Eternity and a Day

Eternity and a Day (1998) Greek : Theo Angelopoulos ♥♥♥♥

Bruno Ganz รับรู้ว่าตนเองป่วยหนัก พรุ่งนี้จะต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล แต่วันนี้มันช่างเยิ่นยาวนาน พยายามจัดแจงสิ่งต่างๆ ระลึกความทรงจำวันวาน ให้ความช่วยเหลือเด็กชายจาก Albanian ถูกลักพาตัวโดยพ่อค้ามนุษย์, คว้ารางวัล Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมือง Cannes โดยเอกฉันท์ (Unanimous)

ไตรภาค ‘Trilogy of Borders’ ประกอบด้วย The Suspended Step of the Stork (1991) ตั้งคำถามถึงพรมแดนระหว่างประเทศ, Ulysses’ Gaze (1995) ก้าวข้ามขอบเขต ขีดจำกัด ครั้งแรกของผกก. Angelopoulos ถ่ายทำหนังนอกประเทศ Greece ออกทัวร์คาบสมุทรบอลข่าน, และ Eternity and a Day (1998) ทำการสำรวจเส้นแบ่งบางๆระหว่างชีวิตและความตาย (Borders of Life and Death)

The Suspended Step of the Stork deals with geographical borders separating countries and people. Ulysses’ Gaze talks about the borders, or one could say the limits, of human vision. Eternity and a Day discusses the borders between life and death.

Theo Angelopoulos

มันแทบเป็นเรื่องปกติสามัญสำหรับผู้กำกับระดับปรมาจารย์ เมื่อวัยวุฒิเพิ่มสูงขึ้นจะต้องสรรค์สร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวิต-ความตาย สำหรับผกก. Angelopoulos พยายามทำออกมาในเชิงตั้งคำถาม Eternity แปลว่าชั่วนิรันดร์, a Day คือหนึ่งวัน, เรื่องราวของผู้สูงวัยกับเด็กชายวัย 6-7 ขวบ … เห็นความแตกต่างตรงกันข้ามที่สามารถเติมเต็มกันไหมเอ่ย?

โดยปกติแล้วผลงานของผกก. Angelopoulos มักสามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบในเชิงมหภาค เศรษฐกิจ-สังคม-การเมืองของประเทศ Greece เหมารวมถึงปกรณัมกรีก (Greek Mythology), แต่สำหรับ Eternity and a Day (1998) เพียงอ้างอิงถึง Dionysios Solomos นักกวีที่ได้รับการยกย่อง ‘Greece’s National Poet’ และเป็นผู้ประพันธ์เพลงชาติ Hymn to Liberty … นั่นแสดงว่าเป้าหมายของผกก. Angelopoulos พยายามรังสรรค์ขอบเขตระหว่างชีวิต-ความตาย ออกมาในลักษณะกวีภาพยนตร์


Theodoros ‘Theo’ Angelopoulos, Θεόδωρος Αγγελόπουλος (1935-2012) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติกรีก เกิดที่ Athens เติบโตขึ้นพานผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง (Greece ถูกยึดครองโดย Nazi Germany, Fascist Italy และ Bulgaria) ช่วงระหว่าง Greek Civil War (1946-49) บิดาเคยถูกตำรวจลับลักพาตัว ควบคุมขัง เนรเทศออกนอกประเทศ กว่าจะหวนกลับบ้านก็หลังสิ้นสุดสงครามกลางเมือง

โตขึ้นเข้าเรียนกฎหมาย National and Kapodistrian University of Athens ก่อนเดินทางสู่ฝรั่งเศสเรียนภาพยนตร์ Institut des hautes études cinématographiques (IDHEC) หลงใหลผลงานของ Orson Welles, Kenji Mizoguchi, หนังเงียบ, หนังเพลงยุค 50s, เคยฝึกงานกับ Jean Rouch, ก่อนเดินทางกลับ Greece ภายหลังเหตุการณ์ลอบสังหารทางการเมืองของ Grigoris Lambrakis

เมื่อเดินทางกลับ Greece ทำงานเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ เขียนบทความแนะนำ “Greek filmmakers need to go beyond the commercial cinema.” ภายหลังจากนายพล Georgios Papadopoulos เข้ายึดอำนาจ ก่อการรัฐประหารเมื่อปี ค.ศ. 1967 นำประเทศเข้าสู่ยุคสมัยเผด็จการทหาร Regime of the Colonels (1967-74) สั่งปิดนิตยสารทุกฉบับ ทำให้เขาต้องหันมาสร้างหนังสั้น The Broadcast (1968) และภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก The Reconstruction (1970)

Μια αιωνιότητα και μια μέρα อ่านว่า Mia aioniótita kai mia méra แปลตรงตัว Eternity and a Day มีจุดเริ่มต้นระหว่างการถ่ายทำ Ulysses’ Gaze (1995) หนึ่งในนักแสดงนำ Gian Maria Volonté (รับบทนักอนุรักษ์ฟีล์มหนัง Ivo Levy) พลันด่วนเสียชีวิตอย่างไม่มีใครคาดคิดถึง เมื่อวันก่อนยังพูดคุยกันอยู่ดีๆ มาวันนี้ล้มหายตายจาก

I first had the idea the morning I learned the actor Gian Maria Volonté had died in his hotel room on the shoot of Ulysses’ Gaze; I’d spent the day before with him, when he seemed so happy, working on a script he liked, in a place he liked, with people he liked. His death got me wondering: How would it be for a man aware that the next day he’ll no longer exist? How does he wake up, drink his coffee, where does he go, what does he do, when facing that frontier?

Theo Angelopoulos

เพราะต้องเดินไปหลายๆประเทศ (ระหว่างถ่ายทำ Ulysses’ Gaze (1995)) ผกก. Angelopoulos ยังได้พบเจอกลุ่มเด็กกำพร้าสงคราม (War Orphan) สูญเสียครอบครัว ญาติพี่น้อง ไม่หลงเหลือใครเลี้ยงดูแล ถูกทอดทิ้งให้ต้องต่อสู้ดิ้นรนบนท้องถนนตามลำพัง

ด้วยอายุอานามเลยผ่านหกสิบ เหตุการณ์เหล่านั้นทำให้ผกก. Angelopoulos ไม่สามารถหยุดครุ่นคิดถึงชีวิต-ความตาย เกิดความต้องการทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับภาษา บทกวี และสะท้อนแนวคิดปรัชญาของ Martin Heidegger เกี่ยวกับอัตลักษณ์ ตัวตน การดำรงอยู่ของมนุษย์

Then, after a few months of thinking along those lines, another idea came up: the broken lives of the abandoned children, victims of the Balkan War, whom I’d met while making Gaze. I also wanted to do something about a poet, and language, reflecting Heidegger’s idea that our identity is inextricably tied up with our mother tongue.

เกร็ด: Martin Heidegger (1889-1976) นักคิด/นักปรัชญาชาวเยอรมัน ตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ (Being) ด้วยวิธีทางปรากฎการณ์วิทยา (Phenomenology) กล่าวว่ามนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเดียวที่ตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ตน และเข้าใจความหมายการดำรงอยู่ผ่านเวลา พยายามทำให้โลกและชีวิตบนโลกมีความหมายด้วยการทำกิจวัตรต่างๆ สร้างความหมายให้แก่ชีวิต แต่ทว่าเมื่อถึงจุดๆหนึ่งจักค้นพบเส้นขอบฟ้าที่เบื้องปลายการดำรงอยู่ ขีดจำกัดที่ไม่มีใครก้าวผ่าน นั่นก็คือความตาย


เรื่องราวของชายสูงวัย Alexandros (รับบทโดย Bruno Ganz) อาศัยอยู่อพาร์ทเมนท์ริมทะเล ณ เมือง Thessaloniki หลังเรียนรู้ว่าตนเองล้มป่วยหนัก วันพรุ่งนี้ต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล จึงพยายามจัดแจงสิ่งต่างๆ เก็บข้าวเก็บของ มองหาคนรับฟากสุนัขตัวโปรด แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนบุตรสาว และหลายๆครั้งหวนระลึกความหลังถึงภรรยาผู้ล่วงลับ

ระหว่างรถติดไฟแดงพบเห็นเด็กชายตัวกระเปี๊ยก อายุประมาณ 6-7 ขวบ เข้ามาเช็ดกระจกหน้ารถ กำลังจะถูกไล่ล่าโดยตำรวจ เขาจึงให้ความช่วยเหลือ เรียกขึ้นรถ พาไปส่งบริเวณลับตาคน, ต่อมาบังเอิญพบเจอเด็กชายคนนี้อีกครั้ง ถูกลากขึ้นรถโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ ตระหนักว่าอาจคือพวกค้ามนุษย์ เลยแอบติดตาม และสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ในตอนแรกเด็กชายอ้างว่าหนีออกจากบ้านที่ Albania แต่พอ Alexandros ขับรถพาไปส่งชายแดนถึงสารภาพว่าตนเองคือเด็กกำพร้าสงคราม (War Orphan) บ้านถูกทำลาย ไม่หลงเหลือใครเคียงข้างกาย ก็ไม่รู้จะทำยังไง … ตัวของ Alexandros แม้เต็มไปด้วยความสงสารเห็นใจ อยากให้ความช่วยเหลือแต่ก็ไม่สามารถทำอะไร


Bruno Ganz (1941-2019) นักแสดงสัญชาติ Swiss เกิดที่ Zürich, Switzerland แต่ข้ามมาเป็นนักแสดงที่ West Germany เริ่มจากละครเวที มีชื่อเสียงจาก Summerfolk (1976), The Marquise of O… (1976), แล้วกลายเป็นขาประจำของผู้กำกับ Wim Wenders อาทิ The American Friend (1977), Wings of Desire (1987), Faraway, So Close! (1993) ฯ ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Nosferatu the Vampyre (1979), Eternity and a Day (1998), Downfall (2004), The Manchurian Candidate (2004), The Reader (2008), Unknown (2011) ฯ

รับบทชายสูงวัย Alexandros ร่างกายเจ็บป่วยอิดๆออดๆ ตั้งแต่สูญเสียภรรยา บุตรสาวแต่งงานออกจากบ้าน ใช้ชีวิตตามลำพังกับสุนัขตัวโปรด แต่ลึกๆยังคงโหยหาความทรงจำจากอดีต เคยเป็นนักเขียนมีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จ รายล้อมรอบด้วยญาติพี่น้อง สมาชิกครอบครัวอยู่ร่วมกันพร้อมหน้า

พรุ่งนี้กำลังจะแอดมิทเข้าโรงพยาบาล วันนี้เลยจัดการภาระโน่นนี่นั่น ก่อนบังเอิญพบเจอเด็กชายนิรนามถูกพ่อค้ามนุษย์ลักพาตัว เกิดความรู้สึกสงสารเห็นใจ ต้องการให้ความช่วยเหลือแต่ไม่รู้จะทำอะไร เลยพูดเล่าเรื่องนักกวี Dionysios Solomos ชักชวนละเล่นเกมค้นหาคำศัพท์ใหม่ๆ อำนวยอวยพรให้เด็กชายกำลังจะขึ้นเรือสำราญ ออกเดินทางชีวิตของตนเอง

ผกก. Angelopoulos พัฒนาบทบาทนี้สำหรับเพื่อนนักแสดงคนสนิท Marcello Mastroianni แต่อีกฝ่ายพลันด่วนเสียชีวิตเมื่อปี ค.ศ. 1996 แล้วพอดีมีโอกาสรับชมละคอนเวที Odyssey นำแสดงโดย Bruno Ganz รู้สึกเหมือนเป็นฟ้าดลบันดาล (เพราะตอนนั้นเพิ่งเสร็จจากถ่ายทำ Ulysses’ Gaze (1995)) ภาพลักษณ์+การแต่งตัวก็ตรงตามความต้องการ เลยชักชวนมาร่วมงาน

I knew Bruno Ganz is a very good actor and speaks lots of languages, like all Swiss, but I was thinking of him in Wenders’s film, where he was young, looked very open, and not at all Southern European! So I didn’t know what to do. Then I saw Ganz on stage in Paris playing Ulysses, and I somehow felt it was an omen. More so, since he looked exactly the way I had visualized the part… he was wearing a long grey overcoat, had a grey beard, and looked so old as he does in my film. So we changed nothing including the overcoat.

Theo Angelopoulos

Ganz เป็นนักแสดงที่โดดเด่นในการเล่นบทตัวละครสูงวัย มันอาจไม่มีสัมผัสหนักอึ้งแบบเดียวกับ Marcello Mastroianni แต่ท่าทางของเขาดูเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ขยับเคลื่อนไหวอย่างเชื่องชักช้า เต็มไปด้วยความโหยหาอาลัย โดดเดี่ยวเดียวดาย โหยหาใครสักคนเคียงข้างกาย

การได้พบเจอเด็กชาย ช่วงแรกๆพยายามรักษาระยะห่าง เพราะพรุ่งนี้จะแอดมิทเข้าโรงพยาบาล ไม่พร้อมให้การช่วยเหลืออะไรใดๆ แต่หลังจากพยายามขับไล่ ผลักไส ขับรถพาไปส่งชายแดน พบเห็นสภาพความจริงอันเหี้ยมโหดร้าย เกิดความรู้สึกสงสารเห็นใจ ขัดแย้งภายใน ไม่รู้จะทำยังไง เพียงกระอักเลือด และทอดถอนลมหายใจ

เกร็ด: แม้ว่า Ganz จะพูดได้หลายภาษา แต่เขาไม่เคยเรียนภาษากรีก และไม่คิดจะพูดภาษากรีกด้วย เวลาทำการแสดงพูดด้วยภาษา German (หนังไม่ค่อยมีภาพระยะใกล้อยู่แล้ว ถ้าไม่จ้องเขม็งก็อาจไม่ทันสังเกตเห็น) แล้วให้คนอื่นพากย์ภาษากรีกทับแทน

Ganz spoke German on the shoot-it is the language he is most comfortable with-and we had to use a Greek actor to dub him. The truth is I am still uneasy when I hear someone else’s voice coming out from his mouth.


ถ่ายภาพโดย Giorgos (หรือ Yorgos) Arvanitis, Γιώργος Αρβανίτης (เกิดปี ค.ศ. 1941) ตากล้องสัญชาติกรีก เกิดที่ Makrakomi, Phthiotis ช่วงระหว่าง Greek Civil War (1946-49) บิดาหนีเข้าป่า มารดาเป็นนักโทษกลางเมือง บุตรชายจึงต้องอาศัยอยู่กับญาติที่ Nea Penteli ฝึกฝนงานด้านไฟฟ้า แต่ได้เข้าทำงานสตูดิโอ Finos Film ไต่เต้าจากผู้ช่วยจนกลายเป็นตากล้องหลัก แล้วได้ร่วมงานขาประจำผกก. Theo Angelopoulos ตั้งแต่หนังสั้น The Broadcast (1968) จนถึง Eternity and a Day (1998)

งานภาพในสไตล์ Angelopoulos จัดเข้าพวก ‘slow cinema’ กล้องขยับเคลื่อนไหวอย่างเชื่องชักช้า เต็มไปด้วยลวดลีลา (Zooming, Panning, Tracking) ระยะเวลา Long Take ระยะภาพ Long Shot (แทบไม่เคยพบเห็น Close-Up) บันทึกภาพทิวทัศน์กว้างใหญ่ มนุษย์ตัวเท่ามดกระจิดริด บทสนทนาแสนน้อยนิด ต้องคอยสังเกตท่วงท่า อากัปกิริยา ภาษากาย ทุกรายละเอียด ‘mise-en-scène’ ล้วนมีการวางแผน ซักซ้อมเคลื่อนไหว (Choreographed) และเคลือบแฝงนัยยะซ่อนเร้น

เกร็ด: ผลงานในยุคแรกๆของผกก. Angelopoulos นิยมใช้อัตราส่วนภาพ Academy Ratio (1.33:1) ที่ได้รับความนิยมบนทวีปยุโรป แต่ตั้งแต่เริ่มสร้าง ‘Trilogy of Border’ ภาพยนตร์ The Suspended Step of the Stork (1991) ก็เปลี่ยนมาใช้ Widescreen (16:9) เพื่อขยับขยายขีดจำกัด โสตประสาทในการรับชม

การดำเนินเรื่องของหนังมักสลับไปมาระหว่างหนึ่งวันปัจจุบัน กับหลายวันในย้อนอดีต Alexandros หวนระลึกความทรงจำวันเกิดบุตรสาว ซึ่งทั้งสองวันจะมีลักษณะแตกต่างตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

  • หนึ่งวันปัจจุบัน มักมีโทนสีซีดๆ ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆหมอก สภาพอากาศหนาวเหน็บ เย็นยะเยือก Alexandros อาศัยอยู่ตัวคนเดียว ไม่หลงเหลือใครเคียงข้างกาย
  • หลายวันในอดีต จะมีโทนสีอบอุ่น แสงอาทิตย์ส่องสว่าง ร่าเริงสนุกสนาน เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ช่วงเวลาแห่งความทรงจำ รายล้อมรอบด้วยสมาชิกครอบครัวอยู่ร่วมกันพร้อมหน้า

หนังปักหลักถ่ายทำอยู่ยัง Thessaloniki เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ Greece เป็นทั้งเมืองท่าตั้งอยู่ในอ่าว Thermaic Gulf เหมาะสำหรับมาท่องเที่ยวตากอากาศ ทะเลสวย ท้องฟ้าคราม และเต็มไปด้วยตึกสีขาว


เช้าตื่นขึ้น ณ บ้านพักตากอากาศริมทะเล ผองเพื่อนตะโกนเรียกเด็กชาย Alexandros ชักชวนไปว่ายน้ำ ดำดูเมืองใต้บาดาล Atlantis? นัยยะสุดคลาสสิกถึงสิ่งซุกซ่อนอยู่ภายใต้จิตสำนึก หรือก็คือความทรงจำของ Alexandros = ผกก. Angelopoulos ยังคงโหยหาคร่ำครวญ ครุ่นคิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขในอดีต ปัจจุบันแทบไม่หลงเหลืออะไร ใกล้ถึงวันหมดสิ้นอายุขัย

เมื่อตื่นขึ้นจากความฝัน Alexandros พร่ำรำพันถึงเพื่อนบ้านฟากฝั่งตรงข้าม เขาคือใคร? มาจากไหน? ชายหรือหญิง? เด็กหรือผู้ใหญ่? มีตัวตนหรือไม่? แต่ทุกครั้งเปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียง Eternity Theme จะได้ยินอีกฝ่ายตอบกลับด้วยบทเพลงเดียวกัน … นี่เป็นเรื่องเล่าชีวิตประจำวันเล็กๆที่ไม่ได้มีอะไรติดตามมา แต่โดนไม่รู้ตัวตั้งคำถามปรัชญาถึงการมีตัวตน ภาพสะท้อนตัวตน หรือในเชิงมหภาคเหมารวมชาวกรีก หลายๆคนน่าจะมีความรู้สึกนึกคิดคล้ายๆเดียวกันกับ Alexandros โหยหาคร่ำครวญ หวนระลึกความสุขวันวาน

โชคชะตานำพาให้ Alexandros ช่วยเหลือเด็กชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 6-7 ขวบ ทำงานเช็ดกระจกตามสี่แยกไฟแดง (มีคำเรียก Squeegee kid) มันคงไม่ใช่อาชีพถูกกฎหมาย เป็นการใช้แรงงานเด็กต่ำกว่าวัย แต่พวกเขาส่วนใหญ่คือเด็กกำพร้า ไร้ครอบครัว ไม่ก็อพยพลี้ภัยมาจากต่างแดน พร้อมทำทุกสิ่งอย่างเพื่อให้มีกินมีใช้ เอาตัวรอดไปวันๆ

การได้พบเจอเด็กชายนิรนามที่มีความแตกต่างตรงกันข้ามกับ Alexandros มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกสงสารเห็นใจ แต่คือภาพสะท้อนตัวตนเอง เด็กน้อย-ผู้สูงวัย, ไร้เดียงสาต่อโลก-พานผ่านอะไรมามาก, ไร้ญาติขาดมิตร-เคยมีครอบครัวเพรียบพร้อมสมบูรณ์, ต่อสู้ดิ้นรน พร้อมที่จะมีชีวิต – เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ใกล้ถึงวันหมดลมหายใจ ฯ สิ่งเหล่านี้ทำเขาตระหนักถึงวิถีของโลก เข้าใจความหมายชีวิต และความตาย

Alexandros เดินทางมาเยี่ยมเยียนบุตรสาว Anna พูดคุยกันหลายๆเรื่อง แต่สิ่งที่ผมสนใจคือนาฬิกาเหนือเตาผิง มันช่างดูเลือนลาง จับต้องไม่ได้ ราวกับไร้ตัวตน นั่นเพราะเวลาเป็นสิ่งที่มนุษย์กำหนดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน ราวกับพันธนาการเหนี่ยวรั้ง กักขังให้เราต้องหมกมุ่นยึดติดอยู่กับมัน Eternity และ a Day ถ้าคุณสามารถทำความเข้าใจจะพบว่ามันไม่ได้แตกต่างกัน!

บางคนอาจตีความนาฬิกาที่ดูเลือนลาง คือชีวิตของ Alexandros ใกล้จะสิ้นสุดลง เอาจริงๆก็ตั้งแต่การจากไปของภรรยา ทำให้เขาสูญเสียความกระตือรือล้น ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน (แบบเดียวกับบทกวีมหากาพย์ The Free Besieged ของ Dionysios Solomos ที่ก็แต่งองก์สามไม่เสร็จ) กักขังตนเองอยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์ ตัดขาดความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง

พอสิ้นสุดการอ่านจดหมาย หวนกลับมาปัจจุบัน สังเกตว่าทิศทางมุมกล้อง บรรยากาศในอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ มีความแตกต่างตรงกันข้ามกับตอนเริ่มต้นซีเควนซ์

  • ตอนบิดาเดินทางมาถึง กล้องถ่ายจากฟากฝั่งประตูทางเข้า ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาในห้อง พบเห็นแสงสว่างภายนอกสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามา จบซีเควนซ์ด้วยการเดินไประเบียง ครุ่นคิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขในอดีต
  • หลังบุตรสาวอ่านจดหมายจบ กล้องสลับมาถ่ายจากฟากฝั่งระเบียง ค่อยๆเคลื่อนสู่ประตูทางออก บรรยากาศโดยรอบดูหมองหม่นขึ้นทันตา การปรากฎตัวของสามีเหมือนจะไม่ค่อยชอบพอพ่อสะใภ้สักเท่าไหร่ และตอนเดินออกจากห้อง ภาพถ่ายย้อนแสง แทบจะปกคลุมด้วยความมืดมิด (ผิดหวังที่พวกเขาขายบ้านตากอากาศหลังเก่า)

ทุกครั้งที่มีการฉายภาพย้อนอดีต (Flashback) แทนที่จะเลือกใช้นักแสดงหนุ่มกว่า หรือแต่งหน้าทำผมให้ Bruno Ganz ดูละอ่อนวัยลง กลับปรากฎภาพ Alexandre สภาพแก่หงัก ก็เพื่อจะสื่อถึงตนเองในปัจจุบัน (ตอนแก่หงัก) ยังคงโหยหาช่วงเวลาแห่งความสุขในอดีต ไม่สามารถปล่อยละวางความทรงจำดังกล่าว

นี่เป็น Sequence Shot ถ่ายทำแบบ Long Take ความยาวเกือบๆห้านาที ไม่มีเสียงพูดคุย คำอธิบายใดๆ แต่ผู้ชมสามารถทำความเข้าใจว่าคือสถานที่ที่พวกพ่อค้ามนุษย์ ลักพาตัวเด็กๆมาขายต่อให้กับลูกค้า บังเอิญพบเห็นโดย Alexandros แอบติดตามมาช่วยเหลือเด็กชายนิรนาม

เนื้อหาสาระของหนังไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการค้ามนุษย์ ไม่ได้จะตีแผ่ หรือนำเสนอปัญหาสังคมใดๆ สไตล์ของผกก. Angelopoulos ทำการเปรียบเทียบในเชิงมหภาค วิธีการที่ชาวกรีกปฏิบัติต่อคนรุ่นใหม่ ลูกๆหลานๆไม่ต่างจากสินค้า นี่ไม่ได้หมายถึงนำมาซื้อ-ขาย แต่คือการลงทุน ตั้งแต่เด็กพยายามเสี้ยมสอน ปลูกฝังโน่นนี่นั่น เพื่อให้เติบโตขึ้นกลายเป็นทาสของระบบ ก้มหน้าทำงานหาเงินงกๆ ไร้ซึ่งอิสรภาพในการครุ่นคิดตัดสินใจ

ใครเคยรับชมหลายๆผลงานของผกก. Angelopoulos ก็น่าจะมักคุ้นภาพจากมุมกล้องนี้ โดยเฉพาะ Voyage to Cythera (1984) เมื่อบุตรชายนำพาบิดามาถึงบ้านชนบทหลังเก่า สถานที่แห่งสุดท้ายที่ครุ่นคิดว่าคงไม่มีความเปลี่ยนแปลง แต่ที่ไหนได้!

ในทิศทางตรงกันข้ามกับ Eternity and a Day (1998) ชายสูงวัยขับรถพาเด็กชายนิรนาม ต้องการมาส่งยังหมู่บ้านหลังเก่า แต่สถานที่แห่งนั้นจากคำบอกของเด็กชาย (ฟังดูเหมือนภาษาของบทกวี พร้อมแสดงท่าทางประกอบคำพูด) ได้ถูกทอดทิ้ง ทำลายล้าง ไม่หลงเหลือเศษซากชิ้นดี

The armed gangs came down to the streets.
The men were shooting all night.
They entered several houses.
Babies were crying…

The village became deserted.
The passage is up there.
My buddy Selim knew it,
he had already crossed it.

There are a few signs
left by some grown-ups,
some plastic bags
hanging from the trees.

If you don’t know, you get lost.
The snow eats you up.

ผมไม่ค่อยแน่ใจกับสิ่งพบเห็นนี้สักเท่าไหร่ เมฆหมอกขมุกขมัว ฝูงชนกำลังปีนป่ายรั้วลวดหนาม ทำไมกัน? (อาจจะสื่อถึงความต้องการหลบหนี ลี้ภัยออกนอกประเทศ), เจ้าหน้าที่ก้าวเดินออกมาต้อนรับ แต่ท้ายที่สุด Alexandre ตัดสินใจพาเด็กชายวิ่งหลบหนี ขับรถเดินทางกลับ Thessaloniki

Dionysios Solomos, Διονύσιος Σολωμός (1798-1857) นักกวีแห่งชาติ (National Poet of Greece) เกิดที่ Zakynthos เป็นบุตรนอกสมรสของเคานต์ Nikolaos Solomos กับคนรับใช้ โตขึ้นเดินทางไปเรียนกฎหมายที่ Italy แต่ความสนใจจริงๆคือแต่งบทกวีภาษาอิตาเลียน เดินทางกลับบ้านเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1818 แล้วเริ่มฝึกฝนแต่งกวีภาษากรีก โด่งดังกับ Hymn to Liberty (1823) ได้แรงบันดาลบันดาลใจจาก Greek Revolution 1821 ก่อนถูกเลือกมาเป็นเพลงชาติ Greece เมื่อปี ค.ศ. 1865

Dyonisios Solomos, who was born in Zakhintos but grew up in Italy, and who much later in life had to re-find his Greek. So when he returns from Italy he buys those Greek words he doesn’t know, which people bring to him… That was about 1818, when a Greek rebellion against the Turks was in the making, in which he wanted to participate through his poetry, in the romantic way of his epoch. In a small notebook he enters the words he hears. He has this Dante-esque idea to bring about a reunification of the Greek language. For him language meant freedom. Solomos tried to write in a form of Greek from which all Greek poetry after him is derived, as Dante did with Italian.

Theo Angelopoulos

ด้วยความที่ Solomos ถูกส่งไปเรียนต่อ Italy พูดภาษาอิตาเลี่ยนนานนับทศวรรษ จึงไม่ค่อยมีโอกาสสนทนาภาษากรีก ซึ่งการจะประพันธ์บทกวีภาษาใดภาษาหนึ่งได้นั้น จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญทางภาษานั้นๆระดับสูง เรื่องเล่าของ Alexandre ที่ว่า Solomos พร้อมจ่ายเงินซื้อคำศัพท์ใหม่ๆ มันอาจฟังดูสมเหตุสมผล แต่เป็นสิ่งที่ผกก. Angelopoulos เพียงได้ยินมา แล้วขยับขยายสำหรับใช้ในหนัง

The story wasn’t true at all. I didn’t remember where I had heard it. While it is true that he collected the language of the people, it is not true that he actually paid for words. So that must have evolved in my imagination, and since it seemed to me to be a very poetic idea, I left it in.

Theo Angelopoulos

ในบรรดา Sequence Shot ของผกก. Angelopoulos ที่มีการผันแปรเปลี่ยนทางเวลาภายใน Lond Take ผมชื่นชอบฉากนี้ที่สุดแล้ว! เริ่มต้นจาก Alexandre แวะจอดรถริมแม่น้ำ จากนั้นเล่าเรื่องนักกวี Dionysios Solomos กล้องแพนนิ่งพานผ่านผืนน้ำ แล้วปรากฎภาพ Solomos ก้าวเดินขึ้นรถม้า … เป็นการใช้สายน้ำแทนกาลเวลาเคลื่อนไหล

แล้วตอนหวนกลับสู่ปัจจุบัน Solomos ซื้อคำศัพท์ของหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่ง ท่ามกลางเศษซากปรักพัก จากนั้น Alexandre และเด็กชายนิรนามก็เดินผ่าน แถมชะลอมองอีกฝ่ายอีกด้วยนะ นี่ไม่เพียงเป็นการซ้อนทับอดีต-ปัจจุบัน แต่สามารถสื่อถึงการส่งต่อไม้ผลัดจากรุ่นสู่รุ่น Solomos สู่ Alexandre สู่เด็กชายนิรนาม

อีกหนึ่ง Sequence Shot ถ่ายทำแบบ Long Take ความยาวเกือบๆห้านาที ไม่มีเสียงพูดคุย คำอธิบายใดๆ แต่ผู้ชมสามารถทำความเข้าใจได้ว่าคือบันทึกภาพงานแต่งงาน เท่าที่ผมหาข้อมูลได้น่าจะเป็นของชาติพันธุ์ Έλληνες του Πόντου แปลว่า Pontic Greeks หรือ Pontians อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของ Greece โดยเฉพาะเมือง Thessaloniki มีการเริงระบำ เกี้ยวพาราสีระหว่างคู่บ่าว-สาว

ขณะการเต้นรำกำลังดำเนินไป จู่ๆถูกขัดจังหวะโดย Alexandre วินาทีนั้นมีการสลับเปลี่ยนทิศทางมุมกล้อง เดินเข้ามาพูดคุยกับแม่บ้าน (ที่พบเจอตอนต้นเรื่อง) ฟากสุนัขตัวโปรดให้ช่วยเลี้ยงดูแล … การสลับมุมกล้องวินาทีนี้คือเปลี่ยนจากการจับจ้องมอง (Observation) เป็นเข้ามามีส่วนร่วม (Participate) ส่วนการฝากสุนัขให้แม่บ้านเลี้ยงดูแล คงเหมือนการปล่อยละวาง ยินยอมรับสภาพตนเอง ฝากอนาคตประเทศ Greece ให้คนรุ่นใหม่/ประชาชนระดับรากหญ้า

จากคำบอกเล่าของผกก. Angelopoulos เด็กชายนิรนามสามารถขายคำศัพท์ใหม่ให้กับ Alexandre จำนวน 3 คำ ประกอบด้วย

  • korfulamu ซับไตเติ้ลในหนังแปลว่า my little flower, แต่ผกก. Angelopoulos ให้ความหมายที่ถูกต้องว่า heart of a flower ได้ยินตอน Alexandre พยายามส่งเด็กชายนิรนามขึ้นรถโดยสารกลับบ้าน
    • in Greece the word is used to express the feeling of a child when it sleeps in the arms of its mother. It’s a kind of grandmother-word, which by chance I picked up myself, here in Thessaloniki, on the beach.
  • xenitis แปลว่า exile, เด็กชายขายให้ตอน Alexandre นั่งชมวิวอยู่ริมทะเล
    • Xenos is the word for stranger, but xenitis is the one who finds himself in the situation of being a stranger, and it describes the feeling of being a stranger. Or a feeling of exile.
  • argathini แปลว่า very late in the night, เด็กชายกล่าวขึ้นตอนกำลังจะขึ้นเรือสินค้า เดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังสหรัฐอเมริกา

คำศัพท์แรก korfulamu แทนความรัก ความใกล้ชิดสนิทสนม, xenitis สำแดงความรู้สึก การมีตัวตน-ไร้ตัวตน และ argathini เป็นคำสื่อถึงเวลา ยามวิกาล ชีวิตใกล้โรยรา … ทั้งสามคำนี้ถือเป็นบทสรุปชีวิตของ Alexander = ผกก. Angelopoulos อดีตเคยอบอวลด้วยความรัก ปัจจุบันกลับรู้สึกเหมือนไร้ตัวตน ใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดลมหายใจ

The first word stands for everything that is love, closeness, intimacy, with whoever it may be, your mother or your lover. The second expresses the existential side of the story. The state of the soul. And the third expresses time.

Those are the three words Alexander finds in the course of his game with the boy, and which at the same time somehow comment on the life he has lived. They are the three words the boy leaves with him when he goes away. They stand for his path, they summarize his life.

Theo Angelopoulos

ฉากย้อนอดีตทั้งสามสี่ครั้ง สังเกตว่า Alexandre มักทำอะไรแปลกแยก แตกต่างจากใครอื่น อย่างครั้งนี้ที่ทุกคนชักชวนกันไปลงเล่นน้ำทะเล (เบื้องล่าง) แต่เขากลับต้องการปีนป่ายขึ้นบนโขดหิน (เบื้องบน) มายังหินแกะสลักชื่อบุคคลในความทรงจำ “Christos… Vassilis… Alexandre… Summer ’39” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฤดูร้อนปี ค.ศ. 1939 มีเหตุการณ์อะไรบังเกิดขึ้น? วันเกิดของ Alexandre หรือเปล่านะ?

พอหวนกลับมาปัจจุบัน ระหว่างกล้องค่อยๆ Tilt Down ลงจากท้องฟ้า จู่ๆมีการช่วยเหลือเด็กจมน้ำ ไม่รู้ล่องลอยมาจากไหน แวบแรกหลายคนคงตกอกตกใจ ครุ่นคิดว่าคือเด็กชายนิรนาม แต่ข้อสรุปของผมคือ Salim น่าจะถูกพวกพ่อค้ามนุษย์กระทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต แล้วโยนทิ้งศพลงทะเล … หลายคนอาจไม่เห็นด้วย เพราะเด็กคนนี้ดูตัวเล็กกว่าที่พบเห็นตอนต้นเรื่อง แต่ผมมองความสมเหตุสมผลของการแทรกใส่ซีนนี้เข้า ถ้าไม่ใช่ Salim แล้วจะเป็นใครได้อีก?

หนังไม่ได้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Salim ก็อย่างที่อธิบายไป น่าจะถูกกระทำร้ายโดยพวกพ่อค้ามนุษย์ (Salim เป็นคนขว้างก้อนหินใส่กระจก พยายามวิ่งหลบหนี ก่อนพบเจออีกทีนอนเป็นศพในโรงพยาบาล) ค่ำคืนนี้เด็กชายนิรนาม (เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าเป็นพี่น้อง หรือแค่เพื่อนร่วมหมู่บ้าน) จึงทำพิธีไว้อาลัยในตึกร้าง … Alexandre ยืนหลบอยู่ในเงามืดด้านหลัง เหตุการณ์นี้คงทำให้เขาหวนระลึกถึงการจากไปของภรรยากระมัง?

หลังเสร็จจากพิธีไว้อาลัย Alexandre ดูเร่งรีบ ก้าวออกเดินข้ามถนน แต่สังเกตดีๆเขาเดินอยู่กึ่งกลางถนนสักพักใหญ่ๆ (คงสะท้อนความรู้สึกครึ่งๆกลางๆ ไม่รู้จะทำอะไรยังไง) ดำเนินผ่านป้ายโฆษณา วงดนตรี ธนาคารแห่งใหม่? ก่อนข้ามมาอีกฟากฝั่งหนึ่ง … ป้ายโฆษณาทั้งสองอาจสื่อถึง ชื่อเสียง+เงินทอง เมื่อตอนเราแก่ตัวลง มันก็ไม่หลงเหลือคุณค่าความสำคัญใดๆ เพียงชีวิตกับความตาย นั่นอาจคือเหตุผลที่ทำให้เขาเร่งรีบไปหามารดา พูดคุย และบอกลา

Alexandre เดินทางมาเยี่ยมเยียนมารดาล้มป่วยอยู่โรงพยาบาล ย้อนรอยกับตอนไปหาบุตรสาว (เปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน)

  • เริ่มต้นกล้องถ่ายจากฟากหนึ่ง พูดคุยกันนิดหน่อยก่อนมารดาลุกขึ้นไปเปิดผ้าม่านหน้าต่าง หวนระลึกถึงความทรงจำวันวาน
  • พอตัดกลับมาปัจจุบัน กล้องสลับเปลี่ยนมุมมองทิศทางตรงกันข้าม มารดาเดินกลับมานอนบนเตียง หลังพูดคุยเสร็จสิ้น ก้าวออกจากห้องท่ามกลางความมืดมิด
    • หัวข้อสนทนาครั้งนี้เหมือนระบายอารมณ์อัดอั้น รำพันความรู้สึกผิดหวังในชีวิตของ Alexandre

ผมไม่แน่ใจว่ามารดาล้มป่วยอัลไซเมอร์หรืออย่างไร แต่ดูจากสภาพก็พอบอกได้ว่าเธอไม่แตกต่างจากบุตรชาย โหยหาคร่ำครวญถึงอดีต หวนระลึกความทรงจำวันวาน ไม่สามารถปล่อยละวาง เลยจมปลักอยู่กับความทุกข์ทรมาน

มีเวลาเหลือประมาณ 1-2 ชั่วโมง Alexandre จึงชักชวนเด็กชายขึ้นรถโดยสารออกทัวร์รอบเมือง Thessaloniki พบเห็นเหตุการณ์ประหลาดๆ บรรยากาศดูเหนือจริง (Surreal) ผมเองก็ไม่รู้จะวิเคราะห์ยังไง

  • ชายถือธงสีแดง ก็ไม่รู้คอมมิวนิสต์? ธงชาติ Algeria? แต่มักคือสัญลักษณ์ของเลือดเนื้อ การต่อสู้
  • คู่รักนักศึกษา เขาพยายามพร่ำพรอดบอกรัก แต่เธอกลับแสดงออกว่าเบื่อหน่าย ก่อนขอลงกลางทาง
  • คนสวมใส่ชุดเหลือง ปั่นจักรยานไล่ตามรถโดยสาร
    • คุ้นๆว่าเคยพบเห็นคนสวมใส่ชุดเหลือในภาพยนตร์ Landscape in the Mist (1988)
  • วงดนตรีทรีโอ้ (Trio) ขึ้นมาบรรเลง Eternity Theme
    • นี่ก็ชวนนึกถึง Landscape in the Mist (1988) ที่มีฉากนักไวโอลินเข้ามาเล่นดนตรีให้เด็กชายฟัง
  • ชายแต่งตัวเหมือน Dionysios Solomos กล่าวบทกวี The Day of Easter
    • The last cool star of dawn was
      foretelling the brightest sunshine;
      no cloud, no drift of mist was travelling
      across any part of the sky.
      Coming from there, the breeze
      blew so sweetly across the face,
      so gently, that it seemed
      to whisper to the depths of the heart:
      ‘Life is sweet and death is darkness.’

This sequence was completely different in the script. What you see on the screen is the result of improvisation on the set. Originally, it was supposed to be a very realistic sequence, both the image and the sound. But as I was shooting it, I sense that I should convey here a feeling of time standing still. Which is the reason the original scene was changed.

Theo Angelopoulos

เมื่อไม่อาจหวนกลับบ้านที่ Albania รวมถึง Alexandre ไม่สามารถให้การดูแลเด็กชายนิรนามไปมากว่านี้ เขาจึงตัดสินใจ(แอบ)ขึ้นเรือสินค้า ออกเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังสหรัฐอเมริกา แต่ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกว่าภาพตอนกำลังปิดประตูท้ายเรือ มันช่างดูเหมือนการถูกกลืนกิน อนาคตดับสิ้น

หลังจากส่งเด็กชายขึ้นเรือสินค้า Alexandre ขับรถมาหยุดจอดแน่นิ่งกลางสี่แยกไฟแดง ไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้จะเดินทางไปไหน ไร้เป้าหมายชีวิต ติดอยู่ท่ามกลางความครุ่นคิดของตนเอง, จนกระทั่งฟ้าหลังฝน เช้าวันใหม่ สลับเปลี่ยนมุมกล้องมาถ่ายจากด้านหลัง สัญญาณไฟยังคงสีแดงห้ามผ่าน แต่เขากลับขับรถพุ่งทะยานออกไป โดยไม่สนห่าเหว กฎจราจร ราวกับค้นพบสิ่งสุดท้าย เป้าหมายปลายทาง

แทนที่เช้าวันใหม่ Alexandre จะเดินทางไปโรงพยาบาลตามกำหนดการนัดหมาย เขาเลือกหวนกลับหารากเหง้า เดินทางสู่บ้านตากอากาศที่ลูกเขยบอกว่ากำลังประกาศขาย กล้องขยับเคลื่อนเลื่อนไปยังห้องหับต่างๆ (ย้อนรอยกับการย้อนอดีตครั้งก่อน ตอนบรรดาญาติพี่น้องเดินทางมาเยี่ยมเยียน กล้องก็เคลื่อนเลื่อนไปรอบๆบ้านในทิศทางเดียวกัน) หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า สภาพจิตใจของเขาก็คงเฉกเช่นเดียวกัน

แม้ภายในบ้านไม่หลงเหลือสิ่งข้าวของอะไร แต่ภายในความทรงจำของ Alexandre ยังเต็มไปด้วยอดีตหอมหวน ส่งกลิ่นตลบอบอวน ก้าวออกไปเริงระบำครั้งสุดท้ายกับภรรยา (และบรรดาญาติพี่น้อง) บางคนอาจครุ่นคิดว่านี่คือการย้อนอดีตครั้งสุดท้าย บางคนมองว่าภาพหลอน/ความตาย (เพราะพื้นเปียกปอน ศาลาพังทลาย พานผ่านมรสุมชีวิต) วินาทีสุดท้ายก่อนหมดสิ้นลมหายใจ

“How long will tomorrow last?” คำตอบของภรรยาคือ “Eternity and a Day” อาจเพราะพรุ่งนี้ เป็นสิ่งไม่เคยมาถึงสักที มันเลยมีความเป็นนิรันดร์ กัปกัลป์ เยินยาวนานจนไม่สามารถกำหนดได้ และการบวกเพิ่มหนึ่งวันก็ไม่ได้ทำให้อะไรปรับเปลี่ยนแปลงไป

เกร็ด: ชื่อหนัง Eternity and a Day ถอดความมาจากบทละคอน As You Like It ของ William Shakespeare กล่าวโดยตัวละครชื่อ Orlando ในองก์ที่สี่ ซีนหนึ่ง “For ever and a day.”

ตัดต่อโดย Yannis Tsitsopoulos,

หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองชายสูงวัย Alexandre พรุ่งนี้จะต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล แต่วันนี้มันช่างเยิ่นยาวนาน ตั้งแต่เช้าพยายามจัดแจงสิ่งต่างๆ เดินทางไปพบเจอบุตรสาว ให้ความช่วยเหลือเด็กชายจาก Albanian เลือนลางระหว่างอดีต-ปัจจุบัน โลกความจริง-จินตนาการเพ้อฝัน (หรือจะมองว่าคือภาพเหนือจริง Surreal ก็ได้เช่นกัน)

  • อารัมบท
    • Opening Credit
    • (Flashback) เช้าวันหนึ่ง เด็กชาย Alexandre ลงไปว่ายน้ำเล่นกับเพื่อนๆ
  • วันสุดท้ายของ Alexandre
    • ผู้สูงวัย Alexandre ตื่นจากฝัน ร่ำลาแม่บ้าน
    • พาสุนัขตัวโปรดออกไปเดินเลียบอ่าว
    • ระหว่างขับรถผ่านสี่แยกไฟแดง ให้ความช่วยเหลือเด็กชายนิรนามหลบหนีตำรวจ
    • แวะเวียนไปเยี่ยมบุตรสาวที่อพาร์ทเม้นท์
    • (Flashback) ระหว่างบุตรสาวอ่านจดหมายมารดา ฉายภาพย้อนอดีตเมื่อเครือญาติแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน
    • ตัดกลับมาปัจจุบันเมื่อสามีของบุตรสาวออกจากห้องนอน ดูไม่ชอบพอพ่อสะใภ้สักเท่าไหร่
  • เด็กชายนิรนาม
    • Alexandre แวะเวียนไปซื้อยา แล้วพบเห็นเด็กชายนิรนามถูกลักพาตัว
    • แอบขับรถติดตาม พบเห็นพวกค้ามนุษย์ ตัดสินใจให้ความช่วยเหลือเด็กชายนิรนามคนนั้น
    • แวะพักกลางทาง พยายามสอบถามเป็นใครมาจากไหน โน้มน้าวให้ขึ้นรถโดยสาร
    • ต่อมาแวะคาเฟ่ ตั้งใจจะเหมาแท็กซี่ แต่เด็กชายก็ยังดื้อรั้น
    • Alexandre เลยขับรถพาเด็กชายนิรนามไปส่งชายแดน ก่อนอีกฝ่ายยินยอมพูดเล่าความจริง
  • Dionysios Solomos
    • พอหวนกลับมา จอดพักรถริมแม่น้ำสายหนึ่ง Alexandre เล่าประวัติของ Dionysios Solomos
    • (Flashback) ฉายภาพเล่าเรื่อง Dionysios Solomos
    • Alexandre เดินทางมายังชุมชนแห่งหนึ่ง พบเห็นงานแต่งงาน ก่อนเข้ามาขัดจังหวะฝากสุนัขตัวโปรดให้กับแม่บ้าน (ที่เพิ่งลาจากกันตอนต้นเรื่อง)
    • Alexandre นั่งพักริมอ่าว ละเล่นเกมกับเด็กชายให้ค้นหาคำศัพท์ใหม่ๆ
    • (Flashback) หวนระลึกความหลังตอน Alexandre นั่งเรือเล่นกับญาติๆ แล้วกลับขึ้นชายฝั่ง
  • Selim
    • เด็กชายหายตัวไป ออกติดตามหาจนพบเจอนอนสลบอยู่ในตึกร้าง
    • Alexandre เดินทางมายังโรงพยาบาล ก่อนเด็กชายพบเจอเพื่อนสนิท Selim ถูกกระทำร้ายเสียชีวิต
    • ค่ำคืนนั้นเด็กชายทำพิธีไว้อาลัย Salim ในตึกร้าง
    • Alexandre แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนมารดาล้มป่วยหนัก
    • (Flashback) หวนระลึกความหลัง พูดคุยมารดา ก่อนฝนเทลงมา
    • Alexandre และเด็กชายขึ้นรถโดยสาร พานผ่านเหตุการณ์เหนือจริงมากมาย
  • ถึงเวลาร่ำลา
    • Alexandre ขับรถมาส่งเด็กชายขึ้นเรือสู่สหรัฐอเมริกา
    • เช้าวันถัดมา Alexandre แวะเวียนกลับไปยังบ้านหลังเก่า
    • (Flashback) หวนระลึกความหลังเมื่อฝนหยุดตก เริงระบำกับภรรยา

แม้การดำเนินเรื่องจะมีฉายภาพย้อนอดีต หวนระลึกความทรงจำอยู่บ่อยครั้ง แต่ผมไม่รู้สึกถึงความซับซ้อนสักเท่าไหร่ ผกก. Angelopoulos พยายามทำออกมาให้ดูลื่นไหล เข้าใจง่าย สร้างสัมผัสกวีภาพยนตร์ … คือถ้าคุณเคยพานผ่านหลายๆผลงานของผกก. Angelopoulos จะรู้สึกเพลิดเพลิน ผ่อนคลายเสียด้วยซ้ำ

ผมรู้สึกว่าผกก. Angelopoulos ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านระหว่างการย้อนอดีต หรือหวนกลับสู่ปัจจุบันเป็นอย่างมากๆ พยายามสรรหาวิธีการให้มันดูต่อเนื่อง ลื่นไหล และสร้างสัมผัสกวีภาพยนตร์ … ผมคงไม่เขียนให้ครบทุกฉากนะครับ แค่เอาบางช็อตที่ดูน่าประทับใจ

  • เด็กชาย Alexandros และผองเพื่อนกำลังวิ่งลงทะเล → Cross-Cutting สู่อีกภาพท้องทะเล แล้วค่อยๆซูมออกพบเห็นชายสูงวัย Alexandros ตื่นขึ้นมา
  • ณ อพาร์ทเม้นท์ของบุตรสาว Alexandros ลุกจากโซฟา กำลังจะก้าวออกสู่ระเบียง → สลับเปลี่ยนมุมกล้อง ย้อนเวลากลับหาอดีต ก้าวออกสู่ระเบียงพบเจอภรรยาเมื่อครั้นยังมีชีวิต
  • ระหว่างเดินเลียบแม่น้ำ Alexandros เล่าเรื่องของ Dionysios Solomos ให้เด็กชายนิรนาม → กล้องแพนนิ่งพานผ่านผืนน้ำ ย้อนเวลาสู่เหตุการณ์ที่ Solomos เดินทางกลับถึงประเทศ Greece เมื่อศตวรรษที่ 19
  • Alexandros ยืนโบกเรืออยู่ตรงหน้าผา กล้องค่อยๆ Tilt Up ขึ้นบนท้องฟ้า → ตัดกลับมาปัจจุบัน พบเห็นเครื่องบินแล่นผ่าน กล้องค่อยๆ Tilt Down กลับสู่ภาคพื้น
  • มารดารักษาตัวในโรงพยาบาล เธอเปิดผ้าม่าน กล้องแพนนิ่งมายังกระจกสะท้อนภาพ Alexandros → ฉายภาพย้อนอดีต Alexandros วิ่งลงมาจากโขดหินมานั่งพูดคุยกับมารดา
    • การที่กล้องแพนนิ่งมายังกระจกสะท้อนภาพ Alexandros น่าจะเพื่อสื่อถึงความทรงจำของเขาต่อเหตุการณ์ในอดีต (ไม่ใช่ความทรงจำของมารดา)
  • ฉากสุดท้ายของหนัง Alexandros เดินทางไปเยี่ยมเยียนบ้านหลังเก่า กล้องค่อยๆเคลื่อนเข้าหา → ตัดภาพขณะเปิดประตูก้าวผ่านกาลเวลา ย้อนกลับหาอดีต พบเห็นบรรดาญาติพี่น้องอยู่ภายนอก ออกไปเริงระบำร่วมกับภรรยาครั้งสุดท้าย

เพลงประกอบโดย Eleni Karaindrou, Ελένη Καρ αΐνδρου (เกิดปี ค.ศ. 1941) นักแต่งเพลงสัญชาติ Greek เกิดที่ Teichio, Phocis แล้วไปเติบโตกรุง Athens ร่ำเรียนเปียโน ทฤษฎีดนตรีจาก Hellenic Conservatory แล้วยังมีความสนใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี, ช่วงระหว่าง Regime of the Colonels (1967-74) เธออาศัยอยู่ Paris ร่ำเรียนมานุษยดนตรีวิทยา (Ethnomusicology), เรียบเรียงออร์เคสตรา และฝึกฝนดั้นสด Jazz, หลังปี ค.ศ. 1974 หวนกลับประเทศ Greece เปิดห้องแลปดนตรีพื้นบ้าน Laboratory for Traditional Instruments ที่ศูนย์วัฒนธรรม ORA Cultural Centre ทำเพลงประกอบละคอนเวที ภาพยนตร์ Periplanissi (1979) เข้าตาผู้กำกับ Theo Angelopoulos ร่วมงานกันตั้งแต่ Voyage to Cythera (1984) จนถึงเรื่องสุดท้าย

งานเพลงของ Karaindrou มีความเคลื่อนคล้อย ล่องลอย มักบรรเลงจังหวะ Waltz แล้วผันแปรเปลี่ยนเครื่องดนตรีบรรเลงไปเรื่อยๆ ไวโอลิน เชลโล่ โอโบ คาริเน็ต เฟรนช์ฮอร์น แอคคอร์เดียน แมนโดลิน ฯ ท่วงทำนองเดิมเล่นซ้ำไปซ้ำมา เวียนวงกลม ไม่รู้จักจบสิ้น (เวลาเต้นรำเพลง Waltz ก็มักเวียนวงกลมไปรอบห้อง)

By The Sea (เพลงนี้คือ Opening Credit) มันก็คือ Variation ของ Eternity Theme ที่บรรเลงด้วยเปียโน ท่วงทำนองเดียวกันเป๊ะๆ แต่สร้างสัมผัสทางอารมณ์แตกต่างไป โหยหวน คร่ำครวญ ครุ่นคิดถึงอดีต ช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ ความทรงจำฝังอยู่ภายใน อยากย้อนเวลากลับไป

ในฉากย้อนอดีตบนเรือ เริ่มต้นด้วยการเริงระบำ The Bird of Scobie (เคยใช้ในภาพยนตร์ The Travelling Players (1975), Voyage to Cythera (1984)) เพลงแนวเสียดสีล้อเลียน (satire song) ต่อต้านกษัตริย์/จักรวรรดินิยม

จากนั้นติดตามด้วยบทเพลงสุดแสนโรแมนติก Άσμα ασμάτων อ่านว่า Asma asmaton แปลว่า Song of Songs แต่งโดย Mikis Theodorakis, คำร้องโดย Iakovos Kabanellis … https://www.youtube.com/watch?v=RbPIM860uAY

ต้นฉบับภาษากรีกคำแปลอังกฤษ
Τι ωραία που είν’ η αγάπη μου
Με το καθημερνό της φόρεμα
Κι ένα χτενάκι στα μαλλιά
Κανείς δεν ήξερε πως είναι τόσο ωραία

Κοπέλες του ‘Αουσβιτς
Του Νταχάου κοπέλες
Μην είδατε την αγάπη μου

Την είδαμε σε μακρινό ταξίδι
Δεν είχε πιά το φόρεμά της
Ούτε χτενάκι στα μαλλιά

Τι ωραία που είν’ η αγάπη μου
Η χαϊδεμένη από τη μάνα της
Και τ’ αδελφού της τα φιλιά
Κανείς δεν ήξερε πως ειναι τόσο ωραία

Κοπέλες του Μαουτχάουζεν
Κοπέλες του Μπέλσεν
Μην είδατε την αγάπη μου

Την είδαμε στην παγερή πλατεία
Μ’ ένα αριθμό στο άσπρο της το χέρι
Με κίτρινο άστρο στην καρδιά

Τι ωραία που είν’ η αγάπη μου
Η χαϊδεμένη από τη μάνα της
Και τ’ αδελφού της τα φιλιά
Κανείς δεν ήξερε μως είναι τόσο ωραία
How beautiful is my love
With her everyday dress
And with the comb in her hair.
No one knew that she’s so beautiful

You girls of Auschwitz,
You Dachau girls,
Have you seen my love, perchance?

We saw her on a long journey.
She no longer wore her dress
Nor her comb in her hair.
How beautiful is my love,

Pampered by her loving mother,
And her brother’s kisses.
No one knew that she’s so beautiful

You girls of Mathausen,
You girls of Belsen,
Have you seen my love, perchance?

We saw her standing in the frozen square
With a number on her white arm,
A yellow star over her heart.

How beautiful is my love,
Pampered by her loving mother,
And her brother’s kisses.
No one knew that she’s so beautiful

เท่าที่ผมหาข้อมูลได้พิธีแต่งงานน่าจะเป็นของชาติพันธุ์ Έλληνες του Πόντου แปลว่า Pontic Greeks หรือ Pontians อาศัยอยู่เยอะทางตอนเหนือของ Greece โดยเฉพาะเมือง Thessaloniki ซึ่งจะมีวัฒนธรรม การแต่งกาย อาหารการกิน เครื่องดนตรี ท่าเต้นพื้นบ้านอย่าง Serra (หรือ Pyrrhichios) ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่าง … บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีแอคอร์เดียน และ Kemenche (Lyra ของชาว Pontians)

Eternity and a Day (1998) นำเสนอเรื่องราวของชายสูงวัย กับชีวิตที่อาจเป็นวันสุดท้าย แต่มันช่างเยิ่นยาวนาน พานผ่านเหตุการณ์วุ่นๆวายๆ รู้สึกเหมือนยังมีอะไรให้ต้องทำอีกมากมาย ถึงอย่างนั้นเขามิอาจเอาชนะสังขารอายุ ขีดจำกัดร่างกาย เมื่อวันนี้สิ้นสุดลง ความตายใกล้เข้ามาเยือน ก็ถึงเวลาต้องปล่อยละวางจากทุกสรรพสิ่งอย่าง

พล็อตเรื่องของ Eternity and a Day (1998) มีความละม้ายคล้าย The Beekeeper (1986) ชายสูงวัยปลดเปลื้องภาระทุกสิ่งอย่าง แต่ความแตกต่างคือเรื่องนั้นนำเสนอผ่านมุมมองบิดา Spyros, ขณะที่เรื่องนี้ Alexandros คือตัวตายตัวแทนผกก. Angelopoulos ถึงเวลาจะเล่าเรื่อง ‘ความสูงวัย’ ผ่านมุมมองของตนเอง!

อีกความแตกต่างคือบิดา Spyros แทบไม่หลงเหลือเยื่อใยกับอดีต (นั่นอาจเพราะผกก. Angelopoulos เพียงสังเกตจากบิดาตนเอง ยังไม่รับรู้ เข้าใจความรู้สึกภายใน), ตรงกันข้ามกับ Alexandros = ผกก. Angelopoulos เต็มไปด้วยความโหยหา คร่ำครวญ อยากหวนย้อนเวลากลับไป เลือนลางระหว่างอดีต-ปัจจุบัน วันแห่งความสุขไม่เคยเลือนหายจากความทรงจำ

ผกก. Angelopoulos สรรค์สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ตอนอายุย่างหกสิบ ก็ถือว่าเข้าสู่ช่วงสูงวัย แม้ร่างกายยังแข็งแรง แต่การพบเห็นเพื่อนสนิทมิตรสหาย หลายคนตายจากไปก่อนวัยอันควร สร้างความตระหนักถึงชีวิต-ความตาย เส้นแบ่งบางๆที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

During the Greek Civil War, my father was imprisoned and condemned to death; when I was nine, my mother took me into a room full of corpses to identify his body. How could I not be deeply marked by that, as I am by all the moments of happiness and sadness, the language, the landscape, and so on?

Theo Angelopoulos

เรื่องราวของหนังสะท้อนแนวคิดของ Martin Heidegger (1889-1976) นักปรัชญาชาวเยอรมัน ในช่วงสงครามโลกครั้งสองเคยให้การสนับสนุน Nazi Germany แต่พอพบเห็นความพ่ายแพ้ย่อยยับเยิน เลยตั้งคำถามการดำรงอยู่ของมนุษย์ เราสามารถครุ่นคิดกระทำสิ่งต่างๆ สร้างอุดมการณ์/ความหมายชีวิต แต่ทว่าเมื่อถึงจุดๆหนึ่งจักค้นพบขีดจำกัดที่มิอาจก้าวผ่าน … นั่นก็คือความตาย

สไตล์ภาพยนตร์ของผกก. Angelopoulos แน่นอนว่าต้องสามารถวิเคราะห์ในเชิงมหภาพ ซึ่งเรื่องนี้มีการกล่าวถึง Dionysios Solomos ผู้บุกเบิกบทกวีกรีกที่นำจากภาษาพูดของประชาชน (บทกวีก่อนหน้านี้มักเป็นภาษาระดับสูง เข้าไม่ถึงผู้คนรากหญ้า) จึงมักถูกมองในเชิงสัญลักษณ์ถึงอิสรภาพ การรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวกัน … แต่ทว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Alexandros (ที่เป็นตัวแทนของ Solomos) และเด็กชายนิรนามลี้ภัยมาจาก Albania สะท้อนสถานการณ์ไม่สงบ ความแตกแยกในคาบสมุทรบอลข่านที่ไม่รู้จักจบจักสิ้น

At the time it was usual to write in a Greek that today we call “Katarevusa.” Solomos wrote in what we now call “Demotiki,” the language of the people.

สามคำศัพท์ที่เด็กชายขายให้กับ Alexandros แล้วได้ยินอีกครั้งตอนจบของหนัง “korfulamu” (my little flower), “xenitis” (exile), “argathini” (very late in the night) อาจเรียกว่าบทสรุปชีวิตของผกก. Angelopoulos พอแก่ตัวลง (เข้าสู่วัยดึก) ก็โหยหาช่วงเวลาแห่งความสุขในอดีต รู้สึกแปลกแยกในบ้าน/ประเทศของตนเอง “I feel like a stranger who is still seeking for his own home.” อยากจะทำบางสิ่งอย่างแต่เหมือนมันสายเกินจะทำอะไร

Eternity and a Day (1998) เป็นหนังที่เต็มไปด้วยสองสิ่งตรงกันข้ามที่สามารถเติมเต็มกันและกัน ในมุมของผกก. Angelopoulos นั่นคือลักษณะของกวีภาพยนตร์ พยายามเลือนลางอดีต-ปัจจุบัน โลกความจริง-จินตนาการเพ้อฝัน ก้าวข้ามขอบเขตพรมแดน ขีดจำกัดร่างกาย-จิตใจ ชีวิต-ความตาย นิรันดร์บวกหนึ่ง


เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ยังเทศกาลหนังเมือง Cannes เสียงตอบรับดียอดเยี่ยม ประธานกรรมการปีนั้น Matin Scorsese มอบรางวัล Palme d’Or ด้วยคะแนนเสียงอย่างเป็นเอกฉันท์ (Unanimous) และยังสามารถคว้าอีกรางวัล Prize of the Ecumenical Jury … คราวก่อนผิดหวังกับ Ulysses’ Gaze (1995) ครั้งนี้เลยไม่ได้คาดหวังอะไร แต่การคว้ารางวัล Palme d’Or ต้องถือเป็นความสำเร็จสูงสุดในอาชีพของผกก. Angelopoulos

Getting the Palme d’Or is like having a date with a woman. Ulysses and me, we were at the date, but the Palm did not show up. This time the Palme d’Or came, probably because I did not expect it.

Theo Angelopoulos

พอหวนกลับมาเข้าฉายเทศกาล Thessaloniki Film Festival สามารถกวาดรางวัลได้ถึง 7 สาขา ประกอบด้วย

  • Best Film
  • Best Director
  • Best Supporting Actress (Eleni Gerasimidou)
  • Best Screenplay
  • Best Set Decoration
  • Best Costume Design
  • Best Music

และหนังยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศ Greece ลุ้นรางวัล Oscar: Best Foreign Language Film คงเพราะถูกมองว่าเป็น ‘art house’ เลยไม่สามารถผ่านเข้ารอบใดๆ

ปัจจุบันแม้หนังยังไม่ได้รับการบูรณะ แต่พบเห็นการแสกน HD สำหรับจัดจำหน่าย Blu-Ray ของค่าย Trigon Film และ Kinokuniya (ญี่ปุ่น) … ผลงานอื่นๆของผกก. Angelopoulos แทบไม่มีใครเหลียวแล แต่พอเป็นหนังรางวัล Palme d’Or เลยได้รับความสนใจมากพิเศษ

แม้ว่า Eternity and a Day (1998) จะไม่ใช่ผลงานเรื่องสุดท้ายของผกก. Angelopoulos แต่ผมสัมผัสถึงความตั้งใจ(ให้เป็นเรื่องสุดท้าย) คือถ้าหลังจากนี้เป็นอะไรไป ไม่สามารถสรรค์สร้างภาพยนตร์ได้อีก ก็คงไม่รู้สึกสูญเสียดาย แถมการคว้ารางวัล Palme d’Or กลายเป็นจุดสูงสุดในอาชีพการงาน

Every time I make a film, I say it might be my last, but then …. It’s like two old men at a cafe. It’s spring. They’re watching the world go by, especially beautiful women. They watch one walk off into the distance. One guy says, ‘How long do we do this?’ And his friend replies, ‘Until the end.’ For me, it’s like that with cinema.

ผมค่อนข้างสองจิตสองใจว่าจะเก็บบทความนี้ไว้ช่วงบั้นปลายของ raremeat.blog ดีไหม? เป็นกวีภาพยนตร์รำพันถึงชีวิต-ความตาย ได้อย่างดงาม ตราตรึง อาจไม่ถึงขั้น “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” แต่เคลือบแฝงนัยยะความหมาย ปรัชญาชีวิตลุ่มลึกล้ำ พรุ่งนี้คือชั่วนิรันดร์บวกหนึ่ง … เชื่อว่าหลายคนคงรออ่านเรื่องนี้อยู่ และจะได้ปิดท้ายผลงานของ Theo Angelopoulos อย่างไม่ติดค้างคาใจ

จัดเรตทั่วไป แต่เด็กๆคงดูไม่เข้าใจ

คำโปรย | Eternity and a Day ขอบเขตระหว่างชีวิต-ความตาย พรุ่งนี้คือชั่วนิรันดร์บวกหนึ่ง
คุณภาพ | นิรั
ส่วนตัว | บวกหนึ่ง

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: