่กำลังจะเข้าฉาก แต่หลังจากเริ่มทำการแสดงไปสักพักก็ตระหนักถึงบางสิ่งอย่าง เลยขอรวมทั้งสองห้องเข้าด้วยกัน

the whole point of the story is you should sometimes be confused as to which is which.

Jeremy Irons

แล้วพัฒนาเทคนิคที่ได้แรงบันดาลใจจาก Alexander Technique (กระบวนการทางจิตบำบัด เพื่อปรับปรุงการใช้ศักยภาพร่างกายของตนเอง ให้ได้รับรู้ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอุปนิสัย อาทิ ท่านั่งอ่านหนังสือ การเดิน การเอน ฯลฯ อะไรที่ไม่ดี ไม่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความเครียด เหนื่อยอ่อนล้า ให้มีอิสระ ความคล่องตัว และผ่อนคลายมากขึ้น) ด้วยการสร้างพลังงานภายในที่แตกต่าง ‘different energy point’ แล้วส่งผลกระทบต่อการแสดงออกทางร่างกายของทั้งสองตัวละคร

ผมชื่นชอบทั้งความเย่อหยิ่ง อหังกา เชิดหน้าชูตา (ของ Elliot) vs. ความนุ่มนวล อารมณ์อ่อนไหว ห่อเหี่ยวหัวไหล่ (ของ Beverly) เป็นสองขั้วตรงข้ามที่สามารถมองเห็น แบ่งแยกแยะ จับต้องได้ ต้องชมเลยว่า Irons พยายามทำให้ทั้งสองตัวละครมีความละม้ายคล้าย ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความแตกต่าง และยังมีบางสิ่งอย่าง(สัมผัสเหนือธรรมชาติ)เชื่อมโยงถึงกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อไหร่ถูกแบ่งแยกแยะ ก็จักทำให้พวกเขาแทบดับดิ้น สูญสิ้น ไม่หลงเหลืออะไรสักสิ่งอย่าง


Geneviève Bujold (เกิดปี 1942) นักแสดงชาว Canadian เกิดที่ Montreal, Quebec มีเชื้อสายฝรั่งเศส (French Canadian) เติบโตขึ้นในอารามแม่ชีแต่ไม่ชื่นชอบเรื่องพรรค์นี้สักเท่าไหร่ เข้าเรียนการแสดงยัง Montreal Conservatory of Dramatic Art จากนั้นมีผลงานละครเวที ทำงานวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์เรื่องแรก Amanita Pestilens (1963), เป็นที่รู้จักจาก The War Is Over (1966), King of Hearts (1966), The Thief of Paris (1967), Anne of the Thousand Days (1969), The Act of the Heart (1970), Obsession (1976), Dead Ringers (1988) ฯลฯ

รับบท Claire Niveau นักแสดงสาววัยกลางคน พยายามหาหนทางรักษาอาการผิดปกติทางร่างกาย ใคร่อยากเติมเต็มชีวิตด้วยการตั้งครรภ์ มีบุตร แต่เมื่อไม่สามารถทำเช่นนั้นจึงต้องหาหนทางระบายตัณหาความใคร่ บังเอิญพบเจอกับหมอสูตินรี Beverly Mantle พานผ่านประสบการณ์มีเพศสัมพันธ์อันสุดเหวี่ยง คลุ้มบ้าคลั่ง แต่ชายคนนี้กลับเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ เหมือนมีสองบุคลิกภาพ ก่อนค้นพบความจริงว่าพวกเขาคือฝาแฝด โดยไม่รู้ตัวสามารถแยกแยะความแตกต่างของพวกเขาได้สำเร็จ

Bujold เหมือนจะเป็นตัวเลือกแรกของผกก. Cronenberg ติดต่อไปก็ตอบตกลงทันที แต่เห็นมีตัวสำรองครุ่นคิดไว้คือ Margot Kidder จากความประทับใจภาพยนตร์ Sisters (1972) ของผกก. Brian De Palma

เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าผกก. Cronenberg ออกแบบตัวละครหญิงด้วยอคติบางอย่าง (ให้ความรู้สึกคล้ายๆ The Brood (1979) อยู่ไม่น้อย) สร้างความผิดปกติด้วยสามช่องคลอด สามมดลูก ไม่สามารถมีบุตร ส่วนอุปนิสัยใจคอเต็มไปด้วยความหมกมุ่นมักมาก ระริกระรี้แรดร่าน โหยหิวกระหาย ไม่ต่างจากแวมไพร์ดูดเลือด สนเพียงเรื่องเพศสัมพันธ์ สร้างความสุขกระสันต์ เหนือกว่าใครอื่นใด (เพราะหมอสูตินรีแพทย์ มีความเข้าใจว่าทำอย่างไรถึงกระตุ้นอารมณ์ทางเพศหญิงให้ถึงจุดสูงสุด)

แต่การแสดงของ Bujold มีความสลับซับซ้อนกว่าแค่หญิงสาวแรดร่านราคะ เพราะเธอสามารถสังเกตความผิดแผกแตกต่างของฝาแฝด แล้วเมื่อรับรู้ความจริงก็แสดงอาการไม่พึงพอใจอย่างรุนแรง พยายามใช้ข้ออ้างทางศีลธรรม ต้องการเพียงบุคคลเดียวที่มอบความนุ่มนวล ซื่อสัตย์จริงใจ (ซึ่งก็คือ Beverly) แล้วปฏิเสธต่อต้าน ราวกับรับรู้จักสันดานธาตุแท้ของอีกฝั่งฝ่าย (Elliot)

คือมันก็น่าคิดว่าสิ่งที่ตัวละครแสดงออกมา คือความรัก/ความรู้สึกแท้จริงจากภายใน หรือเพียง(ดัด)จริต เสแสร้ง เล่นละคอนตบตา (เพราะ Claire มีอาชีพนักแสดงภาพยนตร์) เพื่อแก่งแย่ง ฉกชิง ครอบครองบุคคลที่ตนเองเพ้อใฝ่ฝัน (แทนที่จะเหมาสอง กลับเลือกเฉพาะบุคคลเหมาะสมกับตนเอง) นั่นเลยทำให้เธอสูญเสียทุกสิ่งอย่างไป … ขณะที่ฝาแฝดทั้งสองถูกแบ่งแยกจากกันทาง’กายภาพ’ ตัวละครนี้มีความสามารถปรับเปลี่ยนแปลงสภาพ’จิตใจ’ เดี๋ยวดี-เดี๋ยวร้ายไปตามสถานการณ์


จากที่ตากล้อง Mark Irwin เคยให้สัญญากับ ผกก. David Cronenberg ไว้ตั้งแต่ผลงานแรกร่วมงานกันมา Fast Company (1979)

I wouldn’t leave one of your films to work on somebody else’s.

