The Song of Sparrows (2008)

The Song of Sparrows

The Song of Sparrows (2008) Iranian : Majid Majidi ♥♥♥♥

พ่อถูกไล่ออกจากงาน เพราะเผลอปล่อยนกกระจอกเทศหลุดหนีออกจากฟาร์ม มองหาอาชีพใหม่กลายเป็นวินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง โดยไม่รู้ตัวค่อยๆซึมซับรับความเห็นแก่ตัวของชาวเมือง กำลังจะลักขโมยตู้เย็นที่ได้รับมอบหมายให้ไปส่ง แต่พอพบเห็นฝูงนกกระจอกเทศ เกิดความตระหนักถึงบางสิ่งอย่างขึ้นมาได้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

นกกระจอกเทศ ภาษาอังกฤษคือ Ostrich ตัวขนาดใหญ่ คอและขายาว ลำตัวเต็มไปด้วยขน, ชาวยิวเหมือนจะไม่ชอบนกชนิดนี้สักเท่าไหร่ เพราะเพศเมียมักทอดทิ้งไข่/ลูกๆตนเองอย่างไร้เยื่อใย ทำให้ถูกมองว่าเป็นสัตว์เห็นแก่ตัว ไร้จิตใจ (Heartless), ตรงกันข้ามกับชาวมุสลิม มองเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง (Wealth) สง่างาม (Elegance) บรรดาชนชั้นสูงและคนรวยมักชอบออกล่า ไข่ใบใหญ่สามารถใช้เป็นอาหารแจกจ่ายผู้คนมากมาย และขนสัตว์นำมาประดิษฐ์ประดอยข้าวของเครื่องใช้ ฯ

นกกระจอก ภาษาอังกฤษคือ Sparrows เป็นสัตว์ตรงกันข้ามกับนกกระจอกเทศแทบทุกประการ ตัวเล็กกระเปี๊ยก ไร้ความสง่างาม ไม่มีอะไรน่าสนใจให้พูดถึง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสนุกสนานร่าเริง (Joy) การปกป้อง (Protection) ความทุ่มเทพยายาม (Hard Work) และทำงานร่วมกัน (Team Work) แม้นั่นจะเพียงสิ่งเล็กๆ ก็สามารถทำให้ชีวิตพานพบเจอความสุขสำราญได้

ผมค่อนข้างเชื่อว่า ผู้ชมส่วนใหญ่อาจไม่ทันสังเกตเห็นนกกระจอก จิบ จิบ เพราะเมื่อเทียบกับนกกระจอกเทศคอยาว ขนาดและความน่าสนใจของพวกมันช่างแตกต่างกันเหลือหลาย แต่ถ้าคุณเป็นคนใส่ใจในรายละเอียด ชอบครุ่นคิดถึงหัวอกผู้อื่น และเกิดปริศนาต่อชื่อหนัง มั่นใจว่าต้องทันพบเห็นได้อย่างแน่นอน ทำรังหลบซ่อนตัวอยู่ในบ่อเก็บน้ำ แถมเคยหลุดเข้าไปติดอยู่ภายในบ้าน และพ่อให้ความช่วยเหลือมันออกมา ฯ

มนุษย์เราหลายๆคนก็แบบนี้ มักให้ความสนใจกับภาพรวม อะไรที่มันใหญ่ๆ โตๆ ครุ่นคิดว่าทรงคุณค่าสำคัญกว่ารายละเอียดสิ่งเล็กๆ เด็กตัวกระเปี๊ยก แต่นั่นใช่ความครุ่นคิดที่ถูกต้องเหมาะสมหรือเปล่า? บทเรียนของพ่อจากภาพยนตร์เรื่องนี้ น่าจะเสี้ยมสอนใจใครต่อใครไม่มากก็น้อยทีเดียว!


Majid Majidi (เกิดปี 1959) นักเขียน/ผู้กำกับสร้างภาพยนตร์สัญชาติอิหร่าน เกิดที่ Tehran ในครอบครัวชนชั้นกลาง, มีความสนใจด้านการแสดงตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 14 เข้าร่วมคณะการแสดงสมัครเล่น ต่อด้วยเข้าเรียนยัง Institute of Dramatic Arts, หลังจากการปฏิวัติอิหร่าน 1979 ผันตัวสู่วงการภาพยนตร์ Boycott (1989), กำกับหนังสั้น สารคดี ผลงานเรื่องแรก Baduk (1992), Father (1996), แจ้งเกิดโด่งดังกับ Children of Heaven (1997) เข้าชิง Oscar: Best Foreign Language Film เรื่องแรกของประเทศ

ความสนใจของผู้กำกับ Majidi มักเกี่ยวกับพ่อ(และลูก) ตั้งคำถามความเป็นมนุษย์ อะไรคือสิ่งทรงคุณค่า และการแปรสภาพสู่ศรัทธาความเชื่อในพระเจ้า

“My story began with the human being: what are human values, the transcendental values? There is no limit to getting in touch with these transcendental values. To be kind, a good person. God created us as pure creatures. This purity lives inside us”.

– Majid Majidi

เกร็ด: ผู้กำกับคนโปรดของ Majidi ประกอบด้วย Satyajit Ray, Vittorio De Sica และ Federico Fellini

สำหรับ The Song of Sparrows (2008) คือมุมมองทัศนคติผู้กำกับ Majidi ต่อความเจริญเติบโตของสังคมเมือง โดยใช้สัตว์สองประเภทเปรียบเทียบกัน นกกระจอก-นกกระจอกเทศ ได้กับ ชนบท-เมืองใหญ่ อดีต-ปัจจุบัน ล้าหลัง-โมเดิร์น

“Big cities kill these values. Modernity kills these values. Human beings are more lonely. I’m losing my time everyday”.

ร่วมพัฒนาบทกับ Mehran Kashani นักเขียนที่เรียนจบวิศวะเครื่องกล แต่ใจรักด้านภาพยนตร์เลยผันตัวมาเป็นผู้ช่วย ตามด้วยเขียนบทหนัง (คาดว่า Kashani คงเข้ามาช่วยเหลือ Majidi ในส่วนมุมมองสังคมเมือง)

พ่อ Karim (รับบทโดย Mohammad Amir Naji) ทำงานฟาร์มนกกระจอกเทศอยู่นอกกรุง Tehran ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเรียบง่าย บ้านหลังเล็กๆพร้อมภรรยาและลูกๆสามคน, ความว้าวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อลูกสาวคนโต Haniyek สูญเสียเครื่องช่วยการได้ยิน ตกลงในบ่อเก็บน้ำหลังบ้านที่มีความสกปรกโสโครกทีเดียว แน่นอนว่าราคาค่าซ่อมย่อมสูบลิบลิ่ว ขณะกำลังจะขอหยิบยืมเงินจากเจ้าของฟาร์ม วันถัดมาดันพลาดพลั้งปล่อยให้นกกระจอกเทศตัวหนึ่งวิ่งหลบหนี ค้นหาตัวไม่พบเจอ กลายมาเป็นเขาถูกขับไล่ออกจากงานแทน

จับพลัดจับพลูระหว่างนำเครื่องช่วยการได้ยินเข้าไปซ่อมในเมือง Tehran มีคนแปลกหน้ามาซ้อนมอเตอร์ไซด์ขอให้ไปส่งถึงที่หมาย แรกเริ่มแม้ด้วยความอ้ำอึ้งแต่ก็สมยินยอม ค่อยๆรับเรียนรู้ถึงวิธีการดิ้นรนหาเงิน ได้ง่าย ได้มาก แต่ต้องแลกค่าครองชีพที่สูง ไหนความเร่งรีบร้อน จะการต่อสู้แข่งขันแย่งลูกค้า ขณะเดียวกันระหว่างขับรถไปตามสถานที่ต่างๆ พบเห็นข้าวของเหลือใช้ถูกทอดทิ้งไว้มากมาย ค่อยๆนำทีละชิ้นกลับบ้านทีละวัน หลายเดือนผ่านไปหน้าบ้านกลายเป็นที่สะสมขยะ ใครมาขอก็ไม่ยินยอมให้ ติดนิสัยความเห็นแก่ตัวของชาวเมืองมาโดยไม่รู้ตัว

