That Man from Rio (1964)

That Man from Rio

That Man from Rio (1964) French : Philippe de Broca ♥♥♥♥

จากความสำเร็จของ Dr. No (1962), Charade (1963) ได้ปลุกกระแสนิยมหนัง Action ที่มีความ Stylish ค่อนข้างสูง, That Man from Rio นำแสดงโดย Jean-Paul Belmondo จับพลัดจับพลู แอบขึ้นเครื่องบินจากฝรั่งเศส ไปลงกรุง Rio de Janeiro, Brazil หาทางช่วยเหลือแฟนสาวที่ถูกลักพาตัวจากกลุ่มนักโบราณคดี เพื่อค้นหาสมบัติอะไรไร้สาระสักอย่าง??

ถึงพล็อตจะเชยระเบิด แต่ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือ Action Slapstick ที่นักแสดงนำ Jean-Paul Belmondo เด็กปั้นของ Jean-Luc Godard เลือกแสดงฉาก Stunt เองเสียส่วนใหญ่ ซึ่งมักจะมีความบ้าคลั่ง ขำกลิ้ง ฮาระเบิดเลยทีเดียว

นำตัวอย่างหนังฉบับ Restoration ฉายเทศกาลหนังเมือง Cannes Classic เมื่อปี 2014 มาให้รับชมกันก่อน ค่อนข้างมีความกวนประสาทอยู่พอสมควร

Philippe de Broca (1933 – 2004) ผู้กำกับภาพยนตร์สัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Paris เป็นลูกของนักออกแบบฉากภาพยนตร์ (Set Designer) ทำให้เกิดความสนใจภาพยนตร์ตั้งแต่เด็ก เข้าเรียน Paris Photography and Cinematograph จบออกมาสมัครเป็นทหารหน่วย Army Film Service เดินทางไปถ่ายทำสารคดีใน Germany, Algeria พบเจอด้านเลวร้ายของสงครามจึงปฏิญาณกับตนเอง หลังจากปลดประจำการจะทำหนังแต่ด้านสดใสของโลกเท่านั้น

“because laughter is the best defense against upsets in life”.

de Broca คือหนึ่งในผู้กำกับแห่งยุค French New Wave (ที่ไม่ได้มาจากสายนักวิจารณ์ Cahiers du Cinéma) เริ่มต้นจากเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Claude Chabrol กับ François Truffaut กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก The Love Game (1960) คว้ารางวัล Silver Bear Extraordinary Jury Prize จากเทศกาลหนังเมือง Berlin, ประสบความสำเร็จทำเงินเรื่องแรก Cartouche (1962) นำแสดงโดย Jean-Paul Belmondo กับ Claudia Cardinale

เป็นความตั้งใจของ Belmondo ที่อยากจะสร้างภาพยนตร์จากการ์ตูนเรื่องโปรด Tintin แต่เพราะไม่สามารถติดต่อเรื่องลิขสิทธิ์ได้ เลยแปรสภาพกลายมาเป็น That Man from Rio นำเอาหลายๆสิ่งอย่าง(จาก Tintin) มาผสมคลุกเคล้า ถ้าคุณเคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ น่าจะเห็นความคล้ายคลึงในระดับคัทลอกมาเลยละ

เกร็ด: The Adventures of Tintin (1929-1976) เป็นการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวน ผจญภัย เขียนโดย Georges Remi สัญชาติ Belgian นามปากกา Hergé ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรปทั้งศตวรรษ 20 แปลเป็น 70 ภาษา ประเมินยอดขายกว่า 200 ล้านเล่ม, ผู้กำกับ Steven Spielberg เคยนำมาดัดแปลงสร้างอนิเมชั่นสามมิติ The Adventures of Tintin (2011)

Jean-Paul Belmondo (เกิดปี 1933) นักแสดงสัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Neuilly-sur-Seine ตอนเด็กมีความสนใจด้านกีฬา โดยเฉพาะต่อยมวยสมัครเล่น สถิติ 3 ไฟต์ชนะรวด แต่เลิกชกเพราะเห็นหน้าในกระจกตัวเองแล้วรับไม่ได้

“I stopped when the face I saw in the mirror begin to change,”

หลังจากปลดประจำการทหาร เข้าเรียน Conservatoire of Dramatic Arts จบมาเป็นนักแสดงละครเวที ภาพยนตร์เรื่องแรก On Foot, on Horse, and on Wheels (1957), กลายเป็นตำนานกับ Breathless (1960) ของผู้กำกับ Jean-Luc Godard, แต่ความสนใจของเจ้าตัว ได้รับการค้นพบในอีกไม่กี่ปีถัดมา เริ่มจาก Cartouche (1962) ตามด้วย That Man from Rio (1964) โด่งดังจนกลายเป็น Action Star แห่งฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์แสดงทัศนะว่า

“I preferred making adventure films like Rio than the intellectual movies of Alain Renais or Alain Robbe-Grillet. But with François Truffaut I’d be willing to try.”

รับบท Adrien Dufourquet แฟนหนุ่มของ Agnès กับ 8 วันหยุดจากการฝึกขับเครื่องบิน เดินทางไปหาแฟนสาวที่กรุง Paris แต่เธอกลับถูกลักพาตัวไปยังกรุง Rio de Janeiro สรรหาวิธีการต่างๆตามติดไปเพื่อช่วยเหลือ แต่พอสำเร็จก็มักถูกแย่งชิงกลับได้อยู่เรื่อยๆ สุดท้ายแล้วฝั่งผู้ร้ายจะพบเจอขุมทรัพย์สมบัติ หรือ Adrien ช่วยเหลือตัวประกัน อย่างไหนจะสำเร็จก่อน

ผมไม่ได้ประทับใจ Belmondo ตอนแสดง Breathless (1960) เสียเท่าไหร่ แต่กับ That Man from Rio ต้องบอกว่าหมอนี่มันส่วนผสมระหว่าง Humphrey Bogart กับ Cary Grant เป็นพวกหัวขบถ หล่อเท่ห์ กวนประสาท ปากคาบซิการ์แล้วพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง นี่เป็นบทที่เข้าทาง สอดคล้องรับกับบุคลิกของพี่แกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมเห็นว่าส่วนใหญ่แสดงฉาก Stunt เองด้วย ปีนตีกมือเปล่า วิ่งคลุกฝุ่น โหนเสียวบนสลิง ฯ นี่คงเป็นความชื่นชอบส่วนตัวโดยแท้

Françoise Dorléac (1942 – 1967) นักแสดงหญิงสัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Paris พี่สาวแท้ๆของ Catherine Deneuve เข้าสู่วงการตามติดกันมา มีชื่อเสียงจาก La Peau douce (1964), La Ronde (1964), The Young Girls of Rochefort (1967) ฯ น่าเสียดายด่วนจากไปเสียก่อนจากอุบัติเหตุรถคว่ำ

รับบท Agnès Villermosa แฟนสาวของ Adrien พ่อของเธอด่วนเสียชีวิตจากไปก่อนหน้า แต่ตัวเธอได้รับรู้บางอย่างเกี่ยวกับรูปปั้นที่เป็นหนทางสู่ขุมทรัพย์ จึงทำให้ถูกลักพาตัวมาที่ Rio de Janeiro เรื่องราวต่อจากนั้นก็กลายเป็น Damsel in Distress รอคอยพระเอกมาช่วยสถานเดียว

นางเอกในหนัง Action อย่าไปคาดหวังการแสดงอะไรที่น่าพูดถึง ตัวละครเต็มไปด้วยความ careless ทำท่าบ้องแบ้ว สดใสไร้เดียวสา ซื่อบริสุทธิ์ ไม่ค่อยสนใจหรือรับรู้ภยันตรายที่คืบคลานเข้าหาตัวเอง ซึ่งแค่ความน่ารักหวานๆของ Dorléac คงเกินพอที่จะเติมเต็มหนังแล้วละ

สำหรับตัวร้าย Jean Servais (1910 – 1976) นักแสดงสัญชาติ Belgian เกิดที่ Antwerp เข้าเรียนการแสดงที่ Brussels Conservatory of Dramatic Arts จบมาเป็นมีผลงานละครเวที ไปๆมาๆระหว่างเบลเยี่ยมกับฝรั่งเศ ผลงานเด่นๆ อาท Criminel (1932), La Chanson De L’Adieu (1934), La Vie Est Magnifique (1938), Rififi (1955), He Who Must Die (1957), The Longest Day (1962) ฯ

รับบท Professor Norbert Catalan ต้นเรื่องเสมือนว่าเป็นคนดี แต่ภายหลังก็พบว่ามีลับลมคมใน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทุกสิ่งอย่าง โดยแรงจูงใจของเขาคือความละโมบโลภ และอิจฉาริษยาผู้อื่น

นี่เป็นตัวร้ายที่แทบไร้พิษสงใดๆ แค่พอมีเงินและอยู่เบื้องหลังทุกสิ่งอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ให้ลูกน้องเป็นผู้จัดการทำงานสกปรกแทนตัวเอง, จุดอ่อนคือเรื่องความโสด ตกหลุมรัก Agnès จึงพยายามยื้อรั้งเธอไว้เพื่อครอบครอง แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะทำให้หญิงสาวใจอ่อนลงได้

