Escape from Alcatraz (1979)

Escape from Alcatraz (1979)
Escape from Alcatraz

Escape from Alcatraz (1979) hollywood : Don Siegel ♥♥♥♥

Alcatraz เลื่องชื่อว่าเป็นทัณฑสถานที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ไม่มีทางที่นักโทษจะหลบหนี เฉกเช่นนั้นแล้ว Frank Morris (รับบทโดย Clint Eastwood) และผองเพื่อนอีกสองคน จักสามารถทำสำเร็จหรือไม่?

Escape from Alcatraz, a film I didn’t like when it came out — I’m sure it was just too dry for the seventeen year old me, proved both fascinating and exhilarating on a re-view a few years ago. Cinematically speaking, its Siegel’s most expressive film.

Quentin Tarantino

คำนิยามของผมต่อ Escape from Alcatraz (1979) คือภาพยนตร์สารคดีที่นำเสนอการแหกคุกของ Frank Morris (และผองเพื่อน) เริ่มตั้งแต่ถูกส่งมายังเรือนจำ Alcatraz ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตประจำวัน (Daily Slice-of-Life) จากนั้นครุ่นคิดแผนการ นำเสนอกระบวนการโดยละเอียด เป็นขั้นเป็นตอน จนกระทั่งสามารถหลบหนี … สำเร็จหรือไม่ค่อยว่ากันอีกที!

คล้ายๆกับ Le Trou (1960) ต่างเป็นภาพยนตร์ที่ไม่นำเสนอดราม่าเบื้องหลัง แรงจูงใจตัวละคร หรือแฝงปรัชญาลุ่มลึกล้ำ เพียงศิลปะการหลบหนี (Escape Art) อ้างอิงจากเหตุการณ์เคยเกิดขึ้นจริง เน้นความเรียบง่าย บริสุทธิ์ มันอาจจืดชืดสำหรับผู้ชมหนุ่ม-สาว แต่อย่างที่ Quentin Tarantino ว่ากล่าวไว้ ‘fascinating and exhilarating’ เมื่อประสบการณ์ดูหนังมากขึ้น จักค้นพบความน่าหลงใหล กระชุ่มกระชวยหัวใจ

แต่มันมีสิ่งที่สร้างความหงุดหงิดใจให้ผมไม่น้อย นั่นคือความละม้ายคล้ายคลึงกับ The Shawshank Redemption (1994) มันชัดเจนมากๆว่า Stephen King ได้แรงบันดาลหลายๆสิ่งอย่างจาก Escape from Alcatraz (1979) การรับชม Shawshank ก่อนหนังเรื่องนี้ ทำให้ขาดความตื่นเต้น สดใหม่ เหมือนถูกสปอยรายละเอียดมาเกือบหมดสิ้น … แนะนำอย่างยิ่งว่าควรรับชม Escape from Alcatraz (1979) ก่อนหน้า The Shawshank Redemption (1994) แต่ถ้าพลาดไปแล้วก็ลองให้เวลา เว้นระยะห่าง เมื่อเริ่มลืมเลือน Shawshank ค่อยลองหาหนังเรื่องนี้มาเชยชม


ก่อนอื่นขอกล่าวถึงเหตุการณ์ June 1962 Alcatraz escape attempt สามนักโทษ Clarence Anglin, John Anglin และ Frank Morris หลบหนีออกจากทัณฑสถาน Alcatraz Federal Penitentiary ตั้งอยู่บนเกาะ Alcatraz Island กลางอ่าว San Francisco Bay, California ระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน ค.ศ. 1962 ไม่มีใครรู้ว่าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว FBI ทำได้เพียงปิดคดีเมื่อปี ค.ศ. 1979 ด้วยเหตุผลเชื่อว่าจมน้ำเสียชีวิต

  • Frank Lee Morris เกิดปี ค.ศ. 1926 ที่ Washington D.C. กลายเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุ 11 ได้รับการเลี้ยงดูโดยครอบครัวบุญธรรม กระทำความผิดครั้งแรกตอนอายุ 13 ต่อมาโดนจับข้อหาเสพยา ใช้อาวุธปืนจี้ปล้น ลักขโมยรถ เคยติดคุกข้อหาปล้นธนาคาร หลบหนีออกจากเรือนจำ Louisiana State Penitentiry พอโดนจับอีกรอบเลยส่งตัวมายัง Alcatraz วันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1960 หมายเลขประจำตัว AZ1441
  • John William Anglin (เกิดปี ค.ศ. 1930) และ Clarence Anglin (เกิดปี ค.ศ. 1931) เกิดที่ Donalsonville, Georgia ครอบครัวทำการเกษตร รายได้ดี แต่เฉพาะสองพี่น้องชื่นชอบการลักขโมย พยายามปล้นธนาคาร Bank of Columbia ณ Columbia, Alabama ถูกจับรับโทษจำคุก 35 ปี ย้ายจากเรือนจำหนึ่งสู่อีกเรือนจำหนึ่ง จนกระทั่งส่งตัวมาถึง Alcatraz
    • John มาถึงวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1960 หมายเลขประจำตัว AZ1476
    • Clarence มาถึงวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1961 หมายเลขประจำตัว AZ1485
  • Allen West (1929-78) เกิดที่ New York City ติดคุกครั้งแรกจากการขโมยรถเมื่อปี ค.ศ. 1955 ย้ายจาก Atlanta Penitentiary สู่ Florida State Prison พยายามหลบหนีเลยถูกส่งตัวมา Alcatraz เมื่อปี ค.ศ. 1957 หมายเลขประจำตัว AZ1335
    • West คืออีกหนึ่งผู้ร่วมแผนการ แต่ทว่าขุดอุโมงค์ไม่เสร็จ เลยติดตามคนอื่นไม่ทัน ภายหลังให้ความร่วมมือกับผู้คุม เปิดเผยรายละเอียดการหลบหนีทั้งหมด
    • ในหนังเปลี่ยนชื่อตัวละครเป็น Charley Butts เพื่อไม่ให้ West มีปัญหาเอาภายหลังการปล่อยตัว

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเรียบเรียงเป็นหนังสือ (non-fiction) Escape from