The Counterfeiters (2007)

The Counterfeiters

The Counterfeiters (2007) Austrian : Stefan Ruzowitzky ♥♥♥

หนึ่งในแผนการครองโลกของนาซี Operation Bernhard คือการปลอมแปลงธนบัตรเข้าไปในระบบหมุนเวียนเศรษฐกิจ เริ่มจากเงินปอนด์ ตามด้วยดอลลาร์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ‘Counterfeiters’ ล้วนเป็นชาวยิว มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะดึงตัวมาจากค่ายกักกัน, การันตีความยอดเยี่ยมด้วยรางวัล Oscar: Best Foreign Language Film

ผมหลงลืมไปสนิทเลยนะ เพิ่งมาหวนระลึกได้ระหว่างรับชม ว่าเคยดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์เมื่อตอนเข้าฉาย แสดงว่าโดยรวมไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจให้จดจำสักเท่าไหร่ แต่ถึงขนาดว่าคว้า Oscar สาขาต่างประเทศ แสดงว่ามันคงต้องมีดีบางอย่างบ้างละ

แต่ระหว่างรับชมผมก็เกาหัวไป บอกเลยว่าหาไม่พบสิ่งดีๆของหนังสักเท่าไหร่ จะมีก็แค่อภินันทนาการแชมเปญของบ่อนคาสิโน และแฟนสาวของพระเอก ที่ถึงปากบอกเสียดายเงินทั้งหมดที่สูญไป แต่เธอกลับยังเต้นรำกับเขาริมชายหาดใต้แสงจันทร์ เป็นอะไรที่งดงามอย่างบอกไม่ถูก

Adolf Burger (1917 – 2016) นัก Typographer (ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์หรือทำตัวพิมพ์) สัญชาติ Slovak เชื้อสาย Jewish เกิดที่ Kakaslomnic, Kingdom of Hungary (ปัจจุบันคือประเทศ Slovakia) ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ถูกจับไปอยู่ค่ายกักกัน Auschwitz-Birkenau ถึง 18 เดือน (รอดมาได้ยังไง!) จากนั้นได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสมาชิก Operation Bernahard ย้ายสู่ค่ายกักกัน Sachsenhausen ทำงานเป็นผู้ปลอมแปลงธนบัตร จนสามารถเอาชีวิตรอดผ่านมาได้ เขียนหนังสือ Komando padělatelů (1983) แปลเป็นภาษาอังกฤษใช้ชื่อ The Devil’s Workshop

ได้รับการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์โดย Stefan Ruzowitzky และขอให้ Burger เข้ามามีส่วนร่วมเป็นที่ปรึกษาโปรเจค ตรวจทานบทหนังทุกหน้าทุกรายละเอียด ให้ใกล้เคียงตรงต่อความจริงมากที่สุด

Stefan Ruzowitzky (เกิดปี 1961) ผู้กำกับ เขียนบท สัญชาติ Austrian เกิดที่ Vienna โตขึ้นเข้าเรียน University of Vienna สาขาประวัติศาสตร์และการแสดง จบออกมาเป็นผู้กำกับ Music Video, โฆษณา, ภาพยนตร์เรื่องแรก Tempo (1996) ตามด้วย The Inheritors (1998) คว้ารางวัล Best Picture จากเทศกาลหนังเมือง Rotterdam

ความสนใจในโปรเจคนี้ของ Ruzowitzky คือความคอรัปชั่นที่แม้แต่นาซีเองต่อชาวยิว กับบุคคลที่ทำผลประโยชน์ให้มหาศาล ย่อมได้รับอภิสิทธิ์พิเศษเหนือกว่าผู้อื่น

“That idea of a counterfeiter in a concentration camp, that sounds great, you know, with all the implications, Would he be able to counterfeit, to manipulate reality in the camps?”

เรื่องราวของ Salomon Smolianoff (รับบทโดย Karl Markovics) นักปลอมแปลงธนบัตรเชื้อสายยิว ถูกจับได้โดย Bernhard ‘Herzog’ Krüger (รับบทโดย Devid Striesow) ส่งตัวไปค่ายกักกัน Mauthausen เอาตัวรอดมาได้สักพักใหญ่ด้วยการเป็นนักวาดรูปชวนเชื่อ จากนั้นส่งตัวมุ่งสู่ Sachsenhausen ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจากการเป็นผู้ปลอมแปลงธนบัตร เริ่มด้วยเงินปอนด์ และเป้าหมายสุดท้ายคือธนบัตรดอลลาร์ แต่ก็มีลูกน้องคนหนึ่ง Adolf Burger (รับบทโดย August Diehl) พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้การปลอมแปลงนี้ประสบความสำเร็จลุล่วง

Karl Markovics (เกิดปี 1963) นักแสดง/ผู้กำกับ สัญชาติ Austrian เกิดที่ Vienna เข้าสู่วงการตั้งแต่ปี 1990 แสดงภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ แต่เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกกับ The Counterfeiters (2007), กำกับและเขียนบท Atmen (2011), The King’s Choice (2016), ล่าสุดร่วมงานกับ Terrence Malick เรื่อง Radegund (2018)

รับบท Salomon Smolianoff (1899 – 1976) นักปลอมแปลงธนบัตรเชื้อสาย Jews อพยพจากประเทศ Russia เคยแต่งงานกับสาว Italian, เป็นคนจองหองอวดดี เย่อหยิ่งยโสโอหัง เพราะตัวเองสามารถสร้างเงินใช้ได้เองเลยไม่ค่อยเห็นคุณค่าของมัน แต่สิ่งที่เขามองสำคัญสุดคือการมีชีวิต โดยเฉพาะพรรคพวกเพื่อนพ้อง ให้ความช่วยเหลือได้แม้เขาจะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตามที

หน้าตาของ Markovics โคตรจะเหมือนโจรเลยนะ พฤติกรรมการแสดงออกของตัวละครก็ใช่ แต่ค่อนข้างน่าทึ่งประหลาดใจทีเดียว เมื่อเสียสละมอบอาหารมื้อเล็กๆให้กับเพื่อนร่วมชะตากรรมคนหนึ่งบนรถไฟ นี่ก็แสดงว่าลึกๆแล้วย่อมมีความดีงามแอบซ่อนอยู่

ในมุมของคนที่สามารถปลอมแปลง ผลิตธนบัตรขึ้นเองได้ ก็แน่ละเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง เงินทองก็มิได้มีความสลักสำคัญอะไรในชีวิต กับฉาก Epilogue ที่ตัวละครจับจ่ายใช้สอยเงินทองแบบสุรุ่ยสุร่าย ยอมแพ้แม้ได้ไพ่ดีที่สุดในมือ คงเพราะจิตสำนึกความดีงามในตนเอง นี่มันเงินเปื้อนเลือดไม่อยากนำมาใช้สักเท่าไหร่ แต่หลังจากนี้เขาจะเลือกอาชีพสุจริตไหม คิดว่าคงไม่แน่ๆ

ชีวิตจริงของ Smolianoff หลังได้รับการปลดแอกออกจากค่ายกักกัน เหมือนว่าจะยังคงอยู่ในธุรกิจนี้จนได้รับการหมายหัว ‘Wanted’ จากนานาชาติ อยพยหนีไปยัง Palestine ตามด้วย Uruguay จบที่ Brazil เปลี่ยนอาชีพมาเป็นคนขายของเล่นจนเสียชีวิต

August Diehl (เปิดปี 1976) นักแสดงสัญชาติ German เกิดที่ Berlin พ่อเป็นนักแสดง แม่เป็นนักออกแบบเสื้อผ้า พี่ชายเป็นนักแต่งเพลง ก็แน่ละที่ว่าโตขึ้น Diehl จะต้องมีความสนใจด้านนี้ เข้าเรียนการแสดงที่ Hochschule für Schauspielkunst Ernst Busch ภาพยนตร์เรื่องแรก 23 (1998), หลังจากมีชื่อเสียงกับ The Counterfeiters (2007) แสดงหนัง Hollywood อาทิ Inglorious Basterds (2009), Salt (2010), Allied (2016), The Young Karl Marx (2017) ฯ

รับบท Adolf Burger ชาวยิวที่เคยอยู่ในค่ายกักกัน Auschwitz-Birkenau ก็ไม่รู้เอาตัวรอดมาได้อย่างไรถึง 18 เดือน ถูกย้ายมายัง Sachsenhausen ในขบวนรถไฟเดียวกับ Salomon Smolianoff โดยไม่รู้ตัวพวกเขาเคยเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันที่ Russia แต่ด้วยอุดมการณ์ของ Burger ไม่ต้องการให้นาซีได้รับประโยชน์จากการปลอมแปลงธนบัตร เขาจึงทำบางสิ่งเกี่ยวกับเจลาติน (ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไร) พลอยให้ชีวิตของเพื่อนร่วมงานอีก 4-5 คน ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่กับ Smolianoff เลือกที่จะไม่ปากโป้งขายเพื่อน และทำบางสิ่งเกี่ยวกับเจลาตินนั้น แก้ไขจนสำเร็จรอดตาย

นี่เป็นตัวละครที่อ้างอิงจากผู้เขียนเอง อาจดูจองหองเห็นแก่ตัวไปสักนิด แต่ก็สะท้อนอุดมการณ์ที่หนักแน่นเข้มแข็ง ต่อให้ร่างกายถูกทรมานฆ่าตาย แต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะมิยอมกระทำสิ่งชั่วร้ายขายวิญญาณให้กับปีศาจ

Devid Striesow (เกิดปี 1973) นักแสดงสัญชาติ German ที่เคยร่วมแสดง Downfall (2004) แล้วมามีชื่อเสียงโด่งดังกับ The Counterfeiters (2007)

รับบท Bernhard Krüger หรือ Sturmbannführer Herzog สังกัดพรรคนาซี ไม่ได้เป็นคนมีความรังเกียจต่อต้านชาวยิว ตรงกันข้ามคือเคารพนับถือให้เกียรติ แต่ก็คิดหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง อ้างว่าเพื่อครอบครัว แต่จริงๆแล้วคอรัปชั่นขลาดเขลา ถูกปืนจ่อหัวเยี่ยวราดรดกางเกง

ภาพลักษณ์ของ Striesow ไม่ได้มีความโหดเหี้ยมดุร้าย แรกๆผมรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับตัวละครเท่าไหร่ แต่พอถึงฉากตุ๊ดแตก เออว่ะใช่เลย! คือต้องบุคลิก นิสัย คำพูดจาแบบนี้แหละ ถึงสะท้อน Herzog ออกมาได้อย่างโดดเด่นแย่งซีนไปเต็มๆ

ถ่ายภาพโดย Benedict Neuenfels สัญชาติ German, หนังใช้กล้องดิจิตอล แล้วไปใส่ Noise&Gain ระหว่าง Post-Production เพื่อให้ภาพมีความหยาบแตกละเอียด เหมือนถ่ายจากฟีล์มเก่าๆเมื่อหลายปีที่แล้ว

โดดเด่นกับการจัดแสงสี
– ตลอดเวลาในค่ายกักกันใช้โทนสีเย็น มีความหยาบกระด้าง แห้งแล้งเหมือนอยู่ในทะเลทราย สะท้อนความทุกข์ทรมาน ชีวิตที่ยากลำบากแสนเข็น
– ขณะที่ Prologue/Epilogue ณ Monte Carlo ช่วงเวลาหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ทุกอย่างมีความอบอุ่นสว่างสดใส เพราะชีวิตได้ผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบากมาแล้ว

ตัดต่อโดย Britta Nahler สัญชาติ Austria น่าจะคือเพื่อนสนิท รุ่นเดียวกับ Ruzowitzky, ถึงผู้เขียนหนังสือจะคือ Adolf Burger แต่หนังเล่าเรื่องโดยใช้มุมมองของ Salomon Smolianoff คาดว่าส่วนใหญ่คงเป็นการแต่งเพิ่มเข้ามา เว้นแต่ขณะอยู่ในค่ายกักกัน Sachsenhausen น่าจะคือรื่องราวๆจริงๆที่ Burger พบเจอเห็นจาก Smolianoff อย่างใกล้ชิด

หนังมีความรวดเร็วในการเล่าเรื่องค่อนข้างมาก กระโดดตัดข้ามอะไรๆไปมากมาย โดยเฉพาะไม่นำเสนอวิธีปลอมแปลงธนบัตรต่อผู้ชม คงด้วยจรรยาบรรณของผู้สร้างเลยกระมัง เลยทำให้หนังมีความห้วนๆ หลายอย่างจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูก อาทิ พระเอกมีหน้าที่ทำงานอะไร? ปัญหาเจลาติน มันคืออะไรละ?

ผู้เขียน Burger เคยให้สัมภาษณ์บอกว่า

“This is a feature film, it is overall truthful. If you want to learn the facts, read my book,”

เพลงประกอบโดย Marius Ruhland สัญชาติ German, Main Theme เลือกใช้ฮาร์โมนิก้า เป่าสไตล์ Tango ที่มีสัมผัสของความอ้างว้าง ล่องลอย โดดเดี่ยว สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่ภายในจิตใจตัวละคร ออกมาได้ค่อนข้างตรงมากทีเดียว

ยังคงเป็นสไตล์ Tango แต่เพิ่มเครื่องดนตรีอีกหลายชนิดเข้าไป ทำนองคล้ายๆเดิม แต่ใส่ลีลาและทำนองมีความพิศดารมากขึ้น แต่ยังคงให้ความหมายสัมผัสคล้ายเดิม สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกภายในที่สุดแสนปั่นป่วน พลุกพล่าน อ้างว้างโดดเดี่ยวออกมา

ถึง The Counterfeiters จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชาวยิวที่พยายามเอาตัวรอดในค่ายกักกันนาซี ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ใจความนำเสนอความคอรัปชั่นของมนุษย์ ที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เมื่อไหร่ อย่างไร กับคนที่สามารถก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อตนเอง ย่อมได้รับอภิสิทธิ์ชนเหนือกว่าผู้อื่น

ใจความลักษณะนี้ ว่าไปมันก็ไม่ได้มีสาระประโยชน์สักเท่าไหร่ แค่ทำการสะท้อนปัญหาสังคมออกมา ที่ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนย่อมเต็มไปด้วยคนคอรัปชั่น และผู้มีอภิสิทธิ์ชนเหนือกว่า

เพราะมนุษย์เราต่างโหยหาความสะดวกสบาย มั่นคงปลอดภัย สิทธิพิเศษในชีวิตแตกต่างจากผู้อื่น ด้วยเหตุนี้ความอภิสิทธิ์ชนจึงคงมีอยู่มิมีวันเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งในโลกทุนนิยมก็ชัดเจนว่า ‘เงิน’ ซื้ออะไรได้หลายๆอย่าง

กับบทเรียนเล็กๆของหนัง ที่พบเจอได้ทั่วๆไปคือ ‘เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง?’ กับคนที่สามารถสร้างเสกเงินขึ้นมาเองได้แบบ Salomon Smolianoff ชีวิตเขาก็ไม่ได้มีความสุขสำราญอะไรนัก บางสิ่งอย่างกัดกร่อนจิตใจให้จมอยู่ในความทุกข์ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนว่าทำให้เขาได้รับชีวิตใหม่คืนมา คือความรักจากหญิงสาว แม้ปากพูดว่าเสียดายเงิน แต่การที่เธอเต้นระบำใต้แสงจันทร์กับเขา นั่นเป็นสิ่งเงินซื้อไม่ได้อย่างแน่แท้

ด้วยทุนสร้าง $6.25 ล้านเหรียญ ทำเงินได้ทั่วโลก $20,2 ล้านเหรียญ สมราคาคุยกับที่สามารถคว้า Oscar: Best Foreign Language Film ได้เป็นเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ชาติ Austria

แต่ชัยชนะของหนังเรื่องนี้ได้มาท่ามกลางคำครหา เพราะตัวเต็งปีนั้น 4 Months, 3 Weeks and 2 Days (2007) ภาพยนตร์รางวัล Palme d’or สัญชาติโรมาเนียของผู้กำกับ Cristian Mungiu ยอดเยี่ยมโดดเด่นกว่าหลายเท่าตัว กลับไม่ได้แม้แต่จะเข้าชิง ทำให้นานาชาติต่างเรียกร้องให้คณะกรรมการ Academy เปลี่ยนวิธีการคัดเลือก ซึ่งก็เหมือนว่าจนปัจจุบันก็ยังไม่ดีขึ้นสักเท่าไหร่

ส่วนตัวไม่ได้ชื่นชอบหนังสักเท่าไหร่ ผิดหวังน่าหงุดหงิดใจเสียด้วยซ้ำ คว้า Oscar มาได้อย่างไร! รู้สึกไม่ประหลาดใจเลยที่ผมจะลืมเลือนภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะเมื่อกาลเวลาผ่านไป ไม่มีอะไรหลงเหลือให้น่าจดจำนั่นเอง

แนะนำกับคอหนังรางวัล สนใจเรื่องราวแปลกๆที่พบเจอได้ในค่ายกักกัน Nazi สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2, นายธนาคาร และนักปลอมแปลงธนบัตรทั้งหลาย (แต่ก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่)

จัดเรต 15+ กับบรรยากาศและความรุนแรง

TAGLINE | “The Counterfeiters ได้ทำการปลอมแปลงสิ่งมีค่า ให้กลายเป็นไร้ค่าโดยสิ้นเชิง”
QUALITY | THUMB UP
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of