Mark Irwin

แต่เพราะ Irwin ติดพันโปรเจค The Blob (1988) ทำให้ผกก. Cronenberg ต้องมองหาตากล้องคนใหม่ ลองติดต่อหา Peter Suschitzky จากความประทับใจ The Rocky Horror Picture Show (1975) หลังจากนี้เลยร่วมงานกลายเป็นขาประจำ … ไม่ได้หวนกลับไปร่วมงานตากล้อง Irwin อีกต่อไป

ถ่ายภาพโดย Peter Suschitzky (เกิดปี 1941) สัญชาติอังกฤษ สำเร็จการศึกษาด้านการถ่ายภาพจาก Institut des hautes études cinématographiques เริ่มงานเป็นเด็กตอกสเลท, ควบคุมกล้อง, ถ่ายภาพเรื่องแรก It Happened Here (1964), โด่งดังจาก The Rocky Horror Picture Show (1975), Valentino (1977), The Empire Strikes Back (1980), แล้วกลายเป็นขาประจำผู้กำกับ David Cronenberg ตั้งแต่ Dead Ringers (1988)

ความท้าทายของหนัง คือการถ่ายทำนักแสดงคนเดียวรับบทสองตัวละคร เอาจริงๆมันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ไม่ได้ใช้ตัวช่วย CGI เพียงนักแสดงแทน เล่นมุมกล้อง ให้พวกเขาทั้งสองโฉบเฉี่ยวไปมา หรือถ้าต้องการให้ปรากฎใบหน้าอยู่ร่วมเฟรมเดียวกัน ก็ถ่ายมุมกล้องเดียวซ้ำสองครั้ง แล้วตัดแบ่งด้วยเทคนิค ‘split screen’ (สังเกตว่าฝาแฝดทั้งสอง ถ้าต้องเห็นใบหน้า จะไม่มีตำแหน่งซ้อนทับเลยสักครั้งเดียว)

นอกจากนี้ยังต้องชื่นชมทีมงานค้นหาสถานที่ถ่ายทำ (Scout Location) ผมรู้สึกว่าฉากภายในแม้ดู Modern แต่มีการออกแบบบิดๆเบี้ยวๆ ผิดแผกแปลกตา (อาจเพราะการเลือกทิศทางมุมกล้องด้วยส่วนหนึ่ง) เพื่อให้สอดคล้องความไม่สมประกอบของตัวละคร ทั้งภายนอก-ใน ร่างกาย-จิตใจ ทั้งหมดถ่ายทำยัง Toronto, Ontario ประเทศแคนาดา


ผู้กำกับ Cronenberg ให้ความสำคัญกับ Opening Title เป็นอย่างมากๆ เคยแสดงความคิดเห็นว่า “a vestibule before the film” เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ชมเข้าสู่โลกของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ

สำหรับ Dead Ringers (1988) ออกแบบโดย Randall Balsmeyer และ Mimi Everett (ยังได้ร่วมงาน Naked Launch และ M. Butterfly) ได้รับแรงบันดาลใจจากอุปกรณ์ทัณฑ์ทรมานในช่วงยุคกลาง (Medieval Era) นำมาวาดในลักษณะภาพแกะสลักไม้ (Wood engraving) เพื่อสร้างความลึกลับ ต้องมนต์ขลัง พร้อมบทเพลงหลอนๆ สัมผัสเหนือธรรมชาติ ล่อหลอกผู้ชมให้เกิดความฉงนสงสัย ภาพประหลาดๆทารกฝาแฝด สาม-สี่อวัยวะเพศ เกี่ยวพันอะไรกับหนัง

เกร็ด: Balsmeyer & Everett ไม่ได้ทำแค่ Title Sequence เท่านั้นนะครับ แต่ยังดูแลงานในส่วนการถ่ายทำ ‘twinning effect’ แทบจะทุกซีนที่ฝาแฝดอยู่ร่วมเฟรมเดียวกัน

Well, fish don’t need sex because they just lay the eggs and fertilize them in the water. Humans can’t do that ’cause they don’t live in the water. They have to internalize the water, therefore we have sex.

การสนทนาเกี่ยวกับ ‘Sex คืออะไร?’ ของเด็กชายฝาแฝด หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ (สวมใส่แว่นเหมือนผกก. Cronenberg) เป็นการอารัมบทว่าเรื่องราวของหนังต้องเกี่ยวเนื่องกับเพศสัมพันธ์ รักๆใคร่ๆ ภายนอก-ในร่างกาย รวมถึงกายวิภาคของมนุษย์ (เมื่อตอนเด็กๆเล่นผ่าตัดหุ่นจำลองมนุษย์) พอแยกแยะกันออกไหมเอ่ยว่าใครคือ Elliot และ Beverly?

ผมว่าคนดูหนังจบแล้วรอบหนึ่งน่าจะสามารถแยกแยะฝาแฝดคู่นี้ออกไม่ยาก คนที่อธิบายเรื่อง Sex และเอ่ยปากชักชวนเด็กหญิงมีเพศสัมพันธ์ นั่นต้องคือ Elliot อย่างแน่นอน!

นี่เป็นอีกซีนที่ผมเชื่อว่าคนดูรอบสองน่าจะพอแยกแยะออกได้ว่า ใครคือ Elliot และ Beverly? ซึ่งภาษาภาพยนตร์ รายละเอียดพื้นหลัง ก็แอบบอกใบ้บางสิ่งอย่างเช่นกัน

  • Elliot เป็นบุคคลที่มีความทะเยอทะยาน กล้าพูดกล้าแสดงออก เลยมักเป็นบุคคลพูดคุยสนทนากับอาจารย์ มุมกล้องเงยขึ้นเห็นเพดาน พบเห็นหลอดไฟสีเขียวๆบนฝาผนัง (สีเขียวมักเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งชั่วร้าย ท้าเสี่ยงอันตราย ไม่หวาดกลัวเกรงถูก-ผิด ชั่ว-ดี)
  • Beverly เป็นคนสงบเสงี่ยมเจียมตน ชอบห่อไหล่ก้มศีรษะ ไม่ค่อยกล้าพูดกล้าแสดงออก ด้านหลังคือหน้าต่างมีลักษณะแนวตั้ง (ตรงกันข้ามกับหลอดไฟของ Elliot) สาดแสงสีน้ำเงิน (สัมผัสอันหนาวเหน็บ เยือกเย็นชา)

For a lot of women, the opening scene of gynaecological examination is no big deal … but, for a lot of men, that very first scene is the worst. They’ve never been there; they’ve never seen it; they don’t want to think about it.

David Cronenberg

ฉากเกี่ยวกับการตรวจภายใน จะมีการละเล่นมุมกล้องโดยไม่เปิดเผยรายละเอียด 18+ ใดๆ (แต่ผมยังจัดเรตติ้ง 18+ อยู่ดีนะครับ) สำหรับสตรีเพศคงไม่ใช่เรื่องน่าตะขิดตะขวงสักเท่าไหร่ แต่กับบุรุษส่วนใหญ่ที่ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยพบเห็น มือถือสากกะเบือ นี่เป็นเหมือนการบังคับให้ต้องครุ่นคิด จินตนาการ บางคนถึงขนาดอิจฉาริษยา อคติต่อหมอสูตินรีที่ได้เห็นสิ่งของสวยๆงามๆ … แต่มันไม่มีหมอสูติคนไหนจะเกิดอารมณ์กับการพบเห็นของสงวนฝ่ายหญิงนักหรอกนะครับ

ความสวยงามแท้จริงของมนุษย์อยู่ที่ภายใน (inner beauty) โดยปกติแล้วคำพูดประโยคนี้มักหมายถึงจิตใจอันบริสุทธิ์ โอบอ้อมอารี มีเมตตาและคุณธรรม หรือคือความหมายในเชิงนามธรรม! แต่ตามบริบทของหนังนี้ สวยภายในก็คืออวัยวะภายใน ตับไตไส้พุง และกรณีของหมอสูตินรีย่อมสื่อถึงมดลูก ช่องคลอด คนปกติทั่วไปนั้นมีเพียงสองอัน ผิดกับเธอคนนี้ที่ถือว่าเป็นบุคคลสุดพิเศษ ‘trifurcated cervix’ ผมยังจินตนาการไม่ออกเลยว่ามดลูกสามอัน มันเป็นยังไง???

ทำไมต้องมีมดลูกสามอัน??? นั่นคือความผิดปกติทางร่างกายที่หาได้ยาก (กระมัง) ในมุมมองของหมอ สูตินรีแพทย์ ถือเป็นความแปลกประหลาด น่าฉงนสงสัย ธรรมชาติให้กำเนิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้อย่างไร มันจึงเป็นตัวแทนของความงดงามภายใน (inner beauty) ชักชวนให้ฝาแฝดหลงใหลคลั่งไคล้ อยากร่วมรักหลับนอน กระทำสิ่งที่สามารถกระตุ้นต่อมหรรษา เสพสุขกระสันต์ซ่าน … ถ้าตีความในสัญลักษณ์ของงานศิลปะ ช่องคลอด/มดลูก ล้วนคือสัญลักษณ์ของการมีเพศสัมพันธ์ รูยิ่งเยอะแสดงถึงความมักมาก ร่านราคะ พร้อมรับชายสาม(หรือสี่) สร้างประสบการณ์อันเหนือๆธรรมชาติยิ่งๆขึ้นไป

ช่วงแรกๆของหนัง บ่อยครั้งมุมกล้องของฝาแฝดจะใช้แนวคิด ‘Isometric’ ลักษณะของสามมิติ (ใครเรียนวิศวะหรือเคยเขียนแบบ น่าจะรับรู้จักเทคนิคดังกล่าวเป็นอย่างดี) หลายช็อตๆจึงมีลักษณะมุมเอียงๆ 30-45 องศา สร้างความรู้สึกบิดๆเบี้ยวๆ แต่แท้จริงแล้วคืออัตราส่วนสมมาตรที่สุด ซึ่งสามารถแทนด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมของทั้งสองตัวละคร (เพื่อสามารถถ่ายทำเทคนิค ‘split screen’ นักแสดงคนเดียวกันเข้าฉากคนละตัวละคร)

เกร็ด: คำว่า ISO มาจากภาษากรีกแปลว่า เท่ากันหรือเหมือนกัน, Metric หมายถึง หน่วยการวัด, เมื่อนำคำทั้งสองมารวมกันเป็น Isometric จึงหมายถึง ภาพสามมิติ ที่มีด้านเท่ากันทุกด้าน และมีขนาดเท่ากับของจริง

ผมรู้สึกขำกลิ้งมากกว่าจะบังเกิดอารมณ์ร่วมใดๆ เพราะท่วงท่าการร่วมรักระหว่าง Beverly (หรือ Elliot ก็ไม่รู้เหมือนกัน) กับ Claire จับมัดผูกกับขอบเตียง ช่างละม้ายคล้ายการละเล่น/ตรวจภายในหุ่นจำลองกายวิภาค (ที่ฝาแฝดทั้งสองเคยร่วมกันเล่นสมัยยังเป็นเด็ก) นี่สามารถสื่อถึงการสลับมีเพศสัมพันธ์ของพวกเขา ก็แค่ความสนุกสนาน ของเด็กเล่นก็เท่านั้น (ตราบที่ยังไม่มีใครครุ่นคิดจริงจัง)

ผมครุ่นคิดอยู่นานว่าทำไมถึงเลือกชุดผ่าตัดสีแดง? พอมาเห็นฉากนี้ที่ Elliot ทำการบรรยายพร้อมฉายภาพระหว่างกำลังผ่าตัด ก็ตระหนักว่าต้องการสื่อถึงสีของเลือด-เนื้อ-หนัง หรือสิ่งที่อยู่ภายในเรือนร่างกาย/ห้องผ่าตัด และบริบทนี้ยังสามารถตีความนัยยะของฝาแฝด ด้วยแง่มุมของการแสดงออกเบื้องหน้า-เบื้องหลัง (Elliot บรรยายอยู่นอกห้อง, Beverly ทำงานภายในห้องผ่าตัด)

เมื่อตอนที่ Claire รับรู้ความจริงเกี่ยวกับฝาแฝดจากเพื่อนร่วมงาน รูปปั้นด้านหลังช่างมีความละม้ายคล้ายภาพวาด The Birth of Venus (1484–86) ผลงานของจิตรกรชาวอิตาเลี่ยน Sandro Botticelli นำเสนอเทพี Venus หลังจากถือกำเนิดขึ้นบนโลก ก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยทันที (ในสภาพเปลือยเปล่า) เดินทางจากมหาสมุทรมาถึงบริเวณชายฝั่งด้วยเปลือกหอย

นัยยะของฉากนี้น่าจะสื่อถึงจุดเริ่มต้นความเข้าใจของ Claire ต่อฝาแฝด Mantle ไม่ใช่อยากแค่มีเพศสัมพันธ์กับพวกเขาอีกต่อไป แต่ต้องการจะรับรู้จักตัวตนแท้จริง ค้นหาบุคคลที่มอบความรัก ความเอ็นดู ทะนุถนอมต่อตนเอง ซึ่งคงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

เกร็ด: ภัตราคารแห่งนี้ปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว แต่สถานที่ยังคงอยู่ The Conservatory บริเวณ Casa Loma, Toronto

หลังจากรับรู้ว่าพวกเขาเป็นฝาแฝด Claire จึงทำการเผชิญหน้าใครคนหนึ่งที่กำลังจะมีเพศสัมพันธ์ (คาดว่าน่าจะเป็น Beverly) สังเกตว่าใบหน้าของพวกเขา หลายครั้งถูกปกคลุมด้วยเงามืด ส่วนฝ่ายชายพอตระหนักว่าความกำลังจะแตก เลยเร่งรีบจัดแจงลุกขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้า (สัญลักษณ์ของการปกปิดตัวตน) ต้องการหลบหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว จำยอมทำตามคำร้องขอในการนัดพบเจอพร้อมๆกัน

ภัตราคารที่ฝาแฝดเผชิญหน้ากับ Claire สังเกตว่ามีความเลิศหรูหรา เต็มไปด้วยภาพวาดสไตล์ Renaissance เกี่ยวกับเทพี เทพเจ้า เงยขึ้นไปบนเพดานพบเห็นก้อนเมฆราวกับสรวงสวรรค์ ซึ่งสามารถสื่อถึงจุดสูงสุดของความสัมพันธ์รักสามเส้า อันจะทำให้พวกเขาและเธอหลังจากนี้กำลังตกลงสู่ขุมนรก

  • Elliot รู้สึกยินดีที่ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวสิ้นสุดลง
  • ตรงกันข้ามกับ Beverly ร่ำร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจ

เกร็ด: ภัตราคารแห่งนี้ชื่อว่า Giannini ตั้งอยู่ Front Street น่าเสียดายปัจจุบันปิดกิจการไปแล้วเช่นกัน

สถานที่ที่ Beverly บังเอิญพบเจอ Claire คือร้านขายเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ซึ่งมีลักษณะ Modern ในสไตล์ Minimalist เพียงเศษเหล็ก โครงสร้าง เค้าโครงร่าง (เก้าอี้ตัวนี้แลดูเหมือนอุปกรณ์ถ่างช่องคลอด ยังไงยังงั้น!) เหล่านี้สะท้อนความเปลือยเปล่าของสังคม อ้างว่าหรูหราทันสมัย แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยความละโมบ มักง่าย เห็นแก่ตัวของผู้ออกแบบ (วัสดุเพียงน้อยนิด จะใช้งบประมาณสักเพียงไหนเชียว แล้วนำมาขายราคาสูงลิบลิ่ว)

เมื่อเปรียบเทียบกับภัตราคาร Giannini ร้านเฟอร์นิเจอร์แห่งนี้มีความแตกต่างราวกับสวรรค์-นรก สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง Beverly และ Claire ซึ่งถือว่าอยู่ในจุดตกต่ำสุด แทบไม่หลงเหลือความเชื่อมั่นใดๆ แต่เขาก็กำลังจะสรรหาคำอธิบาย ข้อแก้ต่าง แล้วค่อยๆเริ่มต้นสานความสัมพันธ์รอบใหม่

นี่ถือเป็นฉากดูน่าขยะแขยงสุดของหนัง ผกก. Cronenberg คงอดไม่ได้ที่จะใส่ลายเซ็นต์ ‘body horror’ ภาพจินตนาการเพ้อฝัน (หรือจะมองว่าเป็นอาการหลอนยาก็ได้เช่นกัน) พบเห็นก้อนเนื้อเชื่อมโยงระหว่าง Elliot & Beverly เพื่อสื่อถึงสายสัมพันธ์ของฝาแฝด ไม่มีทางแบ่งแยกออกจากกัน แต่การมาถึงของหญิงสาว Claire พยายามกัดขาดอวัยวะส่วนนั้น เพื่อครอบครองเป็นเจ้าของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ปล. ครึ่งหลังของหนังนำเสนอสภาพติดยาของ Elliot ผกก. Cronenberg นำไปขยับขยายต่อกับภาพยนตร์ Naked Lunch (1991) ที่เต็มไปด้วยอาการหลอนๆ ของคนเมายาเสพติด

ถ้ามีแฝดชายแล้วไม่พบเห็นแฝดหญิง คงไม่ใช่หนังของผู้กำกับที่เป็น ‘auteur’ แล้วละ! สำหรับสองสาว ‘call girl’ นั้นคือฝาแฝดจริงๆ (ไม่ได้ใช้เทคนิคทางภาพยนตร์แบบแฝดของ Jeremy Irons) รับบทโดย Jill และ Jacqueline Hennessy หลายคนอาจรับรู้จัก Jill (คนไหนก็ไม่รู้นะ ซ้ายหรือขวา?) จากซีรีย์ Law & Order และสมทบภาพยนตร์อีกหลายๆเรื่อง

และอีกสิ่งหนึ่งที่แฝดหญิงคู่นี้สะท้อนกลับหาแฝดชาย คือให้คนหนึ่งเรียกตนเองว่า Bav อีกคนหนึ่งเรียก Elliot เพื่อเป็นการสื่อว่าทั้งสองชื่อเป็นบุคคลเดียวกัน

อย่างที่ผมอธิบายไปแล้วว่า Beverly และ Elliot ถูกแบ่งแยกจากกันทาง ‘กายภาพ’ แต่สำหรับ Claire มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนแปลงสภาพ ‘จิตใจ’ เดี๋ยวดี-เดี๋ยวร้าย เล่นละคอนตบตา โดยเฉพาะฉากนี้พบเห็นกำลังแต่งหน้าได้ครึ่งซีก มีสภาพเหมือน ‘Two-Face’ ครึ่งหนึ่งสร้างภาพว่าดูดี (อ้างคุณธรรมสูงส่งในการมีความรัก/เพศสัมพันธ์) แต่อีกครึ่งกลับอัปลักษณ์พิศดาร (ทั้งความผิดปกติภายในร่างกาย และเป็นคนหมกมุ่น มักมาก ร่านราคะ)

อาชีพนักแสดงของ Claire ทำให้เธอต้องออกเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์/ซีรีย์ ยังสถานที่ต่างๆห่างไกล ทอดทิ้งให้ชายคนรักที่เพิ่งเรียนรู้จักความรัก ต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างเดียวดาย พออาศัยอยู่ตัวคนเดียวก็เหงาหงอยเศร้าซึม หันหน้าพึ่งพายาผ่อนคลายประสาท นั่นอยู่ในห้องพักที่มีเงาจากบานเกร็ด (บางช็อตก็เห็นบานเกร็ดตรงๆเลย) สร้างสัมผัสเหมือนชีวิตที่ถูกจองจำ ควบคุมขัง ไร้ซึ่งอิสรภาพ ไม่สามารถดิ้นหลุดพ้นความรู้สึกดังกล่าว

ผมหาข้อมูลไม่ได้ว่ารูปภาพบนผนังเป็นผลงานของใคร แต่มีลักษณะเหมือนห้องพัก โต๊ะ เก้าอี้ หน้าต่าง ซึ่งสะท้อนสภาพภายในอันบิดเบี้ยว สูญเสียความเชื่อมั่นศรัทธาในตนเอง การจากไป(ทำงาน)ของหญิงสาวคนรัก บังเกิดความหวาดระแวง วิตกจริต กระวนกระวาย ว้าวุ่นใจอย่างที่สุด

