Seven Brides for Seven Brothers (1954)

seven-brides-for-seven-brothers

Seven Brides for Seven Brothers (1954) hollywood : Stanley Donen ♥♥♥♡

หนังเพลงจากผู้กำกับ Singin’ in the Rain (1952) หนุ่มดอย 7 คน มีชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้าง ตัดสินใจร่วมกันลงมาลักพาตัวหญิงสาวชาวเมือง 7 คน ขึ้นไปอาศัยอยู่ด้วยกัน เพื่อเป็น 7 เจ้าสาวของพี่น้องทั้ง 7 คน

พล็อตเรื่องที่ว่ามานี้สามารถทำให้เป็นหนังแนวระทึก, สยองขวัญ, รันทด, ทริลเลอร์ไล่ล่า, แอ็คชั่นสุดมันส์ ฯ แต่เมื่อตกไปอยู่ในมือของ Stanley Donen กับสตูดิโอ MGM จึงกลายเป็นหนังเพลง รักโรแมนติกกุ๊กกิ๊ก ตลกนิดหน่อย มีสาระเล็กน้อย เป็นความบันเทิงที่พอใช้ได้ถ้าไม่คิดอะไรมาก

ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้น The Sobbin’ Women เขียนโดย Stephen Vincent Benét ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานโรมันเรื่อง The Rape of the Sabine Women (ในหนังจะมีพูดถึงตำนานเรื่องนี้ด้วย) ที่เป็นจุดกำเนิดของคำว่า raptio (ภาษาละติน แปลว่า Rape, ข่มขืน)

เรื่องราวของหนุ่มดอย 7 คน ที่ไม่เคยเข้าสังคมกับใคร แต่วันดีคืนดีพี่คนโตกลับจากเอาของไปขายในเมืองพร้อมด้วยภรรยาสุดสวย น้องชายทั้ง 6 ต้องการได้บ้าง จึงได้เลียนแบบตำนานของชาวโรมัน ลักพาตัวหญิงสาวที่ตนชอบมาอาศัยอยู่ด้วยกัน ตอนแรกพวกเธอก็หาได้เต็มใจ แต่อยู่ๆไป …

บทภาพยนตร์โดย Albert Hackett, Frances Goodrich, และ Dorothy Kingsley เรื่องราวมีพื้นหลังที่ Oregon ปี 1850

หนังเรื่องนี้ได้รับการยกย่องว่ามีฉากเต้นที่สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจที่สุดในโลกภาพยนตร์ (most rousing dance numbers ever put on screen.) เกิดจากการสร้างสรรค์ท่าเต้น (Choreography) ของ Michael Kidd นักเต้นในตำนานที่เป็นผู้บุกเบิก ‘integrated musical’ คือการเต้นที่สอดใส่เรื่องราว ดำเนินไปพร้อมๆกับพล็อต, Kidd เคยคว้า Tony Award: Best Choreography ถึง 5 ครั้ง และออกแบบท่าเต้นให้กับหนังเพลงดังๆอาทิ The Band Wagon (1953), It’s Always Fair Weather (1955)

เพื่อที่จะได้นักแสดงที่สามารถเต้นได้ดี Kidd ตัดสินใจ(แทนผู้กำกับ) เลือกคนที่มีความสามารถด้านการเต้นเหนือการแสดง หรือถ้ามีสองอย่างพร้อมกันจะลงตัวมากๆ

สำหรับพี่น้องทั้ง 7 ประกอบด้วย
– Adam พี่ใหญ่ (เสื้อสีเขียว) รับบทโดย Howard Keel นักร้องนักแสดงที่พอจะมีชื่อเสียงที่สุดในกลุ่ม
– Benjamin (เสื้อสีส้ม) รับบทโดย Jeff Richards นักกีฬาเบสบอลที่วันดีคืนดีถูกเรียกตัวมา เพราะกระโดดหมุนตัวได้ แต่เราจะไม่ค่อยเห็นตัวละครนี้เต้นเท่าไหร่
– Caleb (เสื้อสีเหลือง) รับบทโดย Matt Mattox นักเต้น jazz dancer และบัลเล่ต์
– Daniel (เสื้อสีม่วง) รับบทโดย Marc Platt นักแสดงละครเวทีและนักเต้นบัลเล่ต์
– Ephraim (เสื้อสีเขียว) รับบทโดย Jacques d’Amboise นักเต้นและออกแบบท่าเต้น
– Frank (เสื้อสีแดง) รับบทโดย Tommy Rall นักร้อง นักเต้นและนักแสดงละครเวที
– Gideon (เสื้อสีน้ำเงินblue shirt) รับบทโดย Russ Tamblyn อดีตนักยิมนาสติกที่กลายมาเป็นนักแสดงและนักเต้น