ถ่ายภาพโดย Edmond Séchan สัญชาติฝรั่งเศส ที่มีผลงาน The Red Balloon (1956), The Party (1980) ฯ เคยกำกับหนังสั้นคว้า Palme d’Or – Best Short Film เรื่อง Le haricot (1962) และ Oscar: Best Short Film, Live Action เรื่อง Les… borgnes sont rois (1974)

ผมค่อนข้างทึ่งกับการเลือกทิศทางกล้องของหนัง ที่นำเสนอความสวยงามของกรุง Rio de Janeiro ในมุมที่คุณอาจไม่เคยเห็นจาก Black Orpheus (1959) ขณะเดียวกันในฉากวิ่งไล่ล่า ปีนตึกหวาดเสียว เราจะเห็นใบหน้าของ Belmondo ชัดเจนมากๆ ผู้ชมจะรับรู้ได้เลย นั่นคือนักแสดงนำเล่นเองเสี่ยงตายจริงๆ

ช็อตที่ได้รับการพูดถึงมาที่สุด คือตอนปีนหน้าต่าง แน่นอนว่า Belmondo เล่นฉากนี้เอง มุมกล้องเลือกตำแหน่งที่เห็นชายหาด Leme Beach สุดลูกหูลูกตา ได้สวยงามสุดๆเลย

แต่ช็อตที่ผมชอบสุดคือ บ้านของ Sir Winston (เด็กชายขัดรองเท้า) เป็นการถ่ายย้อนแสงที่เห็นทุกอย่างมืดมิดสนิท แค่เงาลางๆของนักแสดงเดินผ่าน เคลื่อนไหวราวกับหุ่นเงา สร้างความฉงนสงสัยมากทีเดียว ว่าบ้านหลังนี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร ตั้งอยู่บนเสาเหล็กเหรอ?? (แต่เดี๋ยวฉากถัดๆมาถึงตอนกลางวัน ก็จะเห็นเองว่าบ้านหลังนี้หน้าตาเป็นอย่างไร)

ตัดต่อโดย Françoise Javet สัญชาติฝรั่งเศส มีผลงานอย่าง Purple Noon (1960), Rider on the Rain (1970), La balance (1982) ฯ ส่วนใหญ่ของหนังใช้มุมมองการเล่าเรื่องของ Adrien ที่จะพบเจอเหตุการณ์ต่างๆ วิ่งหนี ไล่ล่า เอาตัวรอด ทั้งเพียงลำพังและมีผู้ช่วยเหลือ

หนังไม่ได้มีการตัดต่อที่โฉบเฉี่ยว รวดเร็ว สร้างความระทึกตื่นเต้นแบบยุคสมัยปัจจุบัน ใช้การดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆผ่านการถ่ายภาพเสียมากกว่า ตัดต่อเพื่อเปลี่ยนมุมมอง ทิศทาง และเรื่องราว, ฝ่ายผู้ร้ายมักเป็นผู้ออกนำ เดินทางหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ฝ่ายพระเอกต้องพยายามดิ้นรนหาหนทางอื่น ไม่น่าเชื่อว่าในทุกสถานการณ์จะยังสามารถตามติดได้จนถึงเส้นชัย

เพลงประกอบโดย Georges Delerue (1925 – 1992) หนึ่งในนักแต่งเพลงระดับตำนาน สัญชาติฝรั่งเศส เจ้าของรางวัล Oscar: Best Original Score เรื่อง A Little Romance (1980) ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Jules and Jim (1962), Le Mépris (1963), Anne of the Thousand Days (1969), The Conformist (1970), The Day of the Dolphin (1973), Julia (1977), Agnes of God (1985), Platoon (1986) ฯ

บทเพลงใส่กลิ่นอายละตินอเมริกาเข้าไป ใครเคยรับชม Black Orpheus (1959) ย่อมคุ้นเคยกับสไตล์ดนตรี Samba เป็นอย่างดี ตื่นเต้นสนุกสนานคลื้นเคลง อยากลุกขึ้นมายักย้ายส่ายสะโพกเสียจริง