Elliot พยายามหาหนทางทำให้ Beverly รู้สึกผ่อนคลายจากความเศร้าโศกเสียใจ (หลังเข้าใจผิดครุ่นคิดว่า Claire คบชู้นอกใจ) ด้วยการโน้มน้าวให้มีเพศสัมพันธ์กับแฟนสาว ในลักษณะสวิงกิ้ง ชายสองหญิงหนึ่ง สร้างบรรยากาศด้วยบทเพลง In the Still of the Nite แต่เขากลับก้มหน้าก้มตา แล้วเป็นลมล้มพับ นั่นคือสิ่งที่เจ้าตัวไม่สามารถอดรนฝืนทำ

ตำแหน่งที่พวกเขาเต้นรำอยู่ตรงบริเวณทางขึ้นบันไดวน เหมือนเพื่อจะสื่อว่าถ้า Bev ยินยอมสวิงกิ้ง ย่อมทำให้พวกเขาทั้งสามก้าวขึ้นสู่สรวงสวรรค์ แต่เมื่ออีกฝ่ายตอบปัดปฏิเสธ Elliot จึงผลักแฟนสาวจนหลังชนกำแพง จากนั้นทำการผายปอด จุมพิต ไม่ยินยอมให้อื่นมีกรรมสิทธิ์ต่อฝาแฝดของตนเอง

ความเข้าใจผิดๆ ครุ่นคิดไปเองของ Beverly ต่อการคบชู้นอกใจของ Claire ช่างมีความละม้ายคล้าย The Fly (1986) เมื่อตอน Seth Brundle ครุ่นคิดว่าแฟนสาวหวนกลับไปหาอดีตสามี จึงตัดสินใจเข้าเครื่องขนย้ายมวลสาร แล้วผสมผสานเข้ากับแมลงวัน ซึ่งในกรณีของ Dead Ringers (1988) เปลี่ยนมาเป็นเสพติดยาระงับประสาท ทำให้สภาพร่างกายเหนื่อยอ่อนล้า เปลี้ยเพลียแรง แทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

แต่ทั้งๆที่ Beverly เป็นบุคคลเสพติดยาระงับประสาท Elliot กลับใช้ข้ออ้างทำให้ตนเองเริ่มเสพยาเช่นเดียวกัน นี่ถือเป็นอาการหลงผิด หลอกตัวเอง หรืออาจจะมีความสัมพันธ์เหนือธรรมชาติบางอย่าง เขาจึงไม่สามารถควบคุมตนเองต่อการกระทำดังกล่าว

Beverly and I just have to get synchronized. Once we’re synchronized it’ll be easy.

Elliot Mantle

แซว: คำพูดของเลขาสาวคนนี้ “I won’t work under these conditions”. อ้างอิงถึงนวนิยายของนักเขียนชาวอเมริกัน William S. Burroughs ผู้ประพันธ์ Naked Lunch (1959) โดยไม่รู้ตัวคือผลงานเรื่องถัดไปของผกก. Cronenberg

นี่เป็นฉากที่น่าจะสร้างความกระอักกระอ่วน จินตนาการผู้ชมเตลิดเปิดเปิงไปไกล เมื่อ Beverly หรือ Elliot ก็ไม่รู้ละ สอบถามคนไข้ถึงอาการเจ็บแสบอวัยวะเพศ แล้วแสดงความคิดเห็นเชิงตั้งคำถามถึงสิ่งที่เธอมีเพศสัมพันธ์ด้วย … Labrador Retriever

ผมมองว่าการกล่าวถึง ‘Zoophilia’ เพศสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่สปีชีย์เดียวกัน เป็นการอ้างอิงถึง Beverly กับ Claire ด้วยการตีตราฝ่ายหญิงที่มีพฤติกรรมคบชู้นอกใจ ราวกับไม่ใช่มนุษย์ ย่อมสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวทรวงใน

อุปกรณ์สั่งทำเหล่านี้ มันดูเหมือนไม่น่าจะใช้งานได้จริงในทางปฏิบัติ แต่มีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิต งานศิลปะ ประติมากรรมชั้นสูง ซึ่งสามารถใช้เป็นสัญลักษณ์ของเครื่องมือที่ใช้ทำการผ่าตัดจิตวิญญาณ (นามธรรม) สำหรับแบ่งแยก Beverly และ Elliot ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางกายภาพใดๆออกจากกัน (หรือจะมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่เกิดจากภาพหลอนเมายาของฝาแฝดก็ได้นะครับ)

นี่เป็นซีนที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ในสภาพห้องรกๆเมื่อ Beverly กลับมาพบเห็น Elliot ในสภาพหมดสิ้นหวังอาลัย นั่งร่ำไห้อยู่ในห้องน้ำ จากนั้นลุกขึ้นแต่งตัว เดินติดตาม แทบจะท่วงท่าเดียวกันเปะๆ สังเกตว่าขณะแพนนิ่งหมุนไปรอบๆห้อง การที่พวกเขาอยู่ร่วมช็อตเดียวกันไม่ใช่นักแสดงแทน แต่คือเทคนิค ‘split screen’ ขยับเคลื่อนกล้องให้ได้ความเร็วเท่ากัน (นั่นรวมถึงตอนกล้องเคลื่อนเข้าหาพวกเขาขณะนั่งอยู่ตรงโซฟาด้วยนะ) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้าควบคุมการเคลื่อนไหว … เห็นว่าเป็นครั้งแรกในวงการภาพยนตร์เลยนะ!

สภาพของฝาแฝดขณะนี้ เหมือนได้ทำการ ‘synchronized’ กันเรียบร้อยแล้ว พวกเขาพูดคุยถึงตารางงานว่าจะให้ใครทำอะไร แต่ทั้งหมดมันคือการพูดลอยๆ ไม่ได้ครุ่นคิดจริงจัง ถือเป็น ‘Death Flag’ เสียด้วยซ้ำ (หรือจะมองว่าเป็นสภาพหลอนยาของพวกเขาก็ยังได้)

เราสามารถมองซีเควนซ์นี้คือภาพหลอนของอาการติดยาก็ยังได้ แต่เอาจริงๆผมไม่รู้ว่าใครผ่าตัดใคร เชื่อว่าน่าจะเป็น Beverly ผ่าตัด Elliot เพื่อสื่อถึงการตัดขาดความสัมพันธ์ แบ่งแยกตัวเองออกเป็นอิสระ โดยใช้อุปกรณ์ที่พวกเขาครุ่นคิดสั่งทำขึ้นมา (ทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางกายภาพใดๆ การผ่าตัดครั้งนี้จึงมีลักษณะในเชิงสัญลักษณ์/นามธรรม/ทางจิตใจมากกว่า) ผลลัพท์คือทำให้ใครคนหนึ่งต้องตกตาย (ก็น่าจะคือ Elliot) จากนั้นอีกคนแม้ยังมีลมหายใจ แต่ก็มิอาจมีชีวิตอยู่ต่อได้

ท่าทางที่มีคนหนึ่งนั่ง อีกคนนอนคว่ำ (นี่ไม่ใช่ประติมากรรม Pieta ของ Michelangelo นะครับ) คือสัญลักษณ์ของการพึ่งพิง พึ่งพาอาศัย