เกร็ด: มี 4 คนที่เป็นนักเต้นอาชีพ ซึ่งฉาก Barn Raising จะมีแค่พวกเขาที่กระโดดขึ้นเต้นบนไม้โยก ประกอบด้วย Caleb, Daniel, Ephraim และ Frank

ฝั่งเจ้าสาวทั้ง 7 ประกอบด้วย
– Milly (ชุดสีแดงอ่อน) รับบทโดย Jane Powell นักร้อง นักเต้นและนักแสดง ที่มีชื่อเสียงปานกลาง เคยประกบ Fred Astaire เรื่อง Royal Wedding (1951)
– Dorcas Gaylen (ชุดสีม่วงอ่อน) รับบทโดย Julie Newmar (Newmeyer) นักร้อง นักเต้นและนักแสดง, Gaylen เป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจสูง เป็นคนแรกที่พูดขึ้นว่าอยากแต่งงานและมีลูกทันที
– Ruth Jepson (ชุดสีฟ้าอ่อน) รับบทโดย Ruta Lee (Kilmonis) นักแสดง นักเต้นชาวแคนาดา, Jepson ชอบทำอาหาร (เห็นกำลังอบพาย)
– Martha (ชุดสีเขียวอ่อน) รับบทโดย Norma Doggett นักแสดงละครเวที
– Liza (ชุดสีม่วงอ่อน) รับบทโดย Virginia Gibson นักร้อง นักเต้น นักแสดงละครเวที
– Sarah Kine (ชุดสีเหลืองอ่อน) รับบทโดย Betty Carr นักเต้น นักแสดงละครเวที
– Alice Elcott (ชุดสีส้มอ่อน, peach) รับบทโดย Nancy Kilgas, Elcott เป็นลูกสาวของบาทหลวง

เกร็ด: มีหญิงสาว 4 คนที่ Adam พบตอนต้นเรื่อง แล้วกลายเป็นเจ้าสาวของน้องๆ คือ Dorcas, Ruth, Liza และ Sarah

คำโปรยที่ใช้โปรโมทหนัง
– Adam abducted Milly (ลักพาตัว)
– Benjamin brought Dorcas (นำพา)
– Caleb caught Ruth (จับได้)
– Daniel detained Martha (คุมขัง)
– Ephraim eloped with Liza (หนีไปกับ)
– Frank fetched Sarah (กว้านมา)
– Gideon grabbed Alice (คว้าได้)

ถ่ายภาพโดย George J. Folsey, หนังเรื่องนี้มี 2 ฉบับ คือถ่ายด้วย CinemaScope (แบบ Anamorphic Widescreen) และแบบธรรมดา (ตอนเช้าถ่าย CinemaScope ส่วนตอนบ่ายถ่ายแบบปกติ) ที่ทำแบบนี้เพราะสตูดิโอหวั่นวิตกว่า สมัยนั้นมีโรงหนังไม่กี่แห่งที่เป็น CinemaScope จึงยอมเพิ่มทุนให้ถ่ายแบบธรรมดาควบคู่ไปด้วย นี่ทำให้สตูดิโอเสียเงินเพิ่มประมาณ $500,000 เหรียญ, ผลลัพท์ที่ออกมาก็คนละเรื่องเลย เหมือนกำลังดูภาพเต็มๆ กับฉบับฉายทีวีที่ตัดด้านข้าง (Crop) ออกไป

หนังเกือบทั่งเรื่องถ่ายทำที่ MGM Sound Stages สร้างฉากขึ้นมา ภาพภูเขาที่เห็นด้านหลังเป็นภาพวาด Glass Painting แต่จะมีไปถ่ายสถานที่จริง Corral Creek Canyon ที่ Sun Valley, รัฐ Idaho ในฉากขับรถม้าผ่านช่องเขาและขณะหิมะถล่ม

ความโดดเด่นคือสีสันของภาพ การจัดวางองค์ประกอบ และลีลาการเคลื่อนกล้องที่ตื่นเต้นเร้าใจ

ผมพยายามสังเกตเสื้อผ้าของพี่น้องทั้ง 7 กับหญิงสาว มีความเหมือน/ตรงข้ามอะไรกันไหม ก็ไม่พบความสัมพันธ์อะไร เว้นแต่โทนสีที่ของหนุ่มดอยจะสดเข้มๆ ส่วนสาวๆจะเป็นโทนอ่อน (ส่วนหนุ่มเมืองจะใส่สูท)

เชื่อว่าหลายคนอาจเป็นเหมือนผม คือฉากไหนที่เห็นพี่น้องทั้ง 7 อยู่ในช็อตเดียวกัน จะชอบนับว่าครบหรือเปล่า (ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน) ยิ่งถ้าจำหน้านักแสดงได้ จะไล่เรียงลำดับตามอาวุโสด้วยละ

กับช็อตที่ผมชอบที่สุดในหนัง คือตอบจบ ‘I now pronounce you men and wives.’ เป็นการจูบเจ้าสาวแบบ 6+1 (อีกคนแต่งไปก่อนแล้ว แต่เหมือนยังไม่เคยเห็นจูบกันเลย!)

ตัดต่อโดย Ralph E. Winters นักตัดต่อรางวัล Oscar 2 สมัยจาก King Solomon’s Mines (1950) และ Ben-Hur (1959) ถือว่ามีลีลาการเล่าเรื่องที่ต่อเนื่อง กระชับ รวดเร็วทันใจ, เริ่มต้นในมุมมองของพี่คนโต เดินทางเข้าเมือง หาหญิงสาวแต่งงาน นำพาเธอกลับไปที่บ้าน พบเจอกับน้องๆอีก 6 คน ซึ่งเรื่องราวถัดจากนี้ จะถูกเล่าแบบต่อเนื่องพร้อมๆกันไปตามลำดับ ในมุมมองของหญิงสาว

การลำดับทุกสิ่งอย่างในหนัง ค่อนข้างเชื่อว่าเรียงตามอาวุโส ถึงผมจำหน้าตัวละครทั้งหมดไม่ได้ แต่จดจำน้องสุดท้องได้ ซึ่งเวลาทำอะไรมักเห็นคนท้ายสุดเสมอ

เพลงประกอบโดย Gene de Paul, Johnny Mercer, Adolph Deutsch และ Saul Chaplin, นี่คงเป็นหนังไม่กี่เรื่อง ที่นักแต่งเพลงจะต้องทำตามคำร้องขอของนักออกแบบท่าเต้น, Johnny Mercer หนึ่งในคนทำเพลงของหนังเล่าให้ฟังว่า เขาเขียนเพลงตามแนวคิดที่ Kidd เสนอมา จากคอนเซ็ปกว้างๆ เมื่อได้คำร้องแล้วก็นำไปคิดทำนอง ปรับให้เข้ากับท่าเต้น, นี่คงคือเหตุผลว่า ทำไมท่าเต้นของหนังเรื่องนี้ถึงออกมาตื่นเต้นเร้าใจเป็นที่สุด

กับท่าเต้นที่ได้รับการยกย่อง พูดถึงมากที่สุด Barn Dance และ Barn Raising ผมไม่ขอนำเอาคลิปมาลงนะครับ อยากเห็นเป็นยังไงรับชมในหนังเอาเองเลย เป็นการเต้นเพื่อแย่งชิงสาว ต้องบอกว่าสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ เห็นแล้วเหนื่อยแทน

ผมหยิบเพลง Bless Your Beautiful Hide ขับร้องโดย Howard Keel ตอนต้นเรื่องมาให้ฟังกัน ถือเป็นเพลงหลักและใจความของหนัง ให้กลิ่นอายอเมริกันพื้นเมือง ใช้เครื่องดนตรี Folksong ออกแนว Country บ้านนอก, ชนบท

ใจความของหนังเรื่องนี้ คือการเข้าใจ ยอมรับ ปรับตัว
– หญิงสาวที่อยู่ดีๆก็ตัดสินใจแต่งงาน เพ้อฝันถึงความสุข พบกับความจริงก็ผิดหวัง แต่ไม่เคยยอมแพ้ ปรับตัวเข้าใจอะไรเสียใหม่
– หนุ่มๆทั้ง 6 ต้องการจีบสาวๆให้ติดแต่ไม่รู้วิธี (เพ้อฝัน) พวกเขายอมเปลี่ยนตัวเอง ปรับตัวเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ
– สาวๆทั้ง 6 ก็เช่นกัน เมื่อถูกลักพาตัวมาทีแรกก็รับไม่ได้ อยู่ไปนานๆก็เริ่มใจอ่อน ยอมรับ ปรับตัวได้
– ส่วนพี่ใหญ่ ผู้มีทิฐิสูงสุด คือคนสุดท้ายที่เข้าใจ ยอมรับ ปรับตัวเอง
– บรรดาครอบครัวของสาวๆทั้ง 6 เมื่อลูกๆถูกลักพาตัวก็ไม่ยินยอม แต่เพราะอะไรๆเกิดขึ้นไปแล้ว สุดท้ายก็เลยยินยอมปล่อยไป

ผมพยายามมองข้ามประเด็นเรื่องการลักพาตัว ความรักที่แปรสภาพจากโกรธเกลียดเป็นตัณหา นี่คล้ายๆกับ Beauty and the Beast มันเป็นไปได้ยังไงที่หญิงสาวจะหลงรักเจ้าชายอสูรหน้าตาอัปลักษณ์ ต่อให้อ้างว่าพวกเขารักกันด้วยใจก็เถอะ แต่ในโลกความจริงเรื่องราวแบบนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ต้องกับผู้หญิงในใจมีความอัปลักษณ์ มีความต้องการแรงขับทางเพศที่สูงมาก (มองได้ว่าคือพวก Masochrist) ถ้าคิดประเด็นพวกนี้ หนังจะแปรสภาพจากโลกสวยเป็นบัดซบโดยทันที ขอข้ามไปนะครับ

เดินนั้น Donen ตั้งใจให้หนังชื่อ The Sobbin’ Women แต่โปรดิวเซอร์ที่ MGM คิดว่าผู้ชมคงไม่สนใจแน่ เลยเปลี่ยนเป็น A Bride for Seven Brothers แต่กองเซ็นเซอร์คิดว่ามัน … (Harem ไปหน่อย) สุดท้ายเลยกลายเป็น Seven Brides for Seven Brothers

ด้วยทุนสร้าง $2.540 ล้านเหรียญ หนังทำเงิน $9.403 ล้านเหรียญ, เข้าชิง Oscar 5 สาขา ได้มา 1 รางวัล
– Best Picture
– Best Writing, Screenplay
– Best Cinematography, Color
– Best Film Editing
– Best Original Score ** ได้รางวัล

ส่วนตัวค่อนข้างชอบหนังเรื่องนี้ ในลีลาการเต้นอันเร้าใจ เพลงประกอบสนุกสนาน นักแสดงน่ารักเล่นดี เนื้อเรื่องไร้สาระสักหน่อย แต่เพราะนี่ไม่ใช่หนังซีเรียสจึงมองข้ามไปได้ โดยรวมถือเป็นความบันเทิงชั้นดี … เท่านี้แหละ

แนะนำกับคอหนังเพลง ขาเต้น ชื่นชอบเรื่องราวโรแมนติกกุ๊กกิ๊กน่ารัก ปนตลกสนุกสนาน, แฟนหนัง Stanley Donen ไม่ควรพลาด

จัดเรตทั่วไป เด็กๆดูได้สนุกสนาน

TAGLINE | “Seven Brides for Seven Brothers หนังเพลงของ Stanley Donen สนุกสนาน เพลิดเพลิน ตื่นเต้น เร้าใจ แต่ก็เท่านั้นแหละ”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of