ในยุโรปมักจะเริ่มต้นนับเทรนด์หนัง Action จาก Dr. No (1962) [ถ้าในอเมริกาจะคือ North by Northwest (1959)] คำนิยามของแนวนี้ในช่วงแรกๆคือ ตัวละครพบเจอบางสิ่งต่างๆ ที่อาจต้องใช้กำลังต่อสู้แย่งชิง หรือมีการไล่ล่าติดตาม อาทิ วิ่ง ขี่จักรยาน ขับรถ ว่ายน้ำ ขับเครื่องบิน ฯ อันทำให้ผู้ชมเกิดความตื่นเต้น ลุ้นระทึก อะดรีนาลีนหลั่งคลั่ง, ยุคสมัยนั้นแค่ฉาก Action แบบในหนังเรื่องนี้ ก็ทำให้ผู้ชมแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ หัวใจสูบฉีดสุดๆแล้วนะครับ ไม่ต่างกับรับชมหนังอย่าง Fast and Furious ยุคสมัยนี้แม้แต่น้อย

ความนิยมในหนัง Action ที่ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นในทศวรรษ 60s เรียกได้ว่าเปลี่ยนภาพลักษณ์ของวงการภาพยนตร์ยุค Classic ไปโดยสิ้นเชิง จากที่เคยเป็นงานศิลปะชั้นสูง แปรสภาพกลายเป็นความบันเทิงที่เริ่มจับต้องได้ ซึ่งหนังเรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในคลื่น New Wave ของช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน สามารถไต่ขึ้นถึงยอดคลื่น ยังมองเห็นได้ในปัจจุบัน แต่ค่อยๆถูกคลื่นลูกลุกถาโถมทับจนถูกมองข้าม หลงเหลือไม่มากแล้วที่ใครจะพูดถึงหนังเรื่องนี้

ชื่อหนัง That Man from Rio นี่เป็นการพูดถึงตัวละครของ Jean-Paul Belmondo อย่างแน่ๆ ทั้งๆที่เขาเป็นคนฝรั่งเศส จับพลัดจับพลูเดินทางมาถึงกรุง Rio de Janeiro แต่เราสามารถมองว่าเป็นการเอ่ยถึงของฝั่งผู้ร้าย ‘ไอ้ชายคนนี้ที่จากกรุง Rio’ ช่างสร้างความวุ่นวาย ยุ่งยากให้กับแผนการของพวกเราเสียจริง

ใจความสำคัญของหนัง … ไม่รู้สิครับ รับชมได้รับความบันเทิง ตื่นเต้น ลุ้นระทึก สนุกสนาน ผ่อนคลายจากความเครียด แค่นี้ก็ถือเป็นสาระสำคัญของหนังตามความตั้งใจของผู้กำกับและนักแสดงนำแล้วกระมัง ผมไม่อยากสปอยหนังไปมากกว่านี้ ใครสนใจลองหามารับชมดูเองแล้วกัน

ในฝรั่งเศส ไม่มีรายงานตัวเลขรายรับ แต่มียอดจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดอันดับ 4 แห่งปี เป็นรองเพียง The Troops of St. Tropez (1964), The Sword in the Stone (1963), From Russia with Love (1963) หนังได้เข้าชิง Oscar สาขา Best Writing, Story and Screenplay – Written Directly for the Screen ถือว่าเซอร์ไพรส์พอสมควร แม้ไม่ได้รางวัล [พ่ายให้กับ Father Goose (1964) นำแสดงโดย Cary Grant, Leslie Caron] แต่ถือว่าได้รับการจดจำอย่างยิ่งในระดับนานาชาติ

เกร็ด: นี่เป็นหนังที่ Steven Spielberg เล่าว่าเคยรับชมสมัยหนุ่มๆถึง 9 รอบ และนำแรงบันดาลใจไปสร้าง Indiana Jones

ส่วนตัวค่อนข้างชื่นชอบ ประทับใจหนังเรื่องนี้พอสมควร ราวกับได้รับชม Monsieur Hulot ในฉบับหนัง Action โดยมี Jean-Paul Belmondo ที่โคตรจะกวนประสาท แต่เท่ห์ระเบิด จัดเป็นความบันเทิงระดับคลาสสิกที่สมบูรณ์แบบทีเดียว

แนะนำกับคอหนัง Action Slapstick ผสม Comedy มาดนิ่งๆแต่กวนๆประสาท, ชื่นชอบการผจญภัย เดินทาง ค้นหาสมบัติ, หลงรักทิวทัศน์เมือง Rio De Janeiro, แฟนๆผู้กำกับ Philippe de Broca นักแสดง Jean-Paul Belmondo และเพลงประกอบเพราะๆของ Georges Delerue ไม่ควรพลาด

จัดเรต PG กับการผจญภัย Slapstick และพฤติกรรมกวนๆของพระเอก

TAGLINE | “That Man from Rio ของผู้กำกับ Philippe de Broca มีความบันเทิงระดับคลาสสิก และ Jean-Paul Belmondo กวนประสาทระดับตำนาน”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of