กระทั่งวันหนึ่งระหว่างบรรทุกตู้เย็นไปขนส่ง รถเสียกลางทางทำให้พลัดหลงจากฝูง ระหว่างกำลังชั่งใจจะนำไปคืนไหม พานพบเห็นรถบรรทุกนกกระจอกเทศ ทำให้หวนระลึกนึกถึงตนเองในอดีต เลยตัดสินใจนำไปคืนร้าน กลับไปบ้านต้องการรื้อหาขอในกองขยะ ประสบอุบัติเหตุขาหักเดินไม่ได้ ระหว่างนอนพักรักษาตัวพานพบเห็นภรรยาและลูกๆพยายามต่อสู้ดิ้นรนเพื่อตนเอง ถึงค่อยเริ่มเข้าใจว่าไม่ได้มีแค่ฉันที่ต้องการทำทุกสิ่งอย่างเพื่อครอบครัว


นำแสดงโดย Reza Naji ชื่อจริง Mohammad Amir Naji (เกิดปี 1942) นักแสดงชาวอิหร่าน เกิดที่ Tabriz มีความสนใจด้านการแสดงตั้งแต่เด็ก เริ่มต้นจากละครเวที เห็นว่ามีชื่อเสียงพอสมควร เข้าสู่วงการภาพยนตร์จากการออดิชั่น 2,500 คน ได้รับเลือกเล่น Children of Heaven (1997) กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้กำกับ Majidi ร่วมงานกันอีกหลายครั้ง จนกระทั่ง The Song of Sparrows (2008) เขียนบทนำเพื่อเขาเท่านั้น

รับบท Karim พ่อผู้มีความเข้มงวดกวดขันต่อลูกๆ พบเห็นทำอะไรไม่เป็นที่พึงพอใจก็ขึ้นเสียงตำหนิด่าทอ ฉันทำงานเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้ทุกคนอยู่สุขสบายพร้อมหน้า ไม่พยายามรับฟังความครุ่นคิดเห็นหรือให้โอกาสใดๆต่อใคร, นั่นอาจเพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวทำให้ถูกไล่ออกจากงาน แม้ขุ่นเคืองแต่โชคชะตาจับพลัดจับพลูกลายเป็นโอกาส ค่อยๆเรียนรู้ปรับตัวตนเอง ทั้งในทิศทางแย่ลงก่อนจากนั้นทุกสิ่งอย่างถึงค่อยๆดีขึ้นอย่างช้าๆ

ปากพูดพร่าม ตำหนิด่าทอ แต่ใบหน้าเอ๋อเหรอ ภาพลักษณ์ของ Naji ช่างดูตลกน่าขบขันเสียจริง ซึ่งนั่นทำให้ตัวละครมีความเป็นบ้านๆ สามัญชน จับต้องได้ เวลาพานพบเจอความทุกข์ยากลำบากใดๆ ผู้ชมจักรู้สึกสงสารเห็นใจ คอยเป็นกำลังใจให้สามารถต่อสู้ชีวิต ลุกขึ้นก้าวเดิน และเรียนรู้จักบทเรียนแห่งชีวิต

ผมชื่นชอบสีหน้าสายตาของ Naji ทุกครั้งเมื่อพานพบเห็นบางสิ่งอย่าง แล้วก่อเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ ราวกับตรัสรู้ความจริง ภายในเกิดการปรับเปลี่ยนแปลงไป ราวกับน้ำตามันจะพรากไหลออกมา ซึ้งซาบซ่าน อิ่มเอิบจิตวิญญาณเป็นพิเศษ


ถ่ายภาพโดย Turaj Mansuri ผลงานเด่นๆ อาทิ Mum’s Guest (2004), The Music Man (2007), No One Knows About Persian Cats (2009) ฯ

งานภาพของหนัง มีความงดงามตราตรึงกับหลากหลายมุมกล้อง จัดวางองค์ประกอบศิลป์ได้อย่างทรงเสน่ห์
– ฉากชนบทของ Tehran เต็มไปด้วยความเวิ้งว้างว่างเปล่า ท้องทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาล ทุกสิ่งอย่างเคลื่อนไหลไปอย่างเชื่องช้าเนิบ
– ตรงกันข้ามกับภายในเมือง Tehran คาคลั่งด้วยผู้คน ขับขี่รถฉวัดเฉวียน ตึกสูงใหญ่โตระฟ้า อะไรๆก็ดูเร่งรีบร้อนไปเสียหมด