  • คนที่นั่ง คือผู้เข้มแข็งเป็นหลักแหล่ง สามารถให้พึ่งพักพิง คอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา (Claire และน่าจะ Elliot)
  • คนที่นอนคว่ำ คือผู้อ่อนแอ โหยหาใครสักคนสำหรับพึ่งพา พักพิง ขอความช่วยเหลือ (ทั้งสองภาพนี้น่าจะคือ Beverly)

เมื่อช่วงกลางเรื่อง Beverly ฝันว่า Claire คือผู้กัดแบ่งแยกตนเองกับ Elliot เมื่อตื่นขึ้นมาจึงขอให้เธอเป็นที่พักพิงทางกายสำหรับเขา, ส่วนตอนจบของหนัง แม้ Beverly หวนกลับคืนดีกับ Claire แต่การตัดขาดสายสัมพันธ์กับ Elliot ทำให้เขาสูญเสียที่พึ่งพักพิงทางใจ

แม้หนังจะไม่ให้คำตอบตรงๆว่า Beverly ยังมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่ แต่ผู้ชมคงคาดเดาไม่ยากว่า ฝาแฝดคู่นี้มิอาจตัดขาดกันได้ เมื่อใครคนหนึ่งตกตาย อีกคนหนึ่งย่อมชีวาวาย ไม่สามารถมีชีวิตธำรงอยู่ต่อไป (ท่านั่ง-นอน ยังสามารถสื่อถึงความสัมพันธ์ที่มิอาจพลัดพรากจากกัน)

ตัดต่อโดย Ronald Sanders สัญชาติแคนาดา ร่วมงานขาประจำผู้กำกับ David Cronenberg ตั้งแต่ผลงาน Fast Company (1979)

ดำเนินเรื่องโดยใช้มุมมองของฝาแฝด Elliot และ Beverly Mantle แต่หนังจะไม่บอกตรงๆว่าใครกำลังทำอะไร ผู้ชมต้องขบครุ่นคิด สังเกตอุปนิสัยใจคอพวกเขาเอาเอง ในช่วงแรกๆอาจเต็มไปด้วยความสับสน งุนงง แต่จักค่อยๆสามารถแบ่งแยกแยะตัวละครทั้งสองออกจากกันได้ในที่สุด (สอดคล้องกับความสัมพันธ์ระหว่างฝาแฝด แรกเริ่มแทบจะคือบุคคลหนึ่งเดียวกัน จนกระทั่งการมาถึงของ Claire=ผู้ชม ทำให้พวกเขาค่อยๆเหินห่าง แตกแยก และตัดขาดกันและกัน)

  • อารัมบท
    • แนะนำฝาแฝดตั้งแต่วัยเด็ก เรียนแพทย์ สำเร็จการศึกษา
    • เปิดคลินิก Mantle Clinic ทำการรักษาผู้ป่วย และการมาถึงของนักแสดงสาว Claire Niveau
  • ความสัมพันธ์สามเส้าระหว่าง Claire กับ Elliot & Beverly
    • สองหนุ่มสลับกันพบเจอ Claire โดยไม่บอกให้เธอรับล่วงรู้ว่าเป็นใคร
    • จนเมื่อ Claire รับล่วงรู้ความจริง จึงต้องการเผชิญหน้าพวกเขาทั้งสองพร้อมกัน
    • Beverly เพราะชื่นชอบตกหลุมรัก Claire จึงพยายามสานสัมพันธ์ต่อไป
  • ความเข้าใจผิดของ Beverly
    • อาชีพนักแสดง ทำให้ Claire ต้องออกเดินทางไปทำงานยังสถานที่ต่างๆ
    • Beverly เข้าใจผิด ครุ่นคิดว่า Claire คบชู้นอกใจ เลยเริ่มเสพติดยาอย่างหนัก
    • Elliot พยายามจะหาหนทางช่วยรักษา แต่เหตุการณ์กลับบานปลายออกไป
  • สายสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นระหว่าง Elliot & Beverly
    • Elliot พยายามใช้มาตการขั้นเด็ดขาดกับ Beverly
    • แต่เมื่อ Claire เดินทางกลับมา ก็ทำให้ Beverly หวนกลับหา เสพติดยาอีกครั้ง
    • เมื่อ Beverly กลับมาเห็นสภาพของ Elliot ก็ตระหนักว่าถึงเวลาที่พวกเขาต้องตัดขาดสายสัมพันธ์

ความท้าทายของหนังคือนำเสนอภาพฝาแฝด แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่พวกเขาจะอยู่ร่วมเฟรมเดียวกัน การตัดต่อสลับสับเปลี่ยนมุมมองจึงมีความสำคัญอย่างมากๆ แต่สังเกตว่าถ้าหนังใช้วิธีนำเสนอดังกล่าว ตัวละครทั้งสองจะมีความแตกต่างทางกายภาพ เสื้อผ้าหน้าผม อากัปกิริยาท่าทาง เพื่อให้ผู้ชมสามารถแยกแยะ Elliot & Beverly ได้อย่างชัดเจน

ความโดดเด่น ‘สไตล์ Cronenberg’ ยังคงคือการลำดับเรื่องราวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เปิดเผยรายละเอียดออกทีละเล็ก ซึ่งสามารถสร้างแรงดึงดูดความสนใจผู้ชม จดจ่ออยู่กับหนังจนแทบหลงลืมเวลา รับชมตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ได้ลุกไปไหน 115 นาที ผ่านไวเหมือนโกหก


เพลงประกอบโดย Howard Leslie Shore (เกิดปี 1946) นักแต่งเพลงชาว Canadian เกิดที่ Toronto, Ontario ค้นพบความสนใจด้านดนตรีตั้งแต่อายุ 8-9 ขวบ มีความสามารถเล่นดนตรีได้หลากหลาย เลยเข้าเรียนต่อ Berklee College of Music จากนั้นเป็นสมาชิกวงดนตรี Lighthouse แนว Jazz Fusion, ต่อด้วย Music Director ให้รายการโทรทัศน์อย่าง Saturday Night Live, สำหรับภาพยนตร์ได้รับคำชักชวนจาก David Cronenberg เริ่มต้นครั้งแรก The Brood (1979), The Dead Zone (1983), The Fly (1986), Dead Ringers (1988), Naked Lunch (1991), Crash (1996), ผลงานเด่นๆ อาทิ The Silence of the Lambs (1991), Ed Wood (1994), Se7en (1995), The Game (1997), The Lord of the Rings trilogy (2001-03) ** คว้ารางวัล Oscar ทั้งหมด 3 ครั้ง, Gangs of New York (2002), The Aviator (2004), Hugo (2011) ฯลฯ

Separation can be a terrifying thing.

Beverly Mantle

งานเพลงของ Dead Ringers (1988) เต็มไปด้วยบรรยากาศทะมึนๆ อึมครึม เริ่มด้วยเสียงเชลโล่ซึ่งมีความทุ้มต่ำ แฝงเร้นความรู้สึกเหงาหงอยเศร้าซึม เจ็บปวดรวดร้าว สั่นสะท้านทรวงใน แม้เคียงข้างกายจะมีพี่น้องฝาแฝด ขณะเดียวกันมันคือคำสาปสำหรับคนสอง ไม่มีทางที่พวกเขาจะตัดขาด เหินห่าง ลาจากไปไกล แม้กระทั่งความเป็น-ตาย มันช่างเป็นชีวิตที่แสนเจ็บปวด เศร้าโศกเสียใจ

As soon as I heard the music he wrote for the movie, I knew he’d got it too, and he couldn’t articulate it either. But the tone of it, like the tone of those dreams, is ineffable. You cannot speak it. That kills me, because it’s gorgeous, sensuous, sad. Really moving.

David Cronenberg

เมื่อเทียบกับ Videodrome (1984) หรือ The Fly (1986) เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้อาจไม่ได้มีลูกเล่นลีลา ใช้เครื่องดนตรีหวือหวา หรือท่วงทำนองน่าจดจำ แต่ทุกบทเพลงมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศอันลึกลับระหว่างฝาแฝดทั้งสอง มอบสัมผัสเหนือธรรมชาติ ให้ผู้ชมรับรู้สึกว่ามีบางสิ่งอย่างเชื่อมโยงพวกเขาถึงกันอยู่ตลอดเวลา

ต้องถือว่าเพลงประกอบ Dead Ringers (1988) คือหนึ่งในผลงานชิ้นเอก ไพเราะเพราะพริ้ง น่าจดจำที่สุดของ Howard Shore (อาจไม่ติดหูเท่าแฟนไชร์ Lord of the Rings แต่ผมรู้สึกว่ามันจุกแน่นอก สั่นสะท้านทรวงในยิ่งกว่า) โดยเฉพาะบทเพลง Suicide มีความเนิบนาบ ลากยาว ราวกับลมหายใจที่ค่อยๆแผ่วเบา ขาดห้วง … แต่กลับยิ่งทำให้หัวใจผู้ชมระริกรัว เต้นแรง บางคนอาจหลั่งน้ำตาไหลพรากๆออกมา

แถมท้ายกับบทเพลง In the Still of the Nite (1956) หรือ In the Still of the Night (I’ll Remember) ต้นฉบับแต่ง/ขับร้องโดย Fred Parris ร่วมกับวง The Five Satins เป็นแนว Doo-wop หรือ Tradition Pop เคยติดอันดับ 24 ชาร์ท Billboard Hot 100, ปัจจุบันได้รับการโหวตติดอันดับ 90 จากนิตยสาร Rolling Stone: The 500 Greatest Songs of All Time

เกร็ด: บทเพลงนี้ยังใช้ประกอบภาพยนตร์ The Irishman (2019) ของผู้กำกับ Martin Scorsese

In the still of the night
I held you
Held you tight
‘Cause I love
Love you so
Promise I’ll never
Let you go
In the still of the night

I remember
That night in May
The stars were bright above
I’ll hope and I’ll pray
To keep
Your precious love
Well before the light
Hold me again
With all of your might
In the still of the night

So before the light
Hold me again
With all of your might
In the still of the night
In the still of the night

มองผิวเผิน Dead Ringers (1988) นำเสนอเรื่องราวฝาแฝดสยาม ที่ทั้งชีวิตเคยอยู่เคียงข้างกันตลอดเวลา (แม้ไม่ได้ตัวติดกัน แต่มีบางสิ่งอย่างเชื่อมโยงถึงกัน) จนกระทั่งการมาถึงของหญิงสาวคนหนึ่ง เป็นเหตุให้โลกของพวกเขาเริ่มสั่นคลอน ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องเหินห่างหาย จนท้ายที่สุดสายสัมพันธ์ก็ขาดสะบั้น ทุกสิ่งอย่างพลันจบสิ้น ดับดิ้น ต่างไม่สามารถธำรงชีวิตได้อีกต่อไป

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ฝาแฝด หรือบุคคลหน้าเหมือน มันอาจไม่ได้มีอะไรลึกลับ เหนือธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่บุคคลทั่วไปชอบครุ่นคิด จินตนาการ เพ้อฝันให้เหมือนว่ามีอะไรน่าค้นหา ทั้งเชิงรูปธรรม-นามธรรม ความเชื่อศรัทธา นัยยะเชิงสัญลักษณ์ อุปมาอุปไมย หรือแม้แต่ในเชิงจิตวิเคราะห์

Twins have always been fascinating, and there are so many aspects to the twin phenomenon, and its relationship to the mythology of the twin, and the metaphorical and psychological implications of twin-ness, and one element of that is exactly what you’re saying. It’s this schizophrenia in which one separates himself from what are basically his own responsibilities and actions, and thinks there is someone else, who is not quite himself, who is responsible. It’s like people who lead both private and professional lives, and there’s that schism—things that the private person does, the professional person would never do. That’s a little like Videodrome—in that case, it’s the celebrity persona that so many people have which isn’t really them.

David Cronenberg

การจะตีความนัยยะของพี่น้องฝาแฝด มันครุ่นคิดได้หลากหลาย คลอบจักรวาลมากๆ ถึงทุกสรรพสิ่งอย่างที่มีความแตกต่างขั้วตรงข้าม อย่างในบทสัมภาษณ์ของผกก. Cronenberg กล่าวถึงเบื้องหน้า-เบื้องหลัง, อาชีพการงาน-ชีวิตส่วนตัว, นักแสดงมีชื่อเสียง-ตัวตนแท้จริงเมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้ากล้อง, รวมถึงสภาวะทางจิตใจ แบ่งแยกตัวตน/บุคลิกภาพภายใน ส่วนรับผิดชอบต่อสังคม-ปล่อยอิสระตามความต้องการของหัวใจ ฯลฯ

การให้ฝาแฝด Beverly & Elliot ประกอบอาชีพสูตินรีแพทย์ (gynecologists) ตรวจรักษาอวัยวะภายใน แม้สิ่งพบเห็นจะไม่ใช่จิตวิญญาณ แต่ก็แฝงนัยยะถึง ‘ภายในร่างกายมนุษย์’ หรือลักษณะทางกายภาพของจิตวิญญาณ (จิตวิญญาณคือสิ่งนามธรรม มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่ศิลปินมักพยายามหาทางสรรค์สร้างผลงานศิลปะออกมาในเชิงรูปธรรม มองเห็น และจับต้องได้)

The reason gynaecology weirds men out is that they are jealous. Their wife is known better, not just physically because, yes, you could look up there yourself with a flashlight. The gynaecologist’s understanding of what it all does and how it works is greater than yours… It’s his knowing stuff that you can never know. I don’t want to discuss whether I’ve looked up my wife with a flashlight or not, but absoulutely I wouldn’t be afraid if I needed to. Neither would she. But it’s something else. It’s a very potent metaphor, such a perfect core to discuss all this stuff.

David Cronenberg

ผมอ่านเจอว่าสมัยเด็กๆ พี่สาว Denise Cronenberg มักชอบแต่งตัวน้องชาย David Cronenberg ให้ดูเหมือนฝาแฝดของตนเอง พวกเขาเติบโตขึ้นอย่างสนิทสนม พึ่งพาอาศัย แทบจะขาดกันไม่ได้ และตั้งแต่ภาพยนตร์ The Fly (1986) ก็ร่วมงานในฐานะนักออกแบบเสื้อผ้า (Costume Designer) … น่าเสียดายเธอเสียชีวิตไปเมื่อปี ค.ศ. 2020

ในส่วนเรื่องราวของหนัง ผมรู้สึกมาตั้งแต่ The Brood (1979) ว่าผกก. Cronenberg ไม่สามารถทำใจได้จริงๆกับการเลิกราหย่าร้างภรรยาคนแรก (เทียบแทนตัวละคร Claire Niveau คืออดีตภรรยา Margaret Hindson) แม้ตัวเขาแต่งงานใหม่มาสักพักใหญ่ๆ ก็ยังคงเก็บกด อัดอั้น เคียดแค้นเคืองโกรธ เพราะยัยนี่ทำให้ชีวิตฉันปรับเปลี่ยนแปลงไป

ซึ่งความรู้สึกในการเลิกราหย่าร้าง ก็เหมือนการตัดสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องฝาแฝด แม้พวกเขาไม่ได้มีร่างกายตัวติดกัน แต่เยื่อใยความสัมพันธ์ที่มองไม่เห็นนั้น ถ้าต้องขาดสะบั้น มันจะสร้างความเจ็บปวดรวดร้าว เศร้าโศกเสียใจ ทุกข์ทรมานยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

I heard from someone else that a friend of his saw it and cried for three hours afterwards. So I thought, ‘That’s what it is. That’s what I wanted to get at.’ I can’t articulate it. It’s not really connected with gynaecology or twinness. It has to do with that element of being human. It has to do with this ineffable sadness that is an element of human existence.

สรุปแล้วผมมอง Dead Ringers (1988) คือภาพยนตร์พรรณาการร่ำจากลา (และเลิกหย่าร้าง) ระหว่างคนสอง แทนความเจ็บปวดที่แทบไม่อาจอดกลั้นฝืนทน เต็มไปด้วยความระทมทุกข์ทรมาน อาจถึงขั้นตรอมใจตาย มลายสิ้นสูญทั้งจิตวิญญาณ


ด้วยทุนสร้าง $13 ล้านเหรียญ แม้เสียงตอบรับจะดียอดเยี่ยมเมื่อตอนออกฉาย แต่ทำเงินในสหรัฐอเมริกาและแคนาดารวมกันเพียง $8 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลก $14 ล้านเหรียญ ถือว่าขาดทุนย่อยยับเยิน

ช่วงปลายปีได้เข้าชิง Genie Award (เทียบเท่า Oscar ของประเทศแคนาดา) ถึง 12 สาขา กวาดมา 10 รางวัล เรียกว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจของชาวแคนาดาอย่างมากๆ เลยไม่แปลกที่จะอยู่เหนือกาลเวลากว่าผลงานเรื่องอื่นๆใด

  • Best Motion Picture ** คว้ารางวัล
  • Best Direction ** คว้ารางวัล
  • Best Actor (Jeremy Irons) ** คว้ารางวัล
  • Best Actress (Geneviève Bujold)
  • Best Adapted Screenplay ** คว้ารางวัล
  • Best Cinematography ** คว้ารางวัล
  • Best Editing ** คว้ารางวัล
  • Best Score ** คว้ารางวัล
  • Best Art Direction ** คว้ารางวัล
  • Best Costume Design
  • Best Sound ** คว้ารางวัล
  • Best Sound Editing ** คว้ารางวัล

ปล. เมื่อตอนที่ Jeremy Irons คว้ารางวัล Oscar: Best Actor จากเรื่อง Reversal of Fortune (1990) ยังได้พูดขอบคุณผู้กำกับ David Cronenberg เพราะผลงานเรื่องนี้ Dead Ringers (1988) ทำให้เขามีโอกาสเข้าสู่ Hollywood และประสบความสำเร็จถึงจุดสูงสุด

ปัจจุบันหนังยังไม่ได้รับการบูรณะ น่าจะกำลังรอคิวอยู่กระมัง แต่แผ่น Blu-Ray ของ Shout! Factory มีการสแกนคุณภาพ 2K ตรวจสอบโดยผู้กำกับ Cronenberg และตากล้อง Suschitzky ถือว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยม (ฉบับของ Criterion ยังเป็นแค่ HD อยู่นะครับ)

เกร็ด: ล่าสุดเห็นมีการประกาศจาก Amazon Prime Video สรรค์สร้างซีรีย์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Dead Ringers (1988) นำแสดงโดย Rachel Weisz น่าจะถ่ายทำเสร็จแล้ว เห็นวางโปรแกรมฉายปี ค.ศ. 2023

ส่วนตัวมีความหลงใหลคลั่งไคล้หนังมากๆ เต็มไปด้วยความท้าทายในการรับชม ขบครุ่นคิดวิเคราะห์ ค้นหาว่าความแปลกประหลาดพิศดารทั้งหลายเหล่านั้น ผกก. Cronenberg ซุกซ่อนเร้นนัยยะเชิงสัญลักษณ์อะไรไว้, หนึ่งในบทบาทการแสดงยอดเยี่ยมที่สุดของ Jeremy Irons และไฮไลท์คืออารมณ์อันพลุกพร่าน คลั่งหลั่งน้ำตาออกมา เจ็บปวด เศร้าโศก การพลัดพรากจากลา มันช่างเจ็บปวดรวดร้าวทรวงใน

เกร็ด: Dead Ringers (1988) คือภาพยนตร์เรื่องโปรดของผู้กำกับ Park Chan-wook (Oldboy, Decision to Leave)

แนะนำสำหรับคนชื่นชอบหนังแปลกๆ ดูอันตราย บรรยากาศตึงๆหลอนๆ เกี่ยวกับฝาแฝดสยาม, จิตแพทย์ นักจิตวิทยา รวมถึงสูตินรี สำหรับเป็นบทเรียนให้ศึกษา, โดยเฉพาะคนอยากเป็นดารา นักแสดง รับชม Masterclass การแสดงโดย Jeremy Irons

จัดเรต 18+ กับความหมกมุ่นทางเพศ เสพยา และฆ่าตัวตาย

คำโปรย | Dead Ringers ฝาแฝดสยามของผู้กำกับ David Cronenberg มีความลึกลับ น่าพิศวง ชวนให้หลงใหล สมบูรณ์แบบด้วยการแสดงของ Jeremy Irons สั่นสะท้านทรวงใน จนน้ำตาไหลพรากๆออกมา
คุณภาพ | ร์พี
ส่วนตัว | น้ำลายฟูมปาก

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: