Welcome to the N.H.K.

Welcome to NHK

Welcome to the N.H.K. (2006) Japanese Anime Series : Yūsuke Yamamoto ♥♥♥♥♡

นี่เป็นอนิเมะซีรีย์ที่ผมอยากแนะนำมากๆกับคนที่เป็น Hikikomori, Otaku, NEET, เด็กติดเกม, คนทำธุรกิจลูกโซ่ MLM, และคนที่ยังหาเป้าหมายของชีวิตไม่ได้, อนิเมะซีรีย์ 24 ตอนเรื่องนี้ เป็น Black Comedy ที่จะพาคุณดำดิ่งไปสู่ด้านมืดในจิตใจของมนุษย์ และตีแผ่ความจริงของสังคม, สมาคมคนหนีโลก รวมพลคนโรคจิต ดูแล้วจะทำให้คุณฉุกคิด ว่าอะไรมันทำให้โลกวิปริตได้ขนาดนี้, แนะนำ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

โดยสตูดิโอ Gonzo ที่มีผลงานอย่าง Full Metal Panic!, Gantz, Desert Punk ฯ กับผลงานที่ให้คำนิยามปัญหาสังคมของญี่ปุ่น ในขณะนั้นได้อย่างเจ็บแสบ (เชื่อว่าปัจจุบันก็ยังเป็นแบบนี้อยู่), ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ Tatsuhiko Takimoto จำนวน 192 หน้าเล่มเดียวจบ ตีพิมพ์เมื่อ 28 มกราคม ปี 2002, เห็นว่าเป็นประสบการณ์ตรงของผู้แต่งเลย ที่ครึ่งหนึ่งสมัยเรียนกลายเป็นฮิคกี้เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่คบค้าสมาคมกับใคร

ฮิคกี้ หรือ Hikikomori หมายถึง “ดึงออกห่าง หรือถูกกักกัน” กล่าวคือ “การถอนตัวจากสังคมอย่างปัจจุบัน” เป็นคำภาษาญี่ปุ่น ใช้เรียกปรากฏการณ์ที่บุคคลผู้รักษาสันโดษเลือกแยกตัวออกมาจากสังคม เพื่อแสวงหาความโดดเดี่ยวและกักตัวเองอย่างสุดโต่ง มีเหตุมีปัจจัยมาจากเรื่องราวส่วนบุคคลและเรื่องราวทางสังคมที่บุคคลนั้นๆ ประสบมา เช่น ความผิดปรกติทางบุคลิกภาพแบบหลีกเลี่ยง หรือความอับอายอย่างแรง, อาการกลัวการเข้าสังคม, อาการกลัวที่โล่งหรือที่ชุมชน, อาการกลัวความล้มเหลว เป็นต้น

Hikikomori เป็นปรากฎการณ์ (Phenomenon) ไม่ใช่โรค (Syndrome) อย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยเป็นคำอธิบายถึงพฤติกรรมของเด็กที่แยกตัวออกมาจากสังคม พยายามพบเจอผู้คนให้น้อยที่สุด, สาเหตุของของพฤติกรรมนี้ สำหรับในญี่ปุ่นเป็นผลกระทบมาจากความบอบช้ำจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนาก้าวไกลทั้งโทรทัศน์ เกม คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ  ทำให้พฤติกรรม Hikikomori จึงพบเห็นได้มาก เพราะเด็กสามารถอยู่ในห้อง มีอะไรให้ทำมากมายได้โดยไม่ต้องออกมาข้างนอก

reference : https://th.wikipedia.org/wiki/ฮิกิโกะโมะริ  ,http://health.kapook.com/view9621.html

ผมเคยอ่านเจอว่าในญี่ปุ่นมีคนที่เป็น Hikikomori ประมาณ 1% หรือกว่า 1 ล้านคน (ปี 2016 ญี่ปุ่นมีประชากร 126 ล้านคน) นี่ถือเป็นพฤติกรรมที่น่าวิตกนะครับ ถ้าเขาสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระของคนอื่นก็ว่าไปอย่าง แต่คนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นภาระของสังคม, ผมมองปัญหานี้เกิดจากผู้ปกครองเป็นตัวการสำคัญเลยละ การไม่ทำความเข้าใจปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น และแทนที่จะช่วยแก้ปัญหากลับตามใจจนเกินกว่าเหตุ นี่เป็นผลต่อเนื่องมาจากปริมาณประชากรที่เกิดในยุค Baby Boomer แล้วส่งผลมาถึงปัจจุบันนะครับ ยุคนั้นอยู่ดีๆจำนวนประชากรก็เพิ่มขึ้นมากจนน่าตกใจ ทำให้ ณ ปีปัจจุบันประชากรวัยทำงานยังคงมีมากเกินไป ส่งผลให้เด็กที่เกิดใน 2-3 รุ่นหลัง เมื่อเรียนจบไม่สามารถหางานทำหรือเลี้ยงดูตนเองได้ จึงยังคงต้องพึ่งพาพ่อแม่อยู่ และมีคนจำนวนมากกลายเป็น Hikikomori เพราะสาเหตุนี้

Hikikomori ต่างจาก NEET (Not in Education, Employment or Training คือใช้ชีวิตไปวันๆไม่ได้ทำงาน ฝึกงานหรือเรียนหนังสือ) นะครับ เพราะ NEET บางคนก็สามารถออกจากห้องเข้าร่วมสังคมได้ แต่แค่ไม่มีงานทำ หางานทำไม่ได้ ซึ่ง Hikikomori จะออกจากห้องไม่ได้เลย, จะเรียกว่า Hikikomori คือพฤติกรรม แต่ NEET คือสถานะที่ใช้เรียกการว่างงาน

กลับมาที่ Welcome to the NHK, นี่เป็นอนิเมะที่ถือว่ารวมพลคนจิตผิดปกติเลยละ ไม่ใช่แค่พระเอกที่เป็น Hikikomori เท่านั้นแต่ยังรวมถึง Otaku (กลุ่มบุคคลผู้ซึ่งลุ่มหลงในโลกแห่งการ์ตูน และอนิเมชั่น), BPD (บุคคลที่มีบุคลิกภาพแปรปรวนขั้นรุนแรง) ฯ เรื่องราวถือว่า dark มากๆนะครับ แต่วิธีการเล่าเรื่องออกไปทาง Comedy แต่เชื่อว่าบางคน ขำไม่ออกแน่ เพราะมันตรงกับชีวิตของตัวเอง, ผมเป็นคนหนึ่งที่แรกๆขำ แต่หลังๆจุกอก เพราะครั้งหนึ่งก็เคยเกือบตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ทำให้เข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าถ้าครั้งหนึ่งคุณเคยตกอยู่ในสถานการณ์ หรือพบเจอเรื่องราวคล้ายๆกับอนิเมะละก็ เชื่อว่าคุณจะต้องหลงรักอนิเมะเรื่องนี้อย่างแน่นอน

กับคนที่อ่านมังงะ ผมเห็น SIC ออกแปลไทยมาทั้งหมด 8 เล่มจบแล้วนะครับ วาดโดย Kenji Oiwa ตีพิมพ์ลงใน Monthly Shōnen Ace นิตยสารรายเดือน ตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2004 ถึง 6 มิถุนายน 2007 สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือการ์ตูนทั่วไป ข้อดี SIC คือการพิมพ์ภาพตามต้นฉบับ แต่เห็นว่าเล่ม 6 ของญี่ปุ่นจะแถมเกมโป๊มาด้วย (เกมที่สร้างในอนิเมะ) ซึ่งขายในไทยคงไม่ได้เลยต้องตัดออก

กำกับโดย Yūsuke Yamamoto ไม่ใช่คนที่เป็นนักแสดงนะครับ, Yamamoto เคยมีผลงานอย่าง Aquarion Evol, Keroro Gunsou ฯ ผู้กำกับคนนี้ขึ้นเรื่องเรื่องการทำอะไรที่บ้าบอคอแตก ได้รับมอบหมายให้กำกับ Welcome to the NHK ถือว่าเข้าทางเลย และต้องบอกว่าเขาทำออกมาได้เยี่ยมมากๆ, ดัดแปลงเป็นบทอนิเมะโดย Satoru Nishizono ที่เคยดัดแปลงบทให้อนิเมะ Naruto: Shippuuden (ตอน 1-54), Kero Kero Keropp เคยเป็น Series Composition ให้ Dr. Slump ด้วย เห็นว่านิยาย, มังงะ และอนิเมะ มีหลายจุดที่ต่างกันนะครับ ผมไม่เคยอ่านนิยายและมังงะนะครับ แต่มีคนชี้จุดไว้ให้แล้ว เอามาแบ่งปันให้ด้วย

ทีมนักพากย์ประกอบด้วย Yutaka Koizumi พากย์เสียง Tatsuhiro Satō พระเอกที่เป็น Hikikomori ศูนย์กลางของปัญหาสังคม, เขาจะเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องเลย ไม่มีความมั่นคง, หลงเชื่อคนง่าย, คลั่งไคล้ความน่ารัก และชอบโทษคนอื่น ทุกครั้งจะพาตัวเอาเข้าผจญกับปัญหาต่างๆ แต่สุดท้ายก็สามารถหาทางออก แก้ไขปัญหาเอาตัวรอดได้อยู่เสมอๆ ช่วงหลังๆในมังงะจะมีช่วงที่ Sato ใช้ยาด้วยนะครับ แต่อนิเมะตัดออกเปลี่ยนเป็นเรื่อง MLM ที่มังงะไม่มีแทน

ปัญหาของ Sato คือการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น แรกๆก็แค่ไม่ชอบการถูกแกล้งธรรมดา ไปๆมาๆกลายเป็นความหวาดกลัวที่จะต้องพบเจอคนอื่น รู้สึกราวกับคนรอบข้างรังเกียจเขาอยู่ตลอดเวลา จึงขังตัวอยู่ในห้องกลายเป็น Hikikomori, วิธีการแก้ปัญหาของคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ ถ้าในระยะเริ่มต้นก็ไม่ยากเท่าไหร่ คือต้องตัดท่อน้ำเลี้ยง ไม่ให้เงินสนับสนุนและสอนให้เขาอยู่ด้วยตนเอง ซึ่งถ้าการอยู่แต่ในห้องทำให้เกิดความลำบากในการมีชีวิต เขาก็จะออกไปข้างนอกด้วยตัวเองได้, แต่ต้องระวังว่าถ้าอาการหนัก เขาอาจแสดงอาการต่อต้าน และทำบางสิ่งบางอย่างที่รุนแรง แบบนี้ต้องใช้การพูดคุย บำบัดที่จริงจังโดยจิตแพทย์แล้วนะครับ, สาเหตุที่ทำให้พฤติกรรมนี้ลุกลาม ก็เพราะพ่อแม่ ผู้ปกครองหรือญาติพี่น้องที่ตามใจผู้ป่วยมากเกินไปนะครับ ทนเห็นเขาทรมานไม่ได้จึงยอมตามใจ นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ส่งเสริมให้อาการยิ่งหนักขึ้น

ในเมืองไทย เด็กที่มีพฤติกรรม Hikikomori ก็มีอยู่นะครับ แม้จะไม่มากเท่ากับญี่ปุ่น ซึ่งเหตุจูงใจมักไม่ค่อยต่างกันนัก เพราะความที่มักถูกกลั่นแกล้ง เป็นแกะดำ เลยเกิดการต่อต้าน ความหวาดกลัว จนไม่ยอมเข้าสังคม สมัยก่อนอาจอยู่กันไม่ได้ แต่สมัยนี้สามารถอยู่รอดกันได้แล้วนะครับ เพราะอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ การสื่อสารที่ล้ำไปมาก ทำให้พวกเขาสามารถทำงานออนไลน์ และโทรสั่งอาหารมาส่งได้ถึงประตูบ้านได้, เราอาจจะคิดว่า Hikikomori ประเภทนี้ไม่สร้างปัญหาให้กับสังคม เพราะเขาดูแลตัวเองได้ และไม่ต้องพึ่งพาใคร แต่นี่เป็นความคิดที่ผิดนะครับ เพราะมันเหมือนยิ่งไปส่งเสริมพฤติกรรมนี้ ให้สามารถมีจุดยืนในสังคมได้, ปัญหาของคนกลุ่มนี้คือ การดูแลตัวเอง เวลาเป็นอะไรขึ้นมาก็จะไม่มีคนรู้ ไม่มีที่จะคอยใครดูแล ช่วยเหลือยามลำบาก

นางเอก Yui Makino พากย์เสียง Misaki Nakahara, ตัวละครนี้มีปัญหากว่าพระเอกอีกนะครับ เธอไม่ใช่ Hikikomori ก็จริงอยู่ แต่เป็นเด็กที่ต้องการความสนใจอย่างมาก มีคนวิเคราะห์ไว้บอกว่าเธอเป็นกลุ่มอาการ Cluster B personality disorder เช่น Borderline Personality Disorder (BPD) หรือ Histrionic Personality Disorder (HPD) คนที่มีบุคลิกภาพแปรปรวนขั้นรุนแรง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย [อาการนี้ไม่ใช่ Bipolar นะครับ คือไม่ได้มีพฤติกรรม 2 ขั้วและระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ ช้าเร็วต่างกัน] มักมีอาการซึมเศร้าได้ง่าย(อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว) ชอบทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจ ฯ, สาเหตุเกิดจากการที่พ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เด็ก จึงต้องไปอยู่กับพ่อเลี้ยงที่ประพฤติไม่ดีกับเธอ พูดจาดูถูกถากถางและทำร้ายร่างกาย โตขึ้นมาก็ไม่แปลกเลยที่เธอจะมีปมเช่นนี้, แต่กว่าที่เราจะเริ่มเข้าใจพฤติกรรมของเธอ ต้องใช้การสังเกตอย่างมาก เพราะช่วงแรกจะรู้สึกว่าเธอปกติมากๆ จนไม่คิดว่าจะสามารถเข้าพวกกับคนมีปัญหาพวกนี้ได้ แต่เมื่ออนิเมะเริ่มคลายปมของเธอ ก็จะพบว่าปัญหาความต้องการของเธอ ถือว่าสุดโต่งที่สุดจริงๆ และเป้าหมายของเธอไม่ได้ต้องการความสุข แต่ต้องการทำลายความสุข, การจะช่วยเหลือคนประเภทนี้ คือต้องใช้การรักษาแบบจิตบำบัดอย่างลึก เฉพาะตัวหรือแบบกลุ่ม ถ้าผู้ป่วยไม่อยากไปหานักจิตวิทยา ก็ต้องพูดคุยทำความเข้าใจหาต้นเหตุของปัญหา และคอยดูแลไม่ให้เข้าใกล้แหล่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์

Daisuke Sakaguchi พากย์เสียง Kaoru Yamazaki โอตาคุที่เป็นรุ่นน้องของ Sato มีความหลงใหลคลั่งไคล้ใน lolicon (ผู้หญิงที่ดูเด็กๆน่ะ หน้าบ้องแบ้วตัวเล็กๆ), เพราะความที่ Yamazaki มีความประทับใจในรุ่นพี่ (ที่เคยช่วยเหลือเขาไว้สมัยเรียน) จึงต้องการช่วยเหลือเขาด้วยการสัญญาร่วมกันสร้างเกมโป๊ ทีแรก Sato ก็ไม่ได้อยากร่วมหรอก แต่เขาไม่ต้องการเข้าโครงการของ Nakahara เลยตอบตกลง, ผมว่าหมอนี่แหละที่ดูปกติสุดแล้ว ด้วยพื้นหลังที่คล้ายๆกับ Sato แค่ความหลงใหลคลั้งใคล้ในโลก 2 มิติ ที่ทำให้เขาตัดขาดโลกภายนอก และใช้ชีวิตอยู่ในจินตนาการความชื่นชอบของตนเอง, คนที่เป็น Otaku ไม่เชิงว่าเป็นปัญหาของสังคมนะครับ เพราะนี่คือความชื่นชอบ รสนิยมส่วนตัว ไม่ใช่อาการทางจิตที่ต้องการการบำบัด แต่ถ้ามีอาการอื่นเข้าร่วมอย่างเช่น ตัดขาดจากโลกภายนอก หรือกลายเป็น Hikikomori นี่ถึงจะกลายเป็นปัญหานะครับ

Sanae Kobayashi พากย์เป็น Hitomi Kashiwa รุ่นพี่ที่ Sato แอบชอบสมัยเรียน ในนิยายเห็นว่า Kashiwa มี Sex วัยเรียนกับ Sato ด้วย (แน่นอนอนิเมะต้องตัดประเด็นนี้ทิ้ง) ปัญหาของเธอคือความรักที่ไม่สมหวังทำให้เธอหันไปพึ่งยาเสพติด และพยายามฆ่าตัวตาย ซึ่งก็ชวน Sato ติดยาและฆ่าตัวตายด้วยกัน (แน่นอน Sato ช่วยเธอไว้สำเร็จ), อนิเมะตัดเรื่องของเธอไปเยอะพอสมควร เพราะความไม่เหมาะสมในการทำเป็นอนิเมะ, พฤติกรรมของ Kashiwa เป็นอะไรที่พบเห็นทั่วไปในสังคมเลย หญิงสาวอกหัก ประชดแฟนหนุ่มกินยาฆ่าตัวตาย เราได้ยินข่าวแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ปัญหาที่ทำให้กลายเป็นคนแบบนี้ มักมาจากการเลี้ยงดูที่ตามใจลูกทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งพอไม่ได้อย่างที่ตนต้องการก็แสดงอาการทุรนทุรายเรียกร้องความสนใจ แต่แฟนไม่ใช่พ่อแม่ ถ้าต้องเลิกกัน เธอเรียกร้องความสนใจด้วยการฆ่าตัวตาย แต่มันมักจะไม่ได้ให้ผลลัพท์ที่ดีแน่นอน, คนที่พยายามฆ่าตัวตาย จำเป็นต้องได้รับการปรับทัศนคติอย่างมาก ถ้ารอดชีวิต ไม่เช่นนั้นโอกาสที่จะฆ่าตัวตายซ้ำสองมีสูงมากๆนะครับ บางคนพอกลับเข้ามาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว ถูกสังคมซ้ำเติมอีก โอกาสที่จะมีชีวิตอย่างปกติสุขยิ่งยากขึ้นด้วย คิดให้ดีก่อนที่จะทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้นะครับ

Risa Hayamizu พากย์เสียง Megumi Kobayashi เพื่อนร่วมชั้นเรียนของ Sato และเป็นหัวหน้าห้อง เธอเป็นผู้หญิงที่กล้าพูดกล้าทำกล้าแสดงออก จริงๆ Kobayashi ก็ไม่ได้สนิทอะไรกับ Sato นะครับ แต่กลับจำกันได้เพราะน้องชายของ Kobayashi กลายเป็น Hikikomori (เหมือน Sato) ด้วยจิตใจที่เหนื่อล้า ท้อแท้และอ่อนแอ ทำให้เธอหลงเชื่อคนอื่นได้ง่าย (ถูกชักนำว่าชีวิตจะดีขึ้นเมื่อทำตาม) และถลำลึกลงไปจนแทบจะกลับคืนมาไม่ได้ ด้วยการหลงเข้าธุรกิจ MLM ที่เป็นแบบ pyramid scheme, ซึ่งเธอก็ได้หลอกล่อ Sato และผองเพื่อนให้ตกหลุมพราง, คนประเภทนี้นี่ช่วยลำบากนะครับ เพราะไม่ได้มีปัญหาทางจิตแม้แต่น้อย แต่แค่ไม่ยอมรับตัวเองว่าถูกหลอก (หลอกตัวเองว่าไม่ได้ถูกหลอก) จนกว่าที่จะมองเห็นและเข้าใจด้วยตนเอง ก็ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นออกมาจากธุรกิจลูกโซ่นี้ได้

เคยสงสัยไหมทำไมธุรกิจ MLM ถึงมีคนประเภทที่รวยล้นฟ้า กับคนที่กู่ไม่กลับ, มันอาจเป็นเรื่องศิลปะการพูด และการโน้มน้าวจิตใจ ธุรกิจประเภทนี้มักไม่เน้นที่ตัวผลิตภัณฑ์หรือสินค้า เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีมูลค่า (ใช้เลี่ยงข้อกฎหมายเท่านั้น), ราคาที่ซื้อจึงไม่ได้อยู่ที่มูลค่าแท้จริงของสินค้า แต่เป็นมูลค่าของการชักจูง โน้มน้าวใจ ถ้าทำให้ผู้ฟังสนใจ ซื้อได้ คุณก็จะได้กำไรจากผลต่าง มันก็ไม่ต่างอะไรกับ Sales นะครับที่ได้ Commission เหมือนกัน ต่างแค่ Sales มักจะไม่มีคนอื่นที่ได้ประโยชน์จากค่า Com นี้แต่ MLM หัวหน้ามักจะได้กำไรด้วย, ธุรกิจแบบนี้เหมาะกับคนที่มีทักษะการพูดเป็นเลิศ แต่ไม่เหมาะกับคนที่เชื่อคำพูดของคนอื่นได้ง่าย, ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจนี้ ดันคือกลุ่มคนที่เชื่อคำพูดคนอื่นได้ง่ายเสียอย่างนั้น!

ปัญหามักเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆกับคนที่ชอบมีปัญหา นี่เป็นเหตุที่คนประเภทนี้ต้องเกาะกันไว้ Sato เป็นคนที่เอาคำว่า NHK ซึ่งจริงๆคือชื่อสถานีออกอากาศโทรทัศน์แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น (Nippon Hōsō Kyōkai) เล่นแปลงคำให้กลายเป็นแพะ เรียกองค์กรชั่วร้ายที่ทำให้ชีวิตเขากลายเป็นแบบนี้ว่า Nihon Hikikomori Kyoukai (สมาคม Hikikomori แห่งประเทศญี่ปุ่น), มันคือการโยนความผิดให้สิ่งอื่นนะครับ เพราะ Sato ไม่ต้องการยอมรับว่า ปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะตัวเขาเอง ซึ่งการยอมรับเข้าคอร์สบำบัดของ Misaki ก็เท่ากับต้องยอมรับตัวเองว่าเป็นคนที่มีปัญหา

ตอนจบในนิยาย Misaki ให้นิยามคำว่า NHK เสียใหม่ เป็น Nihon Hostage-exchange Kyoukai (สมาคมแลกเปลี่ยนตัวประกันแห่งประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งสมาชิกจะต้องผูกชีวิตไว้ด้วยกัน หากมีใครคนหนึ่งตาย คนอื่นจะต้องตายตกตามกันไปด้วย ถ้าอยากให้คนอื่นรอด ตัวเองก็ต้องพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไป สมาคมนี้มี Misaki เป็นประธาน และ Sato เป็นสมาชิกคนแรก หลังจากลงชื่อแล้ว นิยายจบด้วยคำว่า “Welcome to the N.H.K.”

reference : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=shiryu&month=02-2011&date=17&group=5&gblog=7

เพลงประกอบโดย Pearl Brothers มีสมาชิก 5 คน Kenzo Saeki (นักร้อง), Haruo Kubota (กีตาร์), Vagabond Suzuki (เบสและ Chorus) ฯ (อีก 2 คนหาข้อมูลไม่ได้) ก่อตั้งวงตั้งแต่ปี 1983 ปัจจุบันสมาชิกก็ถือว่าเป็นผู้มีอายุกันหมดแล้ว, สำหรับ Welcome to the NHK มีความหลากหลายทางดนตรีมากๆ ทั้งๆที่ใช้เครื่องดนตรีอย่าง กีตาร์ เบส กลอง บางครั้งก็ได้ยิน Saxophone, คีย์บอร์ด ฯ แต่กลับสร้างบรรยากาศได้ครบทุกรสชาติ สุข เศร้า เหงา ทุกข์ ท้อแท้ สิ้นหวัง มีความหวัง ฯ

อนิเมะฉายควบ 2 Seasons เริ่มวันที่ 9 กรกฎาคม 2006 ถึง 17 ธันวาคม 2006 ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากๆทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ โดยเฉพาะการออกแบบตัวละครแทบทุกตัวมีความน่าจดจำ ทั้งหน้าตาและนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์, บ้างยกให้เป็นอนิเมะยอดเยี่ยมแห่งปีเลย

แนะนำ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” นี่เป็นอนิเมะที่เหมาะกับเด็ก ม.ปลาย, นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และคนจบใหม่ทั้งหลาย ด้วยความที่แฝงแนวคิดการใช้ชีวิต และตีแผ่ความจริงบางอย่างของสังคม ที่จะเป็นประโยชน์มากๆ, ตอนผมดูอนิเมะเรื่องนี้ ถึงตอนธุรกิจลูกโซ่ นี่สะอึกกึกเลยละครับ เกือบไปแล้วน่า… เชื่อว่าสมัยเรียนหลายคนคงถูกหลอกล่อ ชักชวนไปฟังอะไรพวกนี้อยู่บ่อยครั้ง แม้อาจจะแค่ 1 ใน 10 ของเพื่อนที่ไปจะหลงเชื่อและเข้าร่วมกับธุรกิจพวกนั้น แต่เขาไปแล้วก็คือไปลับเลยละ แทบไม่อาจกลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีกเลย เหมือนหลงไปเข้ากับองค์กรล้างสมองอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย

แนะนำกับนักจิตวิทยา หรือคนที่มีเพื่อนที่เข้าข่ายมีความผิดปกติทางจิต เช่น Hikikomori, Cluster B, ติดเกมส์ ฯ ศึกษาให้เข้าใจ จะได้หาแนวทางช่วยเหลือพวกเขาได้

หลายปีก่อน ผมได้เห็นข่าวมีคนที่เป็น Hikikomori หลังจากได้ดูอนิเมะเรื่องนี้ เขาก็ตัดสินใจเลิกเป็นและออกจากห้องกลับมาใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ปกติ มีรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นที่บันทึกภาพเรื่องราวของชายคนนี้ไว้ด้วย ผมหาคลิปให้ดูไม่ได้แล้ว แต่นี่น่าจะสะท้อนคุณค่าของอนิเมะเรื่องนี้เป็นอย่างดี ในระดับที่สามารถเปลี่ยนแนวคิดของคนได้เลย ผมว่าพลาดไปจะน่าเสียดายมากๆนะครับ

อนิเมะเรื่องนี้ไม่เหมาะกับเด็กเล็กนะครับ จัดเรต 15+ เพราะแนวคิดที่อาจปลูกฝังอะไรผิดๆได้

TAGLINE | “Welcome to the N.H.K. ยินดีต้อนรับสู่สมาคมที่จะพาคุณดำดิ่งไปสู่ด้านมืดในจิตใจของมนุษย์ และตีแผ่ความจริงของสังคม”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LOVE 

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of