ParaNorman (2012)

ParaNorman

ParaNorman (2012) hollywood : Sam Fell, Chris Butler 

จากสตูดิโอ Laika ผู้สร้าง Stop-Motion อนิเมชั่นชื่อดัง ด้วยความพยายามผสมผสานความเชื่อเรื่องแม่มด เข้ากับ Zombie ผีและจิตวิญญาณ ให้กลายเป็นนิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก เล่าเรื่องง่ายๆให้เกิดความสนุกสนานขบขัน สะท้อนเสียดสีทัศนคติประชาทัณฑ์ของมนุษย์ แม้จะแฝงข้อคิดดีมีสาระประโยชน์ แต่หาได้มีความกลมกล่อมลงตัวแม้แต่น้อย

กระนั้นอนิเมชั่นเรื่องนี้กลับได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ถึงขนาดเข้าชิง Oscar, BAFTA, Annie Awards แทบทุกสถาบันที่มีสาขา Best Animated Feature

หลังจากผลงาน Debut ของสตูดิโอ Laika เรื่อง Coraline (2009) ออกฉาย ก็ถึงเวลามองหาโปรเจคถัดไป แต่ผู้กำกับ Henry Selick ตัดสินใจรับการทาบทามและย้ายไปอยู่ PIXAR สร้างความระส่ำระส่ายให้เกิดขึ้น จำต้องสรรหาทาบทามบุคคลผู้มีประสบการณ์ทำงานค่อนข้างสูง ติดต่อได้ Sam Fell ผู้กำกับอนิเมชั่นสัญชาติอังกฤษ ผลงานอย่าง Flushed Away (2006), The Tale of Despereaux (2008) ฯ แม้จะไม่เคยสร้างภาพยนตร์ Stop-Motion อนิเมชั่น แต่ก็ถือว่ามีความรู้ความสามารถในด้านการกำกับค่อนข้างสูง

จุดเริ่มต้นของอนิเมชั่นเรื่องนี้มาจากนักวาด Storyboard สัญชาติอังกฤษ Chris Butler ผู้อยู่เบื้องหลัง Corpse Bride (2005), Coraline (2009) ฯ มีความสนใจเรื่องราวของ Zombie ที่มักถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์สะท้อนเสียดสีสังคม มันคงน่าทึ่งไม่น้อยถ้าสร้างให้เด็กๆรับชมได้ แล้วยังแฝงข้อคิดให้กับผู้ใหญ่เช่นกัน, หลังจากนำเสนอโปรเจคนี้กับสตูดิโอ พิจารณาผ่านได้รับอนุมัติกลายเป็นผู้เขียนบท และด้วยประสบการณ์ที่เคยทำงาน Stop-Motion มาก่อน เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาถือเครดิตกำกับร่วม Sam Fell เพื่อเติมเต็มสิ่งที่พวกเขาต่างขาดหายไป

เมืองเล็กๆชื่อ Blithe Hollow, Massachusetts เด็กชายวัย 11 ขวบ Norman Babcock (พากย์เสียงโดย Kodi Smit-McPhee) มีความสามารถพิเศษพูดคุยกับวิญญาณทั้งหลายในเมืองได้ แต่กลับไม่มีใครเชื่อในตัวเขาแม้แต่คนในครอบครัว แล้ววันหนึ่งเมื่อลุงของเขา Mr. Prenderghast (พากย์เสียงโดย John Goodman) ได้เสียชีวิตลงกลายเป็นผีมาฝากฝังภาระด้วยการบอกว่า คำสาปของแม่มดกำลังจะหวนคืนกลับมา มีแต่เขาเท่านั้นที่จะสามารถหยุดยั้งได้ … แน่นอนว่าค่ำคืนนั้นต้องมีเหตุการณ์ผิดพลาด ทำให้ซอมบี้ออกเพ่นพร่านทั่วเมือง Norman ในเมื่อหาทางป้องกันไม่ได้แล้วก็หลงเหลือเพียงวิธีการเดียว

ลักษณะเด่นของ Norman Babcock คือทรงผมตั้งเด่ปัดไม่ลง (เหมือนคนถูกผีหลอก) สำหรับเขา คนน่ากลัวกว่าผี เพราะถูกกลั่นแกล้งสารพัดสารเพทั้งๆที่ไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนอะไรให้ แต่เจ้าตัวก็มิเคยคิดติดใจต้องการล้างแค้น แค่เกิดความเบื่อหน่ายต้องการใครสักคนสามารถรับฟัง เข้าใจ และกลายเป็นเพื่อนร่วมทุกข์สุขได้

แต่ก็มีมนุษย์เพื่อนคนหนึ่ง Neil Downe (พากย์เสียงโดย Tucker Albrizzi) เด็กอ้วนที่มักถูกใครๆกลั่นแกล้งเช่นกัน เลยพยายามเข้าหา Norman โดยไม่ปฏิเสธกีดกันในคำอ้างว่าเห็นผีจริงๆ ร่วมหัวจมท้ายแม้จะพึ่งพาอะไรไม่ได้ แต่ก็ส่งกำลังใจช่วยเสมอมา

Mr. Prenderghast ชายสูงวัยร่างใหญ่กระเซอะกระเซิง เป็นคนนอกคอกไม่มีใครคบหาสมาคมด้วย แต่เพราะสามารถเห็นผีวิญญาณ ทำให้รับรู้เข้าใจหลานรัก Norman เป็นอย่างดี จึงพยายามส่งมอบภาระหน้าที่ของตนเองให้ เมื่อหมดปลดทุกข์เสร็จแล้วก็รีบหนีขึ้นสวรรค์อย่างหมดห่วงโดยทันที

พี่สาวของ Norman ชื่อ Courtney Babcock (พากย์เสียงโดย Anna Kendrick) อายุ 17 ปี เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ชื่นชอบการคุยโทรศัพท์กับเพื่อน สะโพกบั้นท้ายใหญ่ (สนใจแต่เรื่องใต้สะดือ) ตกหลงรักหนุ่มกล้ามโต Mitch Downe (พากย์เสียงโดย Casey Affleck) พี่ชายของ Neil แต่เพราะเขาเป็นเกย์เลยมิได้สนใจใยดีเธอ

เกร็ด: นี่เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องแรกของโลก ที่มีตัวละครพูดออกมาเปิดเผยตัวเองว่าเป็นเกย์

โปรดักชั่นของอนิเมชั่นเรื่องนี้อยู่ที่สตูดิโอ Laika ณ Hillsboro, Oregon ใช้เวลาสร้างถึง 3 ปี (เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2009) ต่อยอดจาก Coraline (2009) ใช้เครื่องพิมพ์สามมิติสร้างสรรค์ผลงานทั้งหมด แต่คราวนี้มีเครื่อง Inkjet ที่สามารถพ่นสีได้เลย ช่วยลดระยะเวลาการทำงานไปได้มาก และด้วยเหตุนี้จึงสามารถพิมพ์หุ่นออกมาได้จำนวนมหาศาล, น่าจะเป็น Stop-Motion อนิเมชั่น เรื่องที่มีการใช้หุ่นตัวประกอบมากที่สุดในโลกขณะนั้น

“Quite often it’s the stop-motion movies that are more out there. They’re a little quirkier, they’re a little harder to pin down.

ถ่ายภาพโดย Tristan Oliver ด้วยความตั้งใจให้เป็นภาพยนตร์ 3 มิติ แต่แทนที่จะสิ้นเปลืองกับกล้องสองตัว Stereoscopic 3D ตั้งเอียงองศาต่างกัน ได้มีการสร้างอุปกรณ์เสริม (Camera Rig) ที่สามารถใช้กล้องตัวเดียวเคลื่อนเลื่อนตำแหน่ง ถ่ายภาพ 2 ช็อตจาก 2 องศาได้โดยไม่ต้องใช้กล้องถึงสองตัว (จะได้นำไปใช้ถ่ายมุมอื่นต่อไป), รุ่นที่ใช้คือ Canon EOS 5D Mark II DSLR จำนวน 60 ตัว

มีสองเทคนิคการถ่ายภาพเด่นๆ ที่ทำให้อนิเมชั่นเรื่องนี้มีความทันสมัยขึ้นมาก
– การปรับโฟกัส เบลอ-ชัด ถึงนี่เป็นเทคนิคในวงการภาพยนตร์มีมานมนากาเล แต่กับ Stop-Motion เรื่องก่อนๆหน้านี้มักจะเป็น Deep-Focus ทุกรายละเอียดด้านหน้า-พื้นหลังมีความคมชัดทุกระยะ เพิ่งเห็นเริ่มใช้เทคนิคนี้อย่างจริงจังจาก Coraline พัฒนาต่อยอดมาถึงอนิเมชั่นเรื่องนี้ จนกลายเป็นพื้นฐาน/มาตรฐานของการถ่ายภาพไปแล้ว

  • อีกเทคนิคหนึ่งคือ Contra-Zoom (Zoom out and Track in) หรือที่หลายคนอาจรู้จักในชื่อ Vertigo Zoom [จุดเริ่มต้นมาจาก Vertigo (1959) ของผู้กำกับ Alfred Hitchcock] คือถ้าเป็นกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวพอจะเข้าใจวิธีการได้ไม่ยาก คือทำการซูมไปพร้อมๆกับเคลื่อนกล้องเข้าออก แต่เมื่ออนิเมชั่นเรื่องนี้ใช้กล้องถ่ายภาพนิ่ง นี่แปลว่าต้องมีการคำนวณจังหวะที่กล้องเคลื่อนเข้าและทำการซูมออกไปพร้อมๆกัน

อนิเมชั่นเรื่องนี้มีการใช้ Visual Effect ด้วย Green-Screen เป็นปริมาณมาก ด้วยเทคนิควิธีการแบบเดียวกับภาพยนตร์เปะๆ ผสมผสานเข้าไปจนแยกกันแทบไม่ออก เพื่อเพิ่มความสมจริงอลังการตระการตา แค่เพียงแทนจะใช้นักแสดงก็ใช้ตัวละคร Stop-Motion แทนเข้าไป

Stop-Motion อนิเมชั่นเรื่องนี้ ได้รับการพัฒนามาถึงจุดที่สามารถทำทุกสิ่งอย่างเทียบเท่าการถ่ายทำภาพยนตร์แล้ว ข้อจำกัดที่ผมเคยพูดไว้ใน Coraline ได้ถูกทำลายลง ต่อจากนี้เราคงได้เห็นความแตกต่างหลากหลายที่มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ยุคทองของ Stop-Motion เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

เพลงประกอบโดย Jon Brion นักร้องนักแต่งเพลงสัญชาติอเมริกา โดดเด่นกับเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Magnolia (1999), Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004), Synecdoche, New York (2008) ฯ

เพื่อเป็นการเคารพคารวะหนังผี Zombie ในอดีต งานเพลงมีส่วนผสมของยุค 80s ใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เน้นสร้างบรรยากาศอันหลอกหลอนน่าสะพรึง หวนระลึก (Nostalgia) แต่เพราะราวกับ Stock Music เลยไม่ค่อยน่าจดจำเสียเท่าไหร่

อาจเพราะความที่เรื่องราวของอนิเมชั่นมีหลากหลายโทนอารมณ์ คล้ายจับฉ่าย เริ่มจากโดดเดี่ยวอ้างว้างซึมเศร้า ขณะซอมบี้ฟื้นคืนชีพก็หลอนๆสั่นสะท้าน แต่พอโจมตีเมืองกลายเป็นตลก เมื่อคำสาปได้รับการเฉลยสะท้อนเสียดสีสังคม และพอวิญญาณได้รับการปลดปล่อยจบลงด้วยโทนซาบซึ้งกินใจ ด้วยเหตุนี้เพลงประกอบเลยไม่สามารถนำเสนออารมณ์ใดหนึ่งออกมาแทนภาพยนตร์ทั้งเรื่องได้

Main Title เลยเลือกอารมณ์เหงาๆ อ้างว้างโดดเดี่ยวราวกับถูกทอดทิ้ง, นี่อาจมีนัยยะสะท้อนถึงค่านิยมสมัยก่อนๆ ภาพยนตร์ยุคเก่าๆที่หมดสิ้นความนิยมไปแล้ว กำลังถูกหลงลืมเลือน ไม่ได้รับการพูดถึงอีกต่อไปด้วย

ชื่ออนิเมชั่นเรื่องนี้ หลายคนคงคาดเดาได้ว่าแผลงมาจาก Paranormal ที่แปลว่าอาถรรพณ์ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เพราะตัวเอกชื่อ Norman เลยเปลี่ยนอักษรตัวท้าย L เป็น N กวนประสาทใช่เล่น สะท้อนความ Comedy ที่ไม่ค่อยตลกเท่าไหร่เข้าไปด้วย

ParaNorman เป็นเรื่องของการมองโลกในมุมที่ต่างออกไป, การที่เด็กชาย Norman มองเห็นผี ทำให้เขามีทัศนะความคิดแตกต่างจากคนอื่นทั่วไปที่มองไม่เห็น เมื่อได้รับรู้เรื่องราวของซอมบี้ และความจริงเกี่ยวกับคำสาปแม่มด แทนที่เขาจะยินยอมทำตามขนบธรรมเนียม รูปแบบสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา กลับคิดเห็นกระทำไปอีกอย่างตรงกันข้าม เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายทางเหมือนอย่างที่ใครๆนิยมทำกัน

ฝูงซอมบี้ในอนิเมชั่นเรื่องนี้ เป็นสัญลักษณ์ของคนที่ตกเป็นทาสความคิดเห็นแก่ตัวเอง พวกเขามืดบอดในการตัดสินผู้อื่น มีทัศนคติต่อสิ่งที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวไม่เข้าพวก แกะดำ ก็ปฏิเสธต่อต้านเสียงขันแข็ง จนได้รับคำสาปให้ตายแล้วไม่สามารถไปผุดเกิด เวียนว่ายกลายเป็นซอมบี้ ทนทุกข์ทรมานไม่รู้จักจบจักสิ้น, ความต้องการของพวกเขา ไม่ได้กระหายในเลือดหรือกัดกินทำร้ายใคร แค่อยากกลายเป็นอิสระจากพันธนการ สิ้นเวรสิ้นกรรมไปผุดไปเกิด ลาจากโลกใบนี้เสียที

ถึงเรื่องราวของอนิเมชั่นเรื่องนี้จะเป็นการสะท้อนเสียดสีแนวคิดของผู้คนในอดีต ที่ไร้อารยะ ประชาทัณฑ์หมู่ เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว แต่ก็เหมือนว่าสะท้อนกับผู้ชม คนยุคสมัยปัจจุบันที่ก็แทบไม่แตกต่างกัน, เราจะเห็นว่าชาวเมืองทั้งหลาย ในตอนแรกปฏิเสธยอมรับการเห็นผีของ Norman อย่างสิ้นเชิง พอพบเจอกับฝูงซอมบี้ก็เข้าตะลุมบอนหาเรื่องต่อยตี ใช้พวกมากรังแกชนกลุ่มน้อย เกิดทัศนคติต่อต้านปฏิเสธอย่างไวไว้ก่อน นี่แตกต่างอะไรกับคนที่กลายเป็นซอมบี้ที่ถูกแม่มดสาปแช่งกัน

ผู้คนสมัยนี้กำลังหลงใหลกับการประชาทัณฑ์ในโลก Social อย่างออกนอกหน้ามัวเมามัน มีบางสิ่งอย่างขัดหูขัดตาเกิดขึ้นก็รีบโพสกระทู้ตั้งประกาศ ให้นักสืบ pantip ล้วงลึกค้นหาความจริง เมื่อมุมมองเสี้ยวหนึ่งของเหตุการณ์ได้รับการเปิดเผย ผู้คนก็รุมทึ้งจิกกัดกินโดยไม่ทันรอฟังความของอีกฝ่าย พอผู้เดือดร้อนออกมาพูดบอกข้อเท็จจริง พวกอีกาทั้งหลายก็เงิบหน้าแตกทำตัวไม่ถูกขอโทษขอโพยไม่เป็น, ผมแทบไม่จำเป็นต้องยกตัวอย่างเหตุการณ์อะไรๆมาเลย ก็สามารถเห็นภาพเข้าใจกันได้ เพราะนี่กลายเป็นวงจรวัฎจักรล่าแม่มดของคนยุคสมัยนี้ ที่แทบไม่ต่างอะไรกับอดีต บทเรียนความผิดพลาดนี้ มีมานับครั้งไม่ถ้วนแต่กลับมิเคยจดจำฝังเข้าใจ เกิดดราม่า ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก อับอายขายขี้หน้าจนชาไม่สำนึก มันน่าอยู่ที่ไหนกันสังคมแบบนี้!

เรื่องราวของ ParaNorman ไม่ได้มีความเก่าเลยถ้าคุณคิดตามอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่คงมองข้ามเพราะคิดว่าอนิเมชั่นเป็นของสำหรับเด็ก หรือถ้ามีเวลารักชมก็จะคิดแบบเด็กๆไม่ได้สนใจใช้สมองอย่างจริงจัง ทำให้มองไม่เห็นคุณค่าความตั้งใจจริงของผู้สร้าง คนพวกนี้ไม่ต่างอะไรจากซอมบี้เลยนะ

ด้วยทุนสร้าง $60 ล้านเหรียญ ทำเงินในอเมริกา $56 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลก $107.1 ล้านเหรียญ ถือเป็น Stop-Motion อนิเมชั่นอีกเรื่องที่ไม่ได้กำไร ขาดทุนเล็กน้อยแต่คงได้ทุนคืนเมื่อจัดจำหน่ายขายแผ่นให้เช่าและบริการ Streaming

คงด้วยความสวยงามที่แฝงข้อคิด และโปรดักชั่นอลังการเน้นปริมาณ ทำให้ได้เข้าชิงแทบทุกสถาบันที่มี Best Animation Feature ได้บ้างไม่ได้รางวัลบ้างก็ไม่เป็นไร ถือว่าได้รับการจดจำเป็นเรื่องหนึ่งที่มีสาระคุณประโยชน์ อาจถึงระดับ Milestone เรื่องหนึ่งของวงการ Stop-Motion ด้วยซ้ำเลย

แต่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบอนิเมชั่นเรื่องนี้เท่าไหร่ ปัญหาอยู่ที่ความกลมกล่อม ไม่สามารถคลุกเคล้าหลากหลายโทนอารมณ์ให้มีความลงตัวได้ จนรู้สึกว่ามากล้นจนเกินไป, ช่วงขณะอันเลวร้าย ที่ทำให้ผมเบือนหน้าหนีคือตอนซอมบี้บุกเมือง จะเอาอารมณ์กลัว/ซีเรียสจริงจัง/ขบขัน อะไรก็ขอให้มันสักอย่างเถอะ ปั่นป่วนพลุกพร่านหงุดหงิดรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่เริ่มต้นมาสร้างอารมณ์บรรยากาศดีเลิศประเสริฐมากๆ แต่ดันมาตกม้ากลางทาง โชคดีวิ่งไล่กวดทันยังได้เข้าเส้นชัยตอนจบ

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ผมพบเจอคือ อนิเมชั่นเรื่องนี้ขาด’ลายเซ็นต์’ของศิลปิน คงเพราะสองผู้ถือเครดิตกำกับ Sam Fell, Chris Butler ไม่ได้มีความโดดเด่นเทียบเท่า Tim Burton หรือ Henry Selick กาลเวลาคงค่อยๆกัดกร่อนกลืนกินอนิเมชั่นเรื่องนี้ ให้ค่อยๆเลือนลางสูญไปอย่างแน่แท้

แนะนำกับคอ Stop-Motion อนิเมชั่นของสตูดิโอ Laika, แฟนๆแนว Horror Zombie จับฉ่ายในยุค 80s, ชื่นชอบนักพากย์อย่าง Anna Kendrick, Casey Affleck, John Goodman ไม่ควรพลาด

จัดเรต pg ผู้ใหญ่ควรรับชมร่วมกับเด็กเล็กๆ ที่คงขนลุกขนพอง สะดุ้งหลอนหวาดกลัวเป็นแน่

TAGLINE | “ParaNorman คือความพยายามที่มากล้นเกินไปของสตูดิโอ Laika จนขาดความเป็นเอกลักษณ์ แต่ก็สะท้อนเสียดสีบางสิ่งอย่างได้อย่างถึงกึ๋น”
QUALITY | THUMB UP
MY SCORE | SO-SO

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of