Kaagaz Ke Phool (1959)

Kaagaz Ke Phool

Kaagaz Ke Phool (1959) Bollywood : Guru Dutt ♥♥♡

หนังในกำกับเรื่องสุดท้าย ของผู้กำกับฉายา Orson Welles แห่ง bollywood, Guru Dutt กับผลงานที่ทำให้เขาล้มละลายแทบหมดตัว เหมือนเรื่องราวของหนังที่เกี่ยวกับผู้กำกับคนหนึ่ง (นำแสดงโดยตัวเขาเอง) เคยทำหนังประสบความสำเร็จ รายได้ถล่มทลาย แต่เรื่องถัดมากลับล้มเหลวสุดขีด, หนังเรื่องนี้ได้กลายเป็น Cult Classic ที่ควรค่าแก่การรับชมมาก

เหตุที่ Guru Dutt ได้ฉายาว่า Orson Welles แห่ง bollywood เพราะแนวคิด สไตล์และอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์ที่เหมือนกันของทั้งสอง, ถ้าพูดว่า Orson Welles คือผู้วางรากฐานให้ hollywood สมัยนี้ หนังของ Guru Dutt ก็เช่นกัน ได้วางรากฐานให้กับวงการหนัง bollywood ปัจจุบัน

Dutt โด่งดังสุดขีดกับหนังเรื่อง Pyaasa (1957) ซึ่งผลงานเรื่องต่อไป ก็หมายมั่นปั้นมืออย่างดี ใช้รูปแบบลักษณะคล้ายเดิมในการสร้าง Kaagaz Ke Phool (1959) ให้เป็นหนัง Tragedy มีตอนจบที่ไม่ใช่ Happy Ending แต่ประวัติศาสตร์มักไม่เกิดซ้ำรอยบ่อยๆ, ความล้มเหลวในรายได้ของหนังเรื่องนี้ ทำให้ Dutt ตัดสินใจวางมือจากการกำกับหนัง โทษตัวเองว่าอาจเพราะวิธีการกำกับของเขาที่ผู้ชมอาจไม่ชอบ ชื่อของเขากลายเป็นชื่อต้องคำสาป กระนั้นเขายังคงรับงานแสดงอยู่ ซึ่งหนังเรื่องต่อไปที่เขาได้แสดงคือ Chaudhvin Ka Chand (1960) กลับประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทำให้สตูดิโอของเขารอดพ้นการล้มละลาย

หลังจากที่เคยโด่งดังสุดขีด แล้วตกต่ำสุดขีด แล้วมาโด่งดังสุดขีดอีกรอบ Dutt ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงตั้งคำถาม ‘ชีวิตคืออะไรกัน หนึ่งประสบความสำเร็จ สองประสบความล้มเหลว ไม่มีอะไรมากกว่านี้’ (What’s life about, friend? It’s only about two things – success and failure. There is nothing in between.)

Kaagaz Ke Phool เป็นหนังที่ Dutt ได้แรงบันดาลใจมาจากผู้กำกับรุ่นพี่ Gyan Mukherjee ที่เป็นผู้กำกับชื่อดังในยุค 1940s กำกับหนังเรื่อง Kismet (1943) ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และกลายเป็นหนัง blockbuster เรื่องแรกของอินเดีย แต่ผลงานเรื่องต่อๆมากลับประสบความล้มเหลว ความนิยมตกต่ำลงเรื่อยๆ จนตกงานและเสียชีวิตเมื่อปี 1956, เห็นว่า Mukherjee เป็นผู้กำกับคนโปรดของ Guru Dutt และยังช่วยผลักดันให้เขากลายเป็นผู้กำกับอีกด้วย

Abrar Alvi สหายรักของ Dutt และเป็นคนเขียนบทหนัง ได้สร้างเรื่องราวที่สามารถแบ่งองค์ประกอบได้เป็น 4 ส่วน
1) The Great Film Director สุดยอดผู้กำกับแห่งยุค เป็นผู้กำกับมือทองจับอะไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด
2) A Star is Born นักแสดงที่กลายเป็นขวัญใจของมหาชน กลายเป็นดาวค้างฟ้า
3) Rise and Fall ชีวิตมีขึ้นก็ต้องมีลง เคยประสบความสำเร็จ ย่อมต้องเคยประสบความล้มเหลว
4) Second Chances? แต่ชีวิตใช่ว่าจะหมดหวัง ทุกคนย่อมได้รับโอกาสแก้ตัว แต่จะเลือกคว้ามันไว้หรือเปล่า

Guru Dutt รับบท Suresh Sinha ผู้กำกับชื่อดัง เขาเป็นคนที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ และโชคเข้าข้าง ได้พบกับหญิงสาวที่ตรงตามใจต้องการ จึงต้องการให้เธอรับบทแสดงนำในหนังเรื่องถัดไป, Shanti รับบทโดย Waheeda Rehman (เธอคือคนเดียวกับที่แสดง Pyaasa) หญิงสาวที่ไม่เคยมีประสบการณ์การแสดงมาก่อน แต่รูปลักษณ์ หน้าตา สีหน้า การแสดงออก ที่ตรงกับตัวละคร Paro ในหนังที่กำลังสร้างอยู่เรื่อง Devdas

ขอพูดถึง Devdas สักหน่อยก่อนนะครับ หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้, เปรียบเทียบสั้นๆว่า Devdas คล้ายๆกับ Romeo & Juliet ของอินเดีย ดัดแปลงมาจากนิยายโรแมนติกต้นฉบับเป็นภาษา Bengali เขียนโดย Sarat Chandra Chattopadhyay ตีพิมพ์ปี 1917 เนื่องจากได้รับความนิยมอย่างสูง ทำให้มีการดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์นับครั้งไม่ถ้วน สร้างครั้งแรกตั้งแต่สมัยหนังเงียบปี 1927, เวอร์ชั่นที่มีชื่อเสียงที่สุดในอินเดีย Devdas (1955) ภาษา Hindi กำกับโดย Bimal Roy นำแสดงโดย Dilip Kumar และ Suchitra Sen, ส่วนเวอร์ชั่นที่คนไทยน่าจะรู้จักที่สุด Devdas (2002) ภาษา Hindi กำกับโดย Sanjay Leela Bhansali นำแสดงโดย Shah Rukh Khan และ Aishwarya Rai เป็นหนังที่ติดอันดับ 74 ชาร์ท The 100 Best Films Of World Cinema ของนิตยสาร Empire ด้วยนะครับ

คนธรรมดา เมื่อเจอกับแสงสีโลกมายา ย่อมเกิดความหลงใหลคลั่งไคล้ และมักจะเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ (เพื่อรักษาภาพลักษณ์ หน้าตาของตน) แต่กับ Shanti หลังจาก Devdas ออกฉายก็ประสบความสำเร็จล้นหลาม ทำให้เธอกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ เพราะคำแนะนำของ Sinha ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มโด่งดัง ทำให้เธอตระหนักถึงความไม่ยั่งยืนในวงการ, หลังจากหนังฉาย เธอจึงตัดสินใจออกจากวงการ เพราะได้ทำในสิ่งที่ Sinha คาดหวังให้เธอทำแล้ว

แต่การจากไปของ Shanti ทำให้ Sinha เหมือนสูญเสียแสงดาวนำทาง ไม่ใช่แค่นั้น ภรรยากับครอบครัวที่มีทัศนคติดูถูกอาชีพการงานของเขา, ลูกสาวก็ถูกศาลออกคำสั่งไม่ให้สิทธิ์เลี้ยงดู ฯ ปัญหาชีวิตรุมเร้ากลายมาเป็นอุปสรรคการทำงาน ทำให้ผลงานหนังเรื่องถัดไปประสบความล้มเหลว ถูกผู้คนด่าทอ โดนไล่ออก ตกงาน ติดเหล้าชีวิตตกต่ำลงเรื่อยๆจนถึงขีดสุด

Shanti หลังจากได้ยินว่า Sinha ถูกไล่ออก ก็หลงคิดว่าตนเป็นสาเหตุ เธอจึงต้องการไถ่โทษ ช่วยเหลือเขาด้วยการกลับเข้าสู่วงการ และหมายมั่นให้ Sinha เป็นผู้กำกับหนังให้เธอ แต่เขาเลือกศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้ของตน พูดจาประชดประชัน เสียดแคลนต่อโลก ทิ้งโอกาสหวนคืนครั้งสุดท้าย จมตัวเองอยู่กับอบายมุขและสุรา

ถึงคำพูดเชิงตัดพ้อขอ Sinha จะออกไปทางเข้าใจชีวิต เคยขึ้นถึงจุดสูงสุด ย่อมต้องสามารถลงไปสู่จุดต่ำสุด ไม่อยากกลับไปอยู่ในสถานที่ที่มีแต่ผู้คนจอมปลอมนั้นอีก, แต่ผมกลับรู้สึกตัวเขายังคงมีความลุ่มหลงกับโลกมายา โหยหวนและโหยหา วันๆเอาแต่โทษโชคชะตาตัวเองที่ทำให้ตนกลายเป็นเช่นนั้น, ฉากจบ Sinha ในสภาพผมหงอกทั้งหัวเดินเข้าไปในโรงถ่ายหนัง เพราะนี่เป็นอาชีพที่เขารักจึงไม่สามารถทอดทิ้งไปได้ บรรยาการคุ้นเคย เก้าอี้ที่เคยนั่ง นี่คือสถานที่เกิดและสถานที่ตายของเขา

ถ่ายภาพโดย V.K. Murthy นี่เป็นหนัง CinemaScope (Widescreen) เรื่องแรกของอินเดีย, เพลง Waqt Ne Kiya Kya Haseen Sitam ร้องโดย Geeta Dutt (ภรรยาของผู้กำกับ) มีการถ่ายภาพที่เรียกว่า composition-in-depth long shots เป็นการถ่ายภาพจากระยะไกล ที่มีการเคลื่อนกล้องทำให้เห็นความลึกของภาพ เป็นยังไงลองดูในคลิปนี้นะครับ

นอกจากนี้การถ่ายภาพยังมีการเล่นกับแสง high-key, low-key ใช้แสดงอารมณ์เดี๋ยวเข้มเดี๋ยวอ่อน, ใช้เทคนิคอย่าง การซ้อนภาพ, แพนภาพขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา, tracking shot, มีการ close-up ใบหน้าที่แสดงถึงความต้องการที่พูดไม่ได้ เหล่านี่ทำให้ V.K. Murthy ได้รับการยกย่องอย่างมาก และสามารถคว้ารางวัล Filmfare Award สาขา Best Cinematographer ตัวแรกมาครอบครองได้

ตัดต่อโดย Y.G. Chawhan หนังใช้การเล่าเรื่องแบบ Flashback โดยใช้เสียงบรรยาย (narrative) ประกอบ, หนังไม่ได้ทำให้เราเห็น Devdas เลยนะครับ ทำเป็นลักษณะคล้ายๆ MacGuffin รู้จักชื่อ เข้าใจว่าคืออะไร แต่ไม่มีภาพจาดหนังปรากฎขึ้นสักฉากเดียว, ขนาดตอนที่ Devdas ฉายในโรงภาพยนตร์ หนังใช้มุมกล้องที่ถ่ายออกมาจากด้านจอภาพยนตร์เท่านั้น ไม่เห็นหน้าจอที่ฉายหนังเลย

เพลงประกอบโดย S. D. Burman เขาเป็นคนทำเพลงให้ Devdas (1955) และ Pyaasa (1957) นะครับ มีทั้งหมด 7 เพลงเพราะๆทั้งนั้น ผมเลือกเอาเพลงเพราะๆ จังหวะสนุกสนาน และผมชอบที่สุด มาให้ฟังแล้วกัน San San San Woh Chali Hawa ร้องโดย Asha Bhosle และ Mohammed Rafi

กับคนที่เคยดู Devdas มาก่อน ก็จะพบว่ามีอะไรหลายๆอย่างของหนังที่สะท้อนออกมาในลักษณะเดียวกัน (พระเอกตอนจบมีชะตากรรมเดียวกัน) ผมคิดว่าเหตุผลที่ Dutt เอาเนื้อหา Devdas ออกจากหนังไปเลย คงเพราะคนในอินเดีย ใครๆก็น่าจะรู้จัก Devdas นี่ทำให้ชะตากรรมของคนที่ไม่ใช่คอหนัง bollywood ต้องตกระกำลำบากพอสมควร การหายไปนี้ทำให้เกิดช่องว่างในหนังที่ขนาดใหญ่พอสมควร มีเรื่องราวบางอย่างที่ต้องอาศัยการประติดประต่อ ความเข้าใจขาดหายว่าทำไม เกิดอะไรขึ้น? ผมแนะนำอย่างยิ่งให้คุณลองไปหา Devdas เวอร์ชั่นไหนก็ได้มาดูด้วยนะครับ จะได้เข้าใจแนวคิดของหนังเรื่องนี้มากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ผมทึ่งกับ Guru Dutt คือพอหนังเรื่องนี้ล้มเหลวสุดขีด กลายเป็นว่าเขาแสดงออกอย่างเดียวกันกับหนังเลย คือทอดทิ้งทุกสิ่งอย่าง มันเหมือนว่า Kaagaz Ke Phool ได้พยากรณ์ กำหนดโชคชะตาของตัวเขาเองไว้แล้ว ว่าถ้าเกิดมีหนังที่ล้มเหลวสุดขีด เขาก็จะจากไป โชคชะตาไม่ได้เล่นตลกกับแค่ตัวละคร Sinha แต่กับ Guru Dutt ด้วยนะครับ

นี่เป็นหนังแนวโศกนาฎกรรม ไม่ได้ตายด้วยรัก แต่มีลักษณะตรอมใจ สิ้นหวังหมดหวังในชีวิต ทุกข์ใจจนตัวตาย, นี่เป็นการตายที่น่าสงสารนะครับ แต่ผมกลับรู้สึกสมเพศ นั่นเพราะเขามีความ ‘ยึดติด’ กับทุกสิ่งที่เคยเป็นมากเกินไป, มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนเราจะปล่อยวางในสิ่งที่ตนเสียไป แต่ถ้าคุณเลือกที่จะจมอยู่กับมันไม่ยอมก้าวไปต่อข้างหน้า นั่นไม่ใช่น่าสมเพศกว่าหรอกครับ ถ้าคุณมัวแต่สงสาร เขาก็ยิ่งไม่มีวันลุกขึ้นเดินต่อได้เอง ลองถามเขากลับ ‘อยากตายวันนี้หรือพรุ่งนี้’ ถ้าเขาคิดไม่ได้ก็เราก็ควร ‘ปล่อย’ เขาเช่นกันนะครับ

ผมค่อนข้างมีปัญหากับการดูหนังเรื่องนี้พอสมควร โหลดจาก Youtube ได้คุณภาพค่อนข้างแย่ ไม่แน่ใจว่าหนังเคยมีการ re-master แล้วหรือยัง (น่าจะยัง) หลายฉากมองอะไรแทบไม่เห็น มืดไปหมด ขนาดภาพก็ไม่สมส่วน ดูไปก็หงุดหงิดไป มีกระโดดข้ามหลายฉาก แถม subtitle ก็ไม่ตรง นี่ทำให้ผมต้องลดคะแนนหนังลงหน่อย เพราะไม่สามารถประเมินคุณภาพแท้จริงได้ ไว้ถ้าหาเวอร์ชั่นคุณภาพดีๆดูได้ อาจจะกลับมาแก้คะแนนให้ใหม่นะครับ

แนะนำกับคนชอบดู bollywood, cult classic, แฟนหนังของ Guru Dutt และ Waheeda Rehman ไม่ควรพลาด, นักทำหนังดูหนังเรื่องนี้เพื่อไว้ศึกษาเทคนิคได้นะครับ

จัดเรต pg กับบรรยากาศของหนัง ควรมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำ

TAGLINE | “Kaagaz Ke Phool หนังที่พยากรณ์โชคชะตาและสะท้อนชีวิตของผู้กำกับ Guru Dutt ภาพสวย เพลงเพราะ ไม่มีอะไรมากกว่านี้”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LIKE 

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of