Filibus (1915)

Filibus

Filibus (1915) Italian : Mario Roncoroni ♥♥♥

Filibus คือชื่อจอมโจรสาว จ้าวแห่งการปลอมตัว และมีเรือเหาะเป็นยานพาหนะ … หนังเงียบที่คือจินตนาการอนาคตของประเทศอิตาลี เพราะยุคสมัยนั้นอิสตรียังมิได้รับสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมใดๆ เมื่อแต่งงานไปต้องก้มหัวให้ผู้ชาย ไม่มีสิทธิ์เสียงขอหย่า หรือแค่เพียงสมัครสมาชิกนิตยสาร/หนังสือพิมพ์ใดๆ

“No other crime thriller compares to Filibus!”

คำวิจารณ์จากนิตยสาร La Vita Cinematografica ฉบับเดือนเมษายน ค.ศ. 1915 คงฟังดูเว่อวังอลังการในปัจจุบัน แต่เชื่อว่าผู้ชมสมัยนั้นคงตื่นตราตะลึงกับสิ่งได้พบเห็นจริงๆ เพราะลักษณะ ‘ขายฝัน’ ชวนให้จินตนาการ อิสตรีสามารถทำทุกสิ่งอย่างแบบเดียวกับบุรุษ อนาคตวันเวลานั้นเมื่อไหร่จะมาถึง

ค่านิยมของวงการภาพยนตร์อิตาลียุค 10s ประกอบด้วย
– Maciste แนวผู้ชายร่างกายกำยำบึกบึน สติปัญญาไม่เท่าไหร่ แต่จิตใจดีงาม พร้อมให้ความช่วยเหลือคนตกทุกข์ยากลำบาก (ด้วยพละกำลังของตนเอง) อาทิ Cabiria (1914)
– 
Italian Futurism เรียกได้ว่ายุคสมัยหนึ่งของวงการภาพยนตร์ในอิตาลี รับอิทธิพลจาก Russian Futrist และ German Expressionism นำเสนอจินตนาการโลกอนาคต ซึ่งมักสะท้อนอุดมคติจากวีถีความเป็นอยูปัจจุบันนั้น

กล่าวคือ เป็นยุคสมัยที่ผู้ชมชื่นชอบหนังแนวต่อสู้ ผจญภัย อลังการงานสร้าง ตัวร้ายประเภทโหดโฉด (Supervillian) โดยมีวีรบุรุษ/ฮีโร่ หรือนักสืบ ติดตามหาตัวอาชญากร ผู้กระทำความผิดร้ายแรง และมักลงเอยด้วยชัยชนะของฝ่ายธรรมะ


Filibus สร้างโดยสตูดิโอเล็กๆ Corona Film ตั้งอยู่เมือง Turin เพิ่งก่อตั้งปี 1914 ต่อยอดจากบริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์ Umberto Corona ตลอดระยะเวลา 5 ปี (ปิดกิจการ 1918) นิยมสร้างหนังเงียบทุนสร้างต่ำ แนวผจญภัย อาชญากรรม มีผลงานทั้งหมด 26 เรื่อง

ผู้กำกับ Mario Roncoroni คือหนึ่งในขาประจำของสตูดิโอ Corona Film ที่ได้แจ้งเกิดผลงานเรื่อง Filibus, พัฒนาบทโดยนักเขียนนวนิยายไซไฟชื่อดัง Giovanni Bertinetti ด้วยจุดประสงค์เพื่อผลักดันแนวคิด Feminist สู่อุดมคติแห่งอนาคต Futurism

เรื่องราวของจอมโจรสาว Filibus (รับบทโดย Valeria Creti) ปลอมตัวเป็น Baroness Troixmonde เข้าไปตีสนิทล้วงข้อมูลเพชรตาแมวจากนายธนาคาร ก่อการโจรกรรมด้วยด้วยเรือเหาะล้ำอนาคต เลยถูกหมายจับ ตั้งค่าหัว และมีนักสืบชื่อดัง Kutt-Hendy (รับบทโดย Giovanni Spano) คอยเล่นแมวจับหนู ใส่ร้ายป้ายสี ไล่ล่าหาหนทางนำคนชั่วมาลงโทษทัณฑ์

ตัวละคร Filibus เป็นส่วนผสมแรงบันดาลใจจาก
– จอมโจรผู้ดี Arsène Lupin จ้าวแห่งการปลอมตัว สร้างขึ้นโดยนักเขียนชาวฝรั่งเศส Maurice Leblanc (1864 – 1941) ปรากฎตัวครั้งแรกในเรื่องสั้น The Arrest of Arsène Lupin (1905) ตีพิมพ์ลงนิตยสาร Je sais tout
– ฆาตกรต่อเนื่อง Fantômas สร้างขึ้นโดยสองนักเขียนชาวฝรั่งเศส Marcel Allain (1885–1969) และ Pierre Souvestre (1874–1914) ปรากฎตัวครั้งแรกนวนิยาย Fantômas (1911) กลายเป็นภาพยนตร์ประเภท Serial Film เริ่มจาก Fantômas (1913) นำแสดงโดย René Navarre

เกร็ด: Serial Film หรือซีรีย์ภาพยนตร์ แนวหนังสั้นที่ได้รับความนิยมช่วงต้นศตวรรษ 20 มักออกฉายเป็นตอนๆ รายเดือน รายสัปดาห์ เพื่อให้ผู้ชมต้องคอยติดตามอย่างต่อเนื่อง และมักจบตอนด้วยลักษณะ Cliffhanger ไปลุ้นต่อฟีล์มม้วนหน้า (มันก็คือซีรีย์นะแหละครับ แค่ว่าสมัยก่อนยังไม่โทรทัศน์ ในรูปแบบเดียวกันแต่ออกฉายโรงภาพยนตร์)

เกร็ด2: Filibus มาจากภาษาอิตาเลียน Filibustiere แปลว่าโจรสลัดหรือคนนอกกฎหมาย

ว่ากันว่าคือครั้งแรกๆของวงการภาพยนตร์ ที่ตัวละครหญิงปลอมแปลงเป็นชาย (ตบตาได้อย่างแนบเนียน) สะท้อนถึงลักษณะของ Genderqueer หรือ Non-Binary ไม่มีเพศสภาพบ่งบอกตัวตน ซึ่งยุคสมัยนั้นได้รับการวิพากย์วิจารณ์อย่างมากว่าไม่ถูกต้องเหมาะสม ผิดหลักจรรยาทางสังคม (หญิงควรแต่งตัวเป็นหญิง!) แถมยังเกี้ยวพาน้องสาวของนักสืบ Kutt-Hendy สื่อเล็กๆถึง Lesbianism (ก็อาจจะเป็นตัวละครเลสเบี้ยนแรกในวงการภาพยนตร์อีกด้วย)

ถ่ายภาพโดย Luigi Fiorio ด้วยข้อจำกัดยุคสมัย หนังไม่ได้มีเทคนิคหวือหวาอะไรมาก แต่มีการย้อมสีที่เรียกว่า ‘Tinting and Toning’ แช่ฟีล์มลงในน้ำยาย้อม ทำให้ปรากฎโทนสีสันขึ้นมา เพิ่มความตื่นตระการทางอารมณ์ ปรับเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามสภาพอากาศ ข้างนอก-ใน กลางวัน-คืน ฯ

ด้วยความยาว 76 นาที แบ่งฟีล์มออกเป็น 5 ม้วน 5 Part (โดยเฉลี่ยม้วนละ 15 นาที) ร้อยเรียงภาพพร้อมขึ้นข้อความอธิบาย Title Card บรรยายเหตุการณ์ และประโยคสนทนาตัวละคร


หลายคงอาจสงสัยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มัน Futurist ยังไง?
– อย่างแรกคือเทคโนโลยีเรือเหาะของ Filibus ถือว่าล้ำยุคสมัยนั้นมากๆ เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งโลกอนาคต ยกระดับการเดินทางสัญจร ลักลอบโจรกรรม เพราะไม่มีใครนิยมเงยหน้าแหงนมองท้องฟ้าสักเท่าไหร่
– หัวใจของหนังเรื่องนี้คือ Filibus ซึ่งคืออิสตรี ยุคสมัยนั้นยังไม่ได้รับความเสมอภาคเท่าเทียมบุรุษ การกระทำของเธอจึงถึงว่านอกรีต แหกแหวกขนบธรรมเนียมทางสังคม … ซึ่งผมเรียกว่าจินตนาการอนาคตของผู้สร้าง สักวันหนึ่งผู้หญิงจักสามารถทำทุกสิ่งอย่างได้แบบเดียวกับบุรุษ

เพชรตาแมว สิ่งของล้ำค่าที่ถูก Filibus โจรกรรมมา คือสัญลักษณ์ของอนาคต (ดวงตา = วิสัยทัศน์) ที่อิสตรีโหยหา หมายปอง ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แค่ว่าได้ครอบครองเป็นเจ้าของก็ถือว่าเสพสมหวัง สุขสำเริงราญใจ

การไล่ล่าติดตามของนักสืบ Kutt-Hendy เก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถรู้เท่าทัน หรือจับกุมตัว Filibus ได้สำเร็จ! นั่นเพราะโลกอนาคต ผู้หญิงอาจอยู่สูงเหนือกว่า (บนก้อนเมฆ) มีความเก่งกาจ เฉลียวฉลาด ไหวพริบเป็นเลิศ แถมสามารถใช้มารยาเสน่ห์เอาตัวหลุดรอดพ้น … แต่ก็คงมีครั้งต่อๆไปให้แก้ตัว

มี Sub-Plot หนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจ คือน้องสาวของ Kutt-Hendy ถูกเพื่อนชายซี้เซ้าเร้า ขอแต่งงานอยู่ได้ ช่วงแรกๆพยายามบอกปัดปฏิเสธ แล้วไปเคลิบเคลิ้มหลงใหลกับ Count de la Brive (อีกหนึ่งตัวปลอมที่เป็นผู้ชายของ Filibus) แต่ไปๆมาๆช่วงท้ายกลับยินยอมตอบตกลง ซะงั้น! นี่คงสะท้อนค่านิยมผู้หญิงอิตาลียุคสมัยนั้น ตราบใดยังคล้อยตามครรลองสังคม ก็ไม่มีวันที่ใครจะสามารถกลายเป็นแบบ Filibus ได้อย่างแน่แท้


ช่างท้ายของหนังทอดทิ้งข้อความที่เสมือนจะมีการสร้างภาคต่อ แต่เพราะหนึ่งเดือนหลังออกฉาย อิตาลีประกาศสงครามกับ Austro-Hungary อันเป็นชวนสาเหตุเริ่มต้นสู่สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทำให้สตูดิโอ Corona Film ต้องปิดกิจการลงปี 1918 หมดโอกาสภาคต่อโดยพลัน

ฟีล์มหนังไม่น่าเชื่อว่ามีการหลงเหลือรอดอยู่ที่ EYE Film Institute Netherlands ได้รับการบูรณะฟื้นฟูโดย National Museum of Cinema ออกฉายครั้งใหม่ยัง Cineteca di Bologna เมื่อปี 1997 และได้ออกเดินทางไปตามเทศกาลหนังทั่วโลก

ถ้าไม่เพราะเทศกาลหนังเงียบปีนี้นำ Filibus มาฉาย ผมคงมิได้มีโอกาสรับรู้จักอย่างแน่แท้ ภาพรวมแม้พบเพียงความบันเทิงรมณ์ แต่ต้องชมว่าสนุกใช้ได้ และเบื้องหลังประวัติศาสตร์ค่อนข้างน่าสนใจ แนะนำไว้ว่างๆลองหามารับชมดู

จัดเรตทั่วไป

คำโปรย | แม้ว่าหนังเงียบ Filibus จะมีเพียงความบันเทิงรมณ์ แต่สามารถสะท้อนค่านิยมยุคสมัยนั้นออกมาได้อย่างน่าสนใจ
คุณภาพ | บันเทิงรมณ์
ส่วนตัว | ชื่นชอบ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of