แซว: ช็อตแรกของหนังด้วยภาพของนกกระจอกเทศ ชวนให้ผมระลึกถึง Luis Buñuel จากเรื่อง…

ลูกสาวคนโตทำเครื่องช่วยในการรับฟังตกหล่นสูญหาย สะท้อนได้ตรงๆถึง Karim ที่ใครพูดอะไรไม่เคยสนใจรับฟังสักอย่าง สถานที่คือ บ่อเก็บน้ำหลังบ้านที่ถูกละทิ้งขว้าง มีความสกปรกโสโครก ดูแล้วไม่น่านำไปใช้ประโยชน์อะไรได้นอกจากทิ้งขยะ

แต่สะหรับเด็กๆที่ยังอ่อนวัยไร้เดียงสา พวกเขามีความเพ้อฝันบางอย่าง ต้องการปรับเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นบ่อเลี้ยงปลาทอง สักวันจะประสบความสำเร็จร่ำรวยเงินทอง … พอพ่อรับรู้เช่นนี้ เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดไม่เห็นด้วย ปฏิเสธรับฟังและให้โอกาสพวกเขาได้พิสูจน์ตนเอง

การปรับจูนจานดาวเทียมก็เฉกเช่นกัน สาเหตุเพราะ Kahim ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับวิถีครอบครัว ยินยอมรับฟังเสียงเรียกร้องจากภรรยาและลูกๆ

นกกระจอกเทศวิ่งหลบหนีออกจากฟาร์ม เทียบได้กับบางสิ่งอย่างภายในจิตใจของ Karim ได้สาปสูญหาย เพราะชีวิตเขาขณะนั้นเต็มไปด้วยปัญหาว้าวุ่นวาย เลยต้องพยายามออกวิ่งกวดไล่ เพื่อสนองความต้องการของตนเองให้ได้ทันท่วงที

นี่เป็นฉากแรกๆของหนังที่ทำให้ผมขนลุกขนพองมากๆ Karim ปลอมตัวเป็นนกกระจอกเทศ เพื่อหลอกล่อ ติดตามหา ซึ่งนัยยะสื่อได้ตรงๆเลย มนุษย์/Karim=นกกระจอกเทศ
– คอสูง สะท้อนถึงความเย่อหยิ่ง ทะเยอทะยาน หัวสูงส่ง
– ปกคลุมด้วยขน คือความสง่างาม โก้หรูหรา
– ขายาว ออกวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วรี่
– และพร้อมทอดทิ้งทุกสิ่งอย่างไว้เบื้องหลัง ไม่สนผิดชอบชั่วดี

ไฮไลท์ของฉากนี้ยังคือบทเพลงประกอบ มอบสัมผัสแห่งจิตวิญญาณ การแปรสภาพ (Transcendent) มนุษย์สู่นกกระจอกเทศ สอดคล้องรับกับพื้นหลัง ทิวทัศน์ทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

เหตุเกิดจากความจับพลัดจับพลู เดินทางเข้ามาในเมือง Tehran ขณะกำลังจะกลับบ้านมีชายคนหนึ่งขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซด์ ใช้ให้ไปส่งยัง…

วินมอเตอร์ไซด์ คืออาชีพให้บริการ นำพาคน/สัตว์/สิ่งของ จากสถานที่หนึ่งไปส่งยังอีกสถานที่ ซึ่งถือเป็นการเดินทางของชีวิตรูปแบบหนึ่ง พัฒนาการเร็วขึ้นจากเดิน วิ่ง ขับขี่มอเตอร์ไซด์ ต่อสู้แข่งขันเพื่อผู้โดยสาร/ถึงเป้าหมายปลายทางก่อนใคร

ระหว่างตะลอนไปรอบเมือง Tehran ทำให้ Karim ค้นพบเจอขยะที่ถูกทอดทิ้งขว้าง สิ่งแรกที่นำกลับบ้านคือเสาสัญญาณโทรทัศน์ แต่เพราะความสูงส่ง (กว่าเสาสัญญาณบ้านอื่น) ทำให้เขากลายเป็นคนหัวสูง เย่อหยิ่ง เห็นแก่ตัว กลายเป็นปรับจูนใครไม่ติดสักคนเดียว!

บรรดาข้าวของเครื่องใช้ที่ Karim นำกลับบ้านแล้วมีความหึงหวงที่สุด ถึงขนาดต้องไปทวงขอคืนจากบ้านญาติ คือประตูสีน้ำเงิน ซึ่งระหว่างทางกลับพานผ่านทุ่ง … มันช่างดูพิลึกกึกกือเสียจริง!

ประตู คงจะเป็นสัญลักษณ์การเปิดออกของจิตใจ แต่เมื่อไม่มีผนังกำแพงให้ขวางกั้น เข้า-ออก ช็อตนี้นั้นสามารถสื่อได้ถึงความโดดเดี่ยว ตัวคนเดียว ตรงกับพฤติกรรมเห็นแก่ตัวของ Karim ที่ขณะนั้นได้รับการซึมซับซาบจากการทำงานยังเมืองใหญ่

แซว: ขบวนมอเตอร์ไซด์ขนส่งเครื่องใช้ไฟฟ้า มีลักษณะคล้ายๆฝูงนกกระจอกเทศกำลังออกวิ่งกวดไล่

ทำไมตู้เย็น? ผมคิดว่าอาจสะท้อนสภาพจิตใจของ Karim ที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น เห็นแก่ตัว ซึมซับรับอิทธิพลสังคมเมืองเข้ามาถึงที่สุดแล้ว

การได้พานพบเห็นรถขนส่งนกกระจอกเทศ ทำให้ Karim ราวกับปลุกตื่นจิตวิญญาณของตนเอง คลอประกอบบทเพลงชวนให้ขนลุก ตัดสลับดวงตาลุกพองโต หวนระลึกครุ่นนึกถึงนกกระจอกตัวนั้น=ตู้เย็นอันนี้ ต่างพลัดออกจากฝูงคณะ นำไปขายคงร่ำรวย แต่ส่งคืนดีกว่าเพราะไม่อยากกระทำผิดซ้ำซาก ตกนรกหมกไหม้

การพังทลายของกองขยะ สะท้อนถึงความมักมาก ทะเยอทะยานของ Karim เป็นเหตุให้เขาประสบอุบัติเหตุ ทุกสิ่งอย่างล้มลงพังทลาย สูญเสียสิ้นทุกสิ่งอย่างเคยคาดหวังต้องการ

ขอพูดถึงเสื้อตัวนี้สักหน่อยแล้วกัน ได้มาจากไปช่วยยกของบ้านเศรษฐีรายหนึ่ง แล้วบังเอิญเสื้อตัวเก่าฉีดขาด จึงได้รับอนุเคราะห์ตัวใหม่ (แต่คงคือตัวเก่าไม่ใช้แล้วของชายคนนั้นอย่างแน่นอน)

เสื้อหรูๆตัวนี้ราวกับได้แปรสภาพเป็นเกียรติ ศักดิ์ศรี ความทะเยอทะยาน เพ้อใฝ่ฝันของ Karim สวมใส่ด้วยความภาคภูมิใจสูงส่ง แต่หลังจากอุบัติเหตุกองขยะถล่ม สังเกว่าเต็มไปด้วยความสกปรกและขาดหวิ่น ถือว่าสะท้อนย้อนรอยกับเสื้อตัวเดิม จำต้องถอดออกมาทำลายทิ้ง แล้วหวนกลับไปสวมใส่เสื้อตัวเดิม … กลับกลายเป็นคนเดิม

ก่อนหน้านี้ทั้งหมด งานภาพจะถ่ายจากภายนอกมองเข้ามา แต่หลังจาก Karim ประสบอุบัติเหตุครั้งนั้น ใช้มุมมองสายตาของเขามองลอดผ่านประตูหน้าต่าง พานเห็นบางสิ่งอย่างไม่เคยสังเกตพบมาก่อน

ขณะเดียวกัน ประตู สิ่งของโน่นนี่นั่นที่แสนจะหึงหวง กำลังค่อยๆถูกทะยอยขนย้ายออกจากบ้าน แม้ลึกๆเต็มไปด้วยความสูญเสียดาย แต่ก็มิอาจหยุดยั้งทำอะไรได้ ค่อยเรียนรู้ที่จักปลดปล่อยวาง ผ่อนคลายความหมกมุ่นครุ่นยิดติด

เรื่องราวของลูกชายและปลาทอง สะท้อนถึงความเพ้อใฝ่ฝันทะเยอะทะยานเกินตัว จนเกิดอุบัติเหตุผิดพลาดพลั้ง เป็นเหตุให้สูญเสียสิ้นทุกสิ่งอย่าง … ถือว่าคือระดับจตุภาค สะท้อนเข้ากับเรื่องราวของพ่อได้อย่างเปะๆเลยนะ ซึ่งการที่ยังขาหักอยู่เลยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ สายตาที่สังเกตจับจ้องมอง ทำให้เขาสามารถตระหนักย้อนแย้งเข้าหาตนเอง รับเรียนรู้อะไรหลายๆจากเหตุการณ์นี้โดยทันที

ทำไมถึงปลาทอง? สัตว์สวยงามที่ไม่มีประโยชน์อะไรอื่นนอกจากประดับประดาบ้าน วันๆแหวกว่ายไปมาด้วยความสง่างาม สะดีดสะดิ้ง เย่อหยิ่งจองหอง เห็นแก่ตัวเอาแต่ใจ ไม่ใคร่สนใครอื่นนอกจากตนเอง

ความมหัศจรรย์ของช็อตนี้คือการถ่ายมุมก้มลงมา รายกับสายตาของพระเจ้า … ซึ่งสามารถเทียบแทนได้กับพ่อ ซึ่งคือพระเจ้าในบ้านของลูกๆ … และสีเสื้อของเด็กๆ น้ำเงิน-แดง-เหลือง-เขียว ครบแม่สีเลยทีเดียว!

นกกระจอก ก็ไม่รู้อย่างไรถึงเข้ามาติดอยู่ในบ้าน มันพยายามโบยบินหาหนทางออกแต่ไม่สามารถเอาตัวรอดเองได้ Karim เลยต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเปิด ‘ประตู’ (หัวใจ)ของตนเองออก ดิ้นหลุดจากพันธการ เรียนรู้จักสิ่งทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตขึ้นมาเสียที

Ostrich Dance เริงระบำนกกระจอกเทศ สะท้อนถึงอิสรภาพของ Harim จิตวิญญาณได้แปรสภาพสู่นกกระจอก เพียงพอแล้วที่วันๆจะเอาแต่วิ่ง เชิดชูหัว หลงใหลความสง่างามภายนอก มองทิ้งท้ายด้วยสายตาทอดอาลัย แต่ไม่คิดใคร่หวนกลับคืนไป(เป็นนกกระจอกเทศอีกครั้งหนึ่ง)

ตัดต่อโดย Hassan Hassandoost ขาประจำผู้กำกับ Majidi, ดำเนินเรื่องด้วยมุมมองสายตาของพ่อ Karim พานพบเจอเหตุการณ์ต่างๆด้วยตนเองทั้งหมด

เรื่องราวของ Karim สามารถแบ่งได้เป็น 4 ส่วน
– Karim ทำงานฟาร์มนกกระจอกเทศ
– Karim เดินทางสู่เมืองใหม่
– Karim ทำงานในเมืองใหญ่
– และจิตวิญญาณที่เปลี่ยนแปลงไปของ Karim

เพลงประกอบโดย Hossein Alizadeh นักแต่งเพลงพื้นบ้านเปอร์เซีย, มอบสัมผัสนุ่มๆลื่นหู แต่เต็มไปด้วยความเวิ้งว้างว่างเปล่า ผืนทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาล เฉกเช่นเดียวกับจิตใจมนุษย์ โหยหาบางสิ่งอย่างที่อยู่ห่างไกลตนเอง ทั้งๆรอบข้างกายคือโอเอซิส อุดมสุขสมบูรณ์ดีพร้อมอยู่แล้วแท้ๆ

ไม่ใช่แค่งานเพลงที่มีความโดดเด่น Sound Effect ยังได้รับการผสมผสานเข้าไปราวกับเป็นส่วนหนึ่งอย่างกลมกล่อมลงตัว
– ฉากชนบท เสียงลมพัด สายน้ำไหล สรรพสัตว์ นก ไก่ จั๊กจั่นเรไร ฯ ฟังสบายผ่อนคลาย
– ฉากในเมือง เต็มไปด้วยเสียงเครื่องยนต์ แตรรถ ก่อสร้าง ฯ เต็มไปด้วยความสับสน ว้าวุ่นวาย โคตรจะหนวกหูเลยละ

สังเกต: ฉากชนบทจะได้ยินเสียงฝีเท้าของ Karim ขณะกำลังเดินวิ่งค่อนข้างดังชัด แต่พออยู่ในเมืองจักถูกเสียงอื่นกลบหมดสิ้น

บทเพลง Dance of Life หรือคือ Ostrich Dance ท่าเต้นเรียกร้องหาคู่ผสมพันธุ์ของนกกระจอกเทศ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ชดช้อย สง่างาม ดูน่าเกรงขาม ใครไม่เคยพบเห็นหรือรับล่วงรู้จักมาก่อนคงได้อึ้งทึ่ง ตราตะลึง (ชวนให้ผมระลึกถึง The Dance of the Lens Cap จากภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The Gleaners and I ยังไงชอบกล)

ชายคนหนึ่ง พานพบเจอเหตุการณ์ทำให้ทุกสิ่งอย่างปรับเปลี่ยนแปลงไป จำต้องต่อสู้ดิ้นรนกระเสือกกระสน เพื่อให้ตนเองและครอบครัวสามารถเอาตัวรอดฟันฝ่าไปได้ แต่เขากลับค่อยๆหลงลืมความดี-ชั่ว ถูก-ผิด ศีลธรรมจรรยา ท้ายที่สุดนำพาให้เกิดเหตุร้าย ประสบความพ่ายแพ้ย่อยยับเยิน จึงมีโอกาสรับรู้จักบทเรียนอันทรงคุณค่าแห่งชีวิต เกิดความเข้าใจต่อวิถีโลก และยกระดับจิตวิญญาณตนเองให้ขึ้นสูงได้

ในมุมมองของผู้กำกับ Majidi สังคมเมืองแม้รายล้อมด้วยความเจริญ ตึกรามบ้านช่องสูงใหญ่ เทคโนโลยีก้าวล้ำสมัย แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเพียงวัตถุ/ภาพลักษณ์เปลือกนอก จิตใจมนุษย์หาได้รับการพัฒนา ยกระดับจิตใจให้สูงส่งยิ่งไปกว่าเดิมแม้แต่น้อย หนำซ้ำตรงกันข้าม ศีลธรรมจรรยาของผู้คนกลับยิ่งตกต่ำทรามลงเรื่อยๆโดยไม่ทราบสาเหตุ

Karim มีลักษณะเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง เคยมีชีวิตสุขสบายผ่อนคลายเสพสุขสำราญอยู่ชนบทต่างจังหวัด แต่เมื่อโชคชะตาจับพลัดพลูให้เขาต้องเข้ามาทำงานในเมือง เรียนรู้จักวิธีหาเงินที่แสนง่ายดาย เกิดความหมกมุ่นลุ่มหลงใหลยึดติด ค่อยๆซึมซับรับเอาวิถีชีวิต จิตวิญญาณค่อยๆปรับเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นคนละโมบโลภมาก เห็นแก่ตัว ไร้ซึ่งความเมตตาเอื้ออารีย์แก่ผู้อื่นรอบข้าง (รวมถึงภรรยา และบุตรหลานของตนเอง)

กองขยะทับถม เปรียบได้กับการครอบครองสิ่งของ/วัตถุมากเกินความจำเป็น (คล้ายๆการร่ำรวยล้นฟ้า นอนจมกองเงินกองทอง มากเกินความเพียงพอดี) อุบัติเหตุดังกล่าวหลังจากนั้นทำให้ชีวิต Karim หยุดอยู่นิ่งกับที่ ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวไปมาไหน ทำให้ค่อยๆสังเกตจับจ้องมอง เรียนรู้จักวิถีชีวิตภรรยา ลูกๆ และญาติพี่น้องของเขา ไม่เห็นมีใครเร่งรีบร้อน เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานเหมือนดั่งจิตใจตนเองขณะนี้ เกิดความตระหนัก ตรัสรู้ นี่ฉันมัวแต่กระทำบ้าๆอะไรอยู่

นกกระจอก แม้ตัวกระเปี๊ยกไม่ได้มีความสวยสง่างาม ทรงคุณค่า สลักสำคัญใดๆ แต่ชีวิตของมันก็เทียบเท่าสัตว์ประเภทอื่นๆ เมื่อจับพลัดพลูหลงเข้ามาในบ้าน Karim จึงพยายามผลักดันตนเองไปเปิดประตูสู่อิสรภาพ ราวกับจิตใจของเขาราวได้รับการปลดปล่อยจากพันธนาการ และเพื่อนเก่าร่วมงานหวนกลับมาหา เคาะประตูตะโกนบอกข่าวดีที่ว่า นกกระจอกเทศตัวเคยหลุดออกนอกฟาร์ม ได้รับการพบเจอจับกลับมาได้แล้ว … นั่นรวมถึง Karim สามารถกลายเป็นตัวตนเองเหมือนอดีตสักที

“The ostrich is our human destiny. They are silly animals, always running away. And they are the only bird who can’t fly.”

– Majid Majidi

การเปรียบเทียบมนุษย์ยุคสมัยปัจจุบันนี้กับนกกระจอกเทศ ค่อนข้างจะเป็นการดูถูกเหยียดหยาม สัตว์ที่ชาวมุสลิมแม้มองว่าสง่างาม แต่มันกลับเอาแต่วิ่ง ทิ้งไข่ ขณะเดียวกันเป็นนกชนิดเดียวในโลกที่บินไม่ได้!

ซึ่งผมเองบอกเลยว่าเห็นด้วยร้อยเปอร์เซนต์% เพราะมนุษย์ยุคสมัยพลาสติกนี้ พยายามทำตัวโก้หรูดูดีสง่างาม เต็มไปด้วยความเพ้อใฝ่ฝันถึงอิสรภาพ พร้อมทอดทิ้งทุกสิ่งอย่างไร้คราบความสำคัญ ทั้งๆไร้ปีกโบยบินแต่สามารถตะเกียกตะกายพุ่งทะยานไปถึงดวงจันทร์


หนังได้รับโอกาสเข้าฉายเทศกาลหนังเมือง Berlin และสามารถคว้ารางวัล Silver Berlin Bear: Best Actor (Mohammad Amir Naji) นอกจากนี้ยังได้เป็นตัวแทนประเทศอิหร่าน ส่งเข้าชิงชัย Oscar: Best Foreign Language Film แต่ไม่ได้เข้ารอบใดๆ

ส่วนตัวตกหลุมรักหลงใหลหนังเรื่องนี้อย่างมาก คลั่งไคล้ความสง่างามของนกกระจอกเทศ อึ้งทึ่งไปเลยกับ ‘Spiritual Shot’ และวินาทีที่ทำให้พ่อครุ่นคิด หวนระลึกนึกย้อนการกระทำของตนเอง โดยไม่รู้ตัวทำให้ผมน้ำตาไหลพรากๆออกมา ซาบซึ้งกินใจ งดงามยิ่งกว่าสิ่งใด

[แม้รู้สึกว่า Children of Heaven (1997) ทำออกมาได้ลงตัวกว่า The Song of Sparrows (2008) แต่โดยส่วนตัวชื่นชอบเรื่องหลังมากกว่า โดยเฉพาะวินาที ‘Spiritual Shot’ ประทับตราตรึงลงในจิตวิญญาณของผมเลยละ]

“ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” ไม่ว่าจะเล็กๆหรือใหญ่ๆ ล้วนมีความสลักสำคัญเท่าเทียมกัน มันอาจยากถ้าต้องมองพร้อมทั้งสองมุม แต่คงไม่เหนือเกินบ่าฝ่าแรงใครหรอกนะ และเมื่อทำสำเร็จคุณอาจค้นพบเห็นโลกทัศน์ใหม่ๆ ความงดงามของชีวิตที่มีความสอดคล้องกลมกลืนในทุกๆระดับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์จอมแบก ชอบที่จะทำทุกสิ่งอย่างด้วยตนเอง ไม่ครุ่นคิดแบ่งเบาภาระให้ใคร ลูกหลาน/ลูกน้อง/ลูกจ้าง มีไว้อวดอ้างบารมีเท่านั้นหรือยังไง เรียนรู้จักการแบ่งปัน ร่วมทุกข์ร่วมสุข เมตตากรุณาปราณี แล้วชีวีจักมีความอิ่มเอิบสุขสำราญ มากกว่าแค่การช่วยตัวเองเพียงอย่างเดียว

จัดเรต PG กับการกระทำของพ่อ บางทีก็เต็มไปด้วยความเผด็จการ เห็นแก่ตัว

คำโปรย | The Song of Sparrows ภาพยนตร์เล็กๆของ Majid Majidi ที่จักได้รับการจดจำสุดยิ่งใหญ่
คุณภาพ | คุค่
ส่วนตัว | ตกหลุมรัก

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of