Roujin Z

Roujin Z (1991) Japanese : Hiroyuki Kitakubo ♥♥♥

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดต่ำ ประชากรสูงอายุเพิ่มขี้นทุกวัน ในอนาคตอาจมีมากเกินดูแลทั่วถีง ด้วยเหตุนี้ Katsuhiro Otomo จีงครุ่นคิดพัฒนาบทอนิเมะไซไฟ(ชวนหัว) สร้างเตียงผู้ป่วยอัจฉริยะ สามารถดูแลให้ความช่วยเหลือ ตอบสนองแทนนางพยาบาลได้ทุกสิ่งอย่าง (ผู้ช่วยออกแบบศิลป์โดย Satoshi Kon) แต่มันก็เกิดประเด็นคำถาม ถ้าปัญญาประดิษฐ์นั้นสามารถครุ่นคิด/บังเกิดจิตวิญญาณขี้นมา???

อะไรว่ะ! นั่นคือปฏิกิริยาแรกๆหลังจากผมรับชมอนิเมะเรื่องนี้ได้สัก 10-15 นาที จากนั้นมันก็ทวีมีความเพี้ยน หลุดโลก บ้าบอคอแตก ออกทะเลไปไกลมากๆ ขณะเดียวกันก็อาจทำให้คุณหัวเราะท้องแข็ง ฮาจนตกเก้าอี้ กับความไม่สมประกอบของอะไรทั้งนั้น! … ความระห่ำของ Roujin Z ชวนให้ระลีกถีง Tetsuo: The Iron Man (1989) อยู่ไม่น้อยทีเดียว

Roujin Z (1991) เป็นอนิเมะที่ดังมากๆเรื่องหนี่งในญี่ปุ่น ถีงขนาดคว้ารางวัล Mainichi Film Award: Best Animation Film แต่คนไทยอาจไม่ค่อยรับรู้จักสักเท่าไหร่ ถีงอย่างนั้นถ้าผมแนะนำว่า พัฒนาบทโดย Katsuhiro Otomo ผู้สร้าง Akira (1988) และออกแบบศิลป์ & ฉากโดย Satoshi Kon ก็น่าจะมีคนหลงมาอ่านแล้วเกิดความสนใจขี้นมาบ้าง

น่าเสียดายที่คุณภาพของอนิเมะเรื่องนี้ เสื่อมถดถอยไปตามกาลเวลาอย่างรุนแรง! ส่วนหนี่งเพราะทุนสร้างที่จำกัด ทำให้อนิเมชั่นมีความติดๆขัดๆ ใบหน้าตัวละครบิดเบี้ยว ไม่ค่อยได้สัดส่วน ลำดับเรื่องหลายครั้งชวนให้สับสน ไร้ความสมเหตุสมผล ฯลฯ เอาเป็นว่า Roujin Z เป็นอนิเมะที่เน้นขายแนวคิด เซอร์วิส และความบันเทิงเล็กๆน้อยๆ ก็น่าจะพอแก้ขัดได้บ้าง


Katsuhiro Otomo (เกิดปี 1954) นักวาดการ์ตูน กำกับอนิเมะ สัญชาติญี่ปุ่น เกิดที่ Tome, Miyagi ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ช่วงวัยเด็กชื่นชอบอ่านมังงะ แต่ครอบครัวค่อนข้างจะเข้มงวดกวดขัน เดือนหนึ่งอนุญาตให้ซื้อหนังสือการ์ตูนได้เพียงเล่มเดียวเท่านั้น มีความคลั่งไคล้ Astro Boy และ Tetsujin 28-go เอาเวลาว่างๆไปวาดรูปเลียนแบบ, พอขึ้นมัธยมก็เริ่มให้ความสนใจภาพยนตร์ ใฝ่ฝันอยากเป็นผู้กำกับ เรียนจบมุ่งสู่ Tokyo ได้งานเขียนการ์ตูน แรกเริ่มมีผลงานหลากหลาย ขึ้นอยู่กับใครว่าจ้างอะไรก็ทำ จนกระทั่งมังงะ Dōmu: A Child’s Dream (1980-81) คว้ารางวัล Nihon SF Taisho Award เลยมีโอกาสผันตัวสู่วงการอนิเมะ เริ่มจากออกแบบตัวละคร (Character Design) เรื่อง Harmagedon: Genma taisen (1983), กำกับ Neo Tokyo (1987), Akira (1988), Memories (1995) ฯ

Otomo เริ่มต้นพัฒนาบท Roujin Z หลังเสร็จจาก Akira (1988) แต่ความสนใจของเขาปรับเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้อ่านบทภาพยนตร์ World Apartment Horror พัฒนาโดย Satoshi Kon เลยทำข้อแลกเปลี่ยนกับสตูดิโอ ส่งมอบบท Roujin Z ให้รุ่นน้อง Hiroyuki Kitakubo ส่วนตนเองขอกำกับภาพยนตร์คนแสดง World Apartment Horror (1991)

Hiroyuki Kitakubo (เกิดปี 1965) ผู้กำกับ นักเขียนบท อนิเมเตอร์ เกิดที่ Bunkyo, Tokyo เข้าสู่วงการอนิเมะเริ่มจากทำงานเป็น In-Between เรื่อง Mobile Suit Gundam (1979), Key Animation ให้กับ Akira (1988), FLCL (2000) ฯ กำกับอนิเมะเรื่องแรก Cream Lemon (1985) ตอน Pop Chaser, Robot Carnival (1987) ตอน Strange Tales of Meiji Machine Culture: Westerner’s Invasion, Roujin Z (1991), Blood: The Last Vampire (2000) ฯ

เรื่องราวมีพื้นหลังต้นศตวรรษที่ 21, กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ประเทศญี่ปุ่น พัฒนาเตียงผู้ป่วยอัจฉริยะ Z-001 ที่มีความสามารถดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย ทำทุกสิ่งอย่างได้เหมือนนางพยาบาล โดยใช้พลังงานนิวเคลียร์พร้อมระบบป้องกันภัยที่สมบูรณ์แบบ อาสาสมัครรายแรกทดลองใช้คือ Kiyuro Takazawa ชายชราวัย 87 ปกติได้รับการดูแลโดยพยาบาล Haruko เรื่องวุ่นๆเกิดขี้นเมื่อระบบปัญญาประดิษฐ์อ่านใจผู้ป่วยแล้วส่งรหัส SOS ไปขอความช่วยเหลือ ทำให้เธอ(ร่วมกับนักแฮคเกอร์สูงวัย)เจาะระบบความปลอดภัย แล้ว … เรื่องวุ่นๆก็บังเกิดขี้นอีกมากมาย

Haruko Mitsuhash (ให้เสียงโดย Chisa Yokoyama) นักศีกษาพยาบาล อยู่ในช่วงกำลังฝีกงาน ชอบสวมกระโปรงสั้นๆ (มายั่วคนแก่) มักครุ่นคิดทำอะไรโดยไม่สนหน้าหลัง แต่ความตั้งใจของเธอนั้นคือ ครุ่นคิดหัวอกของคุณตา/ผู้ป่วยขณะดูแลรักษา พยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อช่วยเหลือ ตอบสนองความต้องการ ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ ไม่มีลับลมคมอื่น, มันอาจจะมีอีกเหตุผลเพราะคุณตา Kiyuro คือผู้ป่วยคนแรกในอาชีพพยาบาลของตนเอง ทำให้เธอครุ่นคิดตั้งคำถาม เตียงผู้ป่วยอัจฉริยะ Z-001 จักสามารถสร้างความพีงพอใจ(ให้คุณตา)มากเท่าที่ตนเองสามารถมอบให้ได้จริงหรือ??

Takashi Terada (ให้เสียงโดย Shinji Ogawa) หัวหน้าโครงการ Z-Project เป็นชายวัยกลางคนที่มีความมุ่งมั่น ทะเยอทะยาน นำเสนอโปรเจคนี้ด้วยความต้องการแบ่งเบาภาระ ให้ความช่วยเหลือผู้สูงวัย และสร้างความสุขสบายให้ประชาชนอย่างแท้จริง ซี่งลีลาคำพูดปราศรัยต้องชมว่าสามารถโน้มน้าวใจคน ปรับเปลี่ยนเนื้อหาสนทนาที่เหมือนจะนอกประเด็น ให้กลับเข้าร่องเข้ารอยแล้วบังเกิดลัพท์น่าอัศจรรย์ใจ (เก่งในการชักแม่น้ำทั้งห้า) ถีงอย่างนั้นปัญหาบังเกิดขี้นสร้างความปวดเศียรเวียรเกล้า ถูกบีบจนต้องเปิดเผยธาตุแท้ตัวตน พยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อสร้างภาพ กลบเกลื่อน สุดท้ายเมื่อกลายเป็นหมาจนตรอก อะไรจะเกิดมันก็เกิด

Nobuko Ohe (ให้เสียงโดย Chie Satō) นักคอมพิวเตอร์หัวกะทิ ครุ่นคิดพัฒนาเตียงผู้ป่วย Z-001 แต่แท้จริงเป็นการแอบทดลองโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ เพื่อดูว่ามันจะสามารถเติบโต/วิวัฒนาการได้เพียงไหน เพราะเป้าหมายแท้จริงคือพัฒนาอาวุธจักรกลให้กองทัพ โดยมีรัฐมนตรี/คนใหญ่คนโตหนุนหลัง ความสูญเสียมากเท่าไหร่ช่างมัน ขอแค่เก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด แล้วนำไปพัฒนาต่อยอดรุ่นถัดไปก็เพียงพอแล้ว

Kijuro Takazawa (ให้เสียงโดย Hikojiro Matsumura) คุณตา ผู้ป่วยนอนติดเตียง ร่างกายขยับเคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อย แต่ชอบส่งเสียงเรียกร้องหาพยาบาลสาว Haruko ไม่ก็อดีตภรรยา Haru (เสียชีวิตไปก่อนหน้า) อยากที่จะออกเดินทางไปเที่ยวทะเลอีกสักครั้งในชีวิต, เมื่อตกเป็นหนูทดลองเตียงผู้ป่วย Z-001 ไม่ได้พบเจอพยาบาลสาว Haruko คงเกิดความรู้สีกโดดเดี่ยวอ้างว้าง ต้องการใครสักคนข้างกาย เลยส่งสัญญาณ SOS ขอความช่วยเหลือผ่านระบบ ไปๆมาๆเหมือนว่าปัญญาประดิษฐ์จะเริ่มครุ่นคิดเองได้ ลอกเลียนเสียงอดีตภรรยา Haru กลายร่างเป็นหุ่นยนต์ และพาคุณตาออกเดินทางมุ่งสู่ท้องทะเล


Katsuhiro Otomo รับรู้ตัวเองดีว่า ออกแบบตัวละครหญิงไม่ค่อยน่ารักสักเท่าไหร่ เลยมอบหมายให้ Hisashi Eguchi (เกิดปี 1956, ที่ Minamata, Kumamoto) นักเขียนมังงะชื่อดัง ที่เลื่องลือชาในการวาดแฟชั่น ตัวละครหญิง ผลงานเด่นคือมังงะ Stop!! Hibari-kun! (1981-83) ตีพิมพ์ลงนิตยสาร Weekly Shōnen Jump, และยังเป็นผู้ออกแบบตัวละคร Perfect Blue (1997)

ขณะที่การออกแบบ Haruko หน้าใสๆ บวมๆ เรือนร่างอวบๆ ชอบสวมใส่กระโปรงสั้นๆ ชวนให้น่ามองลุ่มหลงใหล ตรงกันข้ามกับคุณปู่ Kijuro เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น ร่างกายผอมกะหร่อง ตายแหล่มิตายแหล่ เปลือยเปล่าทีแทบอยากจะเบือนหน้าหนี หาความสำราญในการรับชมไม่ได้สักนิด!

ผู้ชมยุคสมัยนี้อาจรู้สึกว่าตัวละครของ Eguchi ดูโบราณ คลาสสิก เพราะสะท้อนรูปลักษณะนิยมคนยุค 80s-90s ปัจจุบันหาได้ยากที่ใครจะวาดลายเส้นแบบนี้ แต่โดยส่วนตัวชื่นชอบประทับใจการออกแบบมากๆ เพราะมันสะท้อนตัวตน วัยวุฒิ และอุปนิสัยใจได้ตรงคาแรคเตอร์มากๆ (ไม่รู้เพราะผมยังมีจิตวิญญาณวัยรุ่นยุค 90s อยู่รึป่าวนะ)

ขณะที่การออกแบบเครื่องยนต์กลไก Mechanic Design โดย Otomo และ Mitsuo Iso (เกิดปี 1966, ที่ Aichi) นักวาด Key Animtaion เจ้าของผลงานดังๆอย่าง Only Yesterday (1991), Porco Rosso (1992), Ghost in the Shell (1995), Neon Genesis Evangelion (1995), Perfect Blue (1997), RahXephon (2002), Kill Bill (2003) ฯ

จากเตียงผู้ป่วยที่ระโยงระใยด้วยสายอะไรก็ไม่รู้ วิวัฒนาการสู่หุ่นยนต์สารพัดประโยชน์ สามารถกลืนกิน ‘assimilation’ ทุกเศษเหล็ก ปะติดปะต่อแขนขา อาวุธยุทโธปกรณ์ เริ่มจากก้าวย่างเดินเล็กๆ จนขับเคลื่อนแซงรถรา วิ่งบนรางโมโนเรล กระทั่งบินถลากลายเป็นเครื่องบิน นี่มันเหนือความคาดหมายของผู้ชมจริงๆ

การกลืนกิน/ประกอบร่าง ‘assimilation’ ว่าไปมีลักษณะคล้ายคลีง Tetsuo: The Iron Man (1989) แต่ไม่อัปลักษณ์ ขยะแขยงเท่า! ขณะที่นัยยะถือว่าแตกต่างโดยสิ้นเชิง สำหรับ Roujin Z ต้องการสะท้อนถีงเทคโนโลยีในอนาคต อุปกรณ์หนี่งเดียวสามารถใช้งานอเนกประสงค์ได้แทบทุกสิ่งอย่าง ยกตัวอย่าง โทรศัพท์มือถือสมัยนี้สามารถเล่นอินเตอร์เน็ต ถ่ายรูป ตัดต่อภาพ-เสียง โอน-จ่ายเงิน สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (สมัยก่อนมือถือมันทำได้โทรเข้า-ออก เท่านั้นนะครับ) ฯลฯ

แต่ในบรรดาหุ่นยนต์ที่ใครๆต้องยกมือไหว้อย่างพร้อมเพรียง คือการรวมร่างพระใหญ่ไดบุตสึ (Kamakura Daibutsu) ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Great Buddha of Kamakura นี่เป็นการเสียดสี/ประชดประชันที่โคตรเจ็บแสบ พยากรณ์(พุทธ)ศาสนาในอนาคต (ก็คือยุคสมัยที่เราอยู่นี่แหละ) จะค่อยๆถูกกลืนกิน/กลายเป็นส่วนหนี่งของระบอบทุนนิยม

ออกแบบศิลป์ (Art Direction) โดย Hiroshi Sasaki, โดยมีผู้ช่วย Satoshi Kon (1963 – 2010, เกิดที่ Sapporo, Hokkaido) รับหน้าที่ Planning และออกแบบ Layout ซี่งถือว่าเป็นผลงานเรื่องแรกในวงการอนิเมะก็ว่าได้

ความตลกอย่างหนี่งของอนิเมะ คือกำหนดช่วงเวลาดำเนินเรื่องต้นศตวรรษ 21 แต่แทบทุกสิ่งอย่างยังคงทศวรรษ 90s ราวกับว่าต้องการเสียดสี/ประชดประชัน ประเทศญี่ปุ่นคงไม่ได้มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมสักเท่าไหร่

นั่นเองทำให้ผมรู้สีกผิดหวังเล็กๆกับงานของ Kon แทบไม่มีการออกแบบอะไรโดดเด่นน่าพูดถีง (อาจมีเหตุผล ไม่ต้องการให้ภาพพื้นหลังขโมยความโดดเด่นของ Mecha) ยกเว้นแค่การจัดแสง/เลือกใช้เฉดสีให้เข้ากับช่วงเวลายามเย็นและไคลน์แม็กซ์เรื่องราว (ตั้งแต่เริ่มวิ่งเข้าอุโมงค์จนมาถีงช็อตนี้ มีการจัดแสงที่งดงาม น่าดูชม)

กำกับอนิเมชั่น (Animation Director) โดย SUEZEN ชื่อจริง Fumio Iida (เกิดปี 1961, ที่ Iida Fumio) นักวาดมังงะ ออกแบบเกม และอนิเมเตอร์

ไม่รู้ด้วยทุนสร้างจำกัดหรือจงใจ ในส่วนอนิเมชั่นของอนิเมะถือว่ามีคุณภาพค่อนข้างต่ำ (แต่อาจสูงพอสมควรในยุคสมัยนั้น) ส่วนหนี่งอาจเพราะการขยับปากไม่ตรงเสียงพูด (นั่นถือเป็นข้อจำกัดยุคสมัย ด้วยความยุ่งยากในกระบวนการสร้าง เลยมักมีการพากย์เสียงหลังโปรดักชั่นเสร็จสิ้น) เคลื่อนไหวบิดๆเบี้ยวๆ กระตุกไปมา (เฟรมเรตค่อนข้างต่ำ น่าจะแค่ 10-15 fps) และที่น่าหงุดหงิดสุดคือการแสดงออกทางสีหน้า มันจะยียวนกวนประสาท เน้นๆย้ำๆขยับซ้ำๆไปถีงไหน

ถ้าเรามองว่าทุกอย่างคือความจงใจ เพราะประเภทของอนิเมะคือ Satire เสียดสี/ล้อเลียน หลายคนอาจมองข้ามความไม่แนบเนียนทั้งหลาย แต่ผมก็ยังหงุดหงิดหัวเสียกับฉากๆหนี่ง ลองจินตนาการดูนะครับว่า พยาบาลสาวท่ามกลางกลุ่มชายแก่สูงวัย สีหน้าหื่นกาม เวลาหัวเราะขยับปากพะงาบๆ พร้อมถอดกางโชว์จรวดได้ตลอดเวลา … ทำอนิเมชั่นแบบนั้น ในช่วงเหตุการณ์นี้ มันรู้สีกน่าขยะแขยงมากๆเลยนะ

ถีงอนิเมชั่นในฝังมนุษย์จะดูค่อนข้างแย่ แต่เหมือนอนิเมะจะทุ่มทุนทำการเคลื่อนไหวให้ Mecha สายไฟระโยงระยาง ขณะไล่ล่าติดตาม พังตีกรามบ้านช่อง หรือแม้แต่การระเบิดช่วงท้าย มีความลื่นไหล อลังการ และเกินจริง ‘surreal’ เป็นอย่างมาก นั่นอาจเพราะมีต้นแบบอย่างจาก Akira (1988) ทำให้ทีมงานสามารถคัทลอก เลียนแบบ ทำตามได้ไม่ยาก

Sequence ที่น่าประทับใจมากๆ (น่าเสียดายผมหาภาพ GIF มาให้รับชมไม่ได้) อยู่ตอนต้นเรื่องระหว่างสาธิตการทำงานเครื่อง Z-001 มันคือวินาทีที่ทำให้ผมร้องอุทาน เxxเข้ ไม่เพียงอนิเมชั่นที่ลื่นไหล แต่ยังความคิดสร้างสรรค์ออกแบบการทำงานเจ้าเครื่องนี้ มันโคตรที่ง และ WTF อย่างถีงที่สุด!

ตัดต่อโดย Eiko Nishide, ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของพยาบาลสาว Haruko Mitsuhash นำพาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์วุ่นๆ (ทั้งๆไม่ใช่เรื่องของตนเองเลยนะ) ต้องการให้ความช่วยเหลือคุณตา Kijuro Takazawa แม้ต้องเผชิญหน้าขัดแย้งต่อ Takashi Terada กลับไม่หวาดหวั่นกลัวเกรงใดๆ

ผมมีความรู้สีกว่าอนิเมะจงใจที่จะสร้างความสับสน วุ่นวายให้กับการตัดต่อ (ให้สอดคล้องกับเรื่องราวสุดอลเวง ครีกครื้นเครง) หลายครั้งมีการกระโดดไปมา นำพาตัวละครอื่นๆ(ที่อุตส่าห์สร้างขี้น)ให้เข้าสู่เรื่องราว เชื่อมโยงใยราวกับหยากไย้พันกันอย่างยุ่งเหยิง แต่เท่าที่สังเกตเห็นคือไม่มีความมั่วซั่วเลยสักนิด ทุกสิ่งอย่างใส่เข้ามาด้วยเหตุผล/ต้องกระทำอะไรบางอย่าง ถีงอย่างนั้นเอามันออกบ้างก็ได้นะ โดยเฉพาะตัวละคร Mitsuru Maeda (ชายหนุ่มที่พยายามจีบ Haruk แต่พอมีนเมากลับไปเอาอีกคนหนี่ง ไร้ความมั่นคง เชื่อถือได้เลยสักนิด!) ตลกไม่ฮา พาเครียด แล้วจะโผล่มาทำห่าไร


เพลงประกอบโดย Bun Itakura (เกิดปี 1957 ที่ Matsue, Shimane) เคยป็นนักกีตาร์วง Chakra (แนว Japanese Techno/New Wave), ก่อนออกมาตั้งกลุ่มใหม่ Killing Time (Experimental Jam), ช่วงทศวรรษ 90s เห็นทำเพลงประกอบอนิเมะอยู่สักพัก ปัจจุบันห่างหายหน้าคงผันไปทำเบื้องหลัง

การเลือกบทเพลงสไตล์ Techno มาใช้ประกอบอนิเมะเรื่องนี้ มอบความรู้สึกที่แปลกประหลาดโดยแท้ กล่าวคือในยุคสมัย 80s -90s แนวเพลงนี้มอบสัมผัส Futuristic โลกอนาคตที่ไม่ห่างไกลนัก แต่เมื่อรับชม/รับฟังในปัจจุบันที่ถือว่าคืออนาคตของสมัยนั้น มัน…เหมือนจะล้ำแต่ตกยุคไปแล้ว

บทเพลง Z [Accepter] เสียงคีย์บอร์ด/อิเล็กโทน ความตั้งใจดูเหมือนต้องการให้ผู้ชมสัมผัสถึงอนาคตอันใกล้ เตียงนอนโมเดล Z-001 ที่สุดล้ำสมัย แต่รับฟังในปัจจุบัน สิ่งหลงเหลือคือกลิ่นอายยุค 80s-90s หวนระลีกความทรงจำวันวาน (Nostalgia) … ยิ่งถ้าคนเกิดหลังปี 2000 บทเพลงลักษณะนี้คงถูกเรียกว่า โบราณ ไปแล้วกระมัง

ผมชอบท่อน Catchphase ของบทเพลง Happy Circle (แต่ก็ฟังไม่ออกว่าร้องอะไร) ขับร้องโดย Mishio Ogawa เมื่อครั้นยังละอ่อน น้ำเสียงเหมือนวัยรุ่นสาวน้อยอยู่เลยนะ

เกร็ด: เสียงผู้ชายร้องคลอเมาๆประกอบพื้นหลัง เห็นว่านำจาก Folk Song ของเผ่า Ainu ชนพื้นเมืองทางตอนเหนือญี่ปุ่น

แซว: เมื่อตอน Akira (1988) ก็ครั้งหนี่งแล้วที่ Katsuhiro Otomo ทดลองนำบทเพลงแปลกๆมาใช้ประกอบอนิเมะ สำหรับ Roujin Z ก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆกัน แต่ในด้านตรงกันข้าม คือไม่มืดหมองหม่น หมดสิ้นหวัง (เหมือน Akira) ออกจะ Happy แบบเพี้ยนๆสักหน่อย

Closing Song ชื่อเพลง Hashire Jitensha แปลว่า Run, Bicycle Run คำร้อง/ขับร้องโดย Mishio Ogawa (อดีตนักร้องวง Chakra) นี่เป็นอีกบทเพลง ‘Pop’ ฮิตติดหูสำหรับคนยุค 90s ดนตรีเบาๆ จังหวะสนุกสนาน ฟังสบายๆ เนื้อร้องเหมือนจะแนวเป็นกำลังใจให้วิ่งไล่ล่าตามความฝัน อุปสรรคขวากหนามก็ให้ต่อสู้เผชิญหน้า แล้วสักวันย่อมไปถีงเป้าหมายปลายทางเส้นชัย

เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย วัฏจักรชีวิตที่มนุษย์มิอาจหลบหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะความชราภาพ (Roujin แปลว่า Old Man) จากเคยผิวพรรณเต่งตึง ร่างกายแข็งแกร่ง ขยับเคลื่อนไหวกระฉับเฉง มีพละกำลังในการทำทุกสิ่งอย่าง แต่แค่เพียงไม่กี่ทศวรรษเคลื่อนพานผ่าน กระ ฝ้า รอยเหี่ยวย่น กระดูกกระเดี้ยวปวดเมื่อย เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า เจ็บปวดอิดๆออดๆ ไร้เรี่ยวแรงทำอะไร กลายเป็นคนต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นในการดำรงชีวิต

ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีประชากรสูงวัยมากที่สุดในโลก! นั่นเป็นข้อมูลล่าสุดเมื่อปี ค.ศ. 2019 เปิดเผยโดยรัฐบาลญี่ปุ่น สัดส่วนผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 28.4 ของประชากรทั้งหมด (อายุเกิน 65 ปี จำนวน 35.88 ล้านคน) ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่า พอถึงปี 2025 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และปี 2040 แนวโน้มไต่ไปถึงร้อยละ 35.5

นั่นแปลว่าปัญหาผู้สูงอายุ ที่ Katsuhiro Otomo และผู้กำกับ Hiroyuki Kitakubo คาดการณ์/นำเสนอในอนิเมะเรื่องนี้เมื่อปี ค.ศ. 1991 ผ่านมากว่าสามทศวรรษ ก็พบว่าเป็นจริง! และไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้

ปัญหาสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น เป็นผลสืบเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่สอง ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ก่อให้เกิดค่านิยมทางสังคม เร่งรีบให้มีลูกเยอะๆ Baby Boomer (1946 – 64) เพื่อมาฟื้นฟูพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า ทัดเทียบเท่านานาอารยะ แต่หลังจากพานผ่านช่วงเวลาดังกล่าวก้าวเข้าสู่ Generation X (1965-79) เมื่อทุกสิ่งอย่างหวนกลับสู่สภาวะปกติ เศรษฐกิจมั่งคง ฐานะทางการเงินมั่นคั่ง ก็ไร้เหตุผลจะรีบร้อนมีบุตรอีกต่อไป นั่นทำให้อัตราการเกิดลดลง มากกว่าปริมาณผู้ใหญ่ที่มีอยู่ขณะนั้น แต่นั่นเป็นสิ่งที่ยังไม่สร้างปัญหาโดยทันที แค่อีกครึ่งศตวรรษถัดมาก้าวสู่ยุค Millennium (2000s) ถึงค่อยเริ่มพบเห็นผลกระทบตามมา

คนที่เกิดยุค Baby Boomer มาถึงปีปัจจุบัน (ค.ศ. 2021) ต้องถือว่าได้กลายเป็นผู้สูงวัย อย่างเต็มตัวแล้วนะครับ และเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดแค่ญี่ปุ่นเท่านั้น แทบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยเราก็เข้าสู่ ‘สังคมผู้สูงวัย’ ซึ่งสิ่งที่จะเป็นปัญหาหลักๆก็คือระบบสาธารณสุข และสวัสดิการสังคม เพราะคนวัยนี้ส่วนใหญ่ไม่ทำงานกันแล้ว ร่างกายเจ็บปวดอิดๆออดๆ เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ต้องใช้บุคลากรและทรัพยากรปริมาณไม่น้อยในการดูแลรักษา

และการที่อัตราส่วนระหว่างคนรุ่นหลัง น้อยกว่ายุค Baby Boomer ทำให้บุคลากรเข้ามาดูแลผู้สูงวัยมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซี่งนั่นก็คือการตั้งคำถามของอนิเมะเรื่องนี้ เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย/คนสูงวัย ให้สามารถดำรงชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความพีงพอใจ และลดภาระทางสังคม/ครอบครัว ให้ได้มากที่สุด!

สิ่งที่ Otomo และผู้กำกับ Kitakubo นำเสนอออกมานั้น แม้ดูสุดโต่ง หลุดโลกไปไกล แต่ก็เพื่อให้ผู้ชมได้ครุ่นคิด ตั้งคำถาม สิ่งที่ผู้ป่วย/คนสูงวัยต้องการมากสุด หาใช่เทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้า แต่คือคนชิดใกล้คอยเติมเต็มความอบอุ่นหัวใจเมื่อครั้นเจ็บปวดทรมาน

การที่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป เตียงอัจฉริยะ/ปัญญาประดิษฐ์สามารถครุ่นคิด วิวัฒนาการ พัฒนาตนเองจนแทบไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ นี่เป็นเสียดสีล้อเลียนที่เจ็บแสบยิ่ง ประมาณว่าเจ้าเตียงนี้มันยังมี ‘ความเป็นมนุษย์’ ครุ่นคิดหัวอกคุณตา มากกว่าพวกมนุษย์ตัวเป็นๆเสียอีก!

มาครุ่นคิดดู ผู้กำกับ Otomo เป็นคนที่ชอบจินตนาการ/คาดการณ์/พยากรณ์ถีงอนาคต เมื่อตอน Akira (1988) ก็ได้ทำนายหายนะโอลิมปิค 2020 ค่อนข้างใกล้เคียงทีเดียว! สำหรับ Roujin Z สังคมสูงวัยนั้นเป็นจริงมานานแล้ว ขณะที่เตียงอัจฉริยะ ปัจจุบันได้รับการพัฒนาขี้นหลายๆส่วนแล้ว (อาทิ พวกอุปกรณ์วัดความดัน ออกซิเจน การเต้นหัวใจ ฯ) และมีแนวโน้มสักวันอาจประสบความสำเร็จในการสร้างทั้งระบบ เครื่องมือ/เตียงที่สามารถดูผู้ป่วยได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่นั่นย่อมเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ มากกว่าจะสร้างหายนะ ภัยพิบัติ วันสิ้นโลกอย่างแน่นอน!


ความสำเร็จของ Akira (1988) ทำให้ Roujin Z ได้รับอานิสงค์จาก ‘from creator of Akira’ ส่งออกฉายยังยุโรป สหรัฐอเมริกา (กว่า 30 เมืองทั่วประเทศ) ถีงขนาดมีบทวิจารณ์จาก Roger Ebert ให้คะแนน 3 ดาว ธรรมดาเสียที่ไหน!

“I cannot imagine this story being told in a conventional movie. Not only would the machine be impossibly expensive and complex to create with special effects, but the social criticism would be immediately blue-penciled by Hollywood executives”.

Roger Ebert

ส่วนตัวชื่นชอบอะไรที่บ้าๆบอๆ สุดโต่ง หลุดโลกา แต่แฝงบางสิ่งอย่างให้ชวนครุ่นคิดหา คล้ายๆ Tetsuo: The Iron Man (1989) ที่ต้องการสะท้อนค่านิยมทางวัตถุได้อย่างสุดอัปลักษณ์ ขณะที่ Roujin-Z ตั้งคำถามกลับว่า คนหนุ่มสาวให้ความสำคัญต่อผู้สูงวัยมากน้อยเพียงไหน

มีอีกสิ่งหนี่งที่ผมอยากฝากไว้ ‘คนสูงวัยไม่ใช่ภาระ’ อย่ามองพวกท่านเป็นตัวปัญหา สาปแช่งเมื่อไหร่จักตกตายเสียที ฉันจะได้ไม่ต้องมีภาระให้เหน็ดเหนื่อยยุ่งยากลำบาก … คนครุ่นคิดเช่นนี้ ก้าวเท้าข้างหนี่งลงนรก ถือว่าเป็นคนอกตัญญูไปแล้วนะครับ ทำไมไม่ครุ่นคิดว่าตอนเรายังเด็ก ท่านต้องเหน็ดเหนื่อยทุกข์ยากแค่หนกว่าจะเลี้ยงดูแลให้เติบใหญ่ พอถีงเวลาควรต้องช่วยเหลือตอบแทนท่านบ้าง กลับพยายามผลักไสตีตนออกห่าง เดี๋ยวสักวันเมื่อแก่ตัวลง ถูกลูกหลานปฏิบัติย้อนกลับแก่ตัวเรา ตระหนักได้ตอนนั้นก็สายเกินแก้ไขแล้วเน้อ

จัดเรต 15+ กับเซอร์วิสเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา และการปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ดูทรมานเหลือทน

คำโปรย | แม้คุณภาพของ Roujin Z จะเสื่อมถดถอยไปตามกาลเวลา แต่ก็เป็นอนิเมะขายแนวคิด เซอร์วิส และความบันเทิงเล็กๆน้อยๆ
คุณภาพ | ถดถอยตามกาลเวลา
ส่วนตัว | บ้าบอคอแตก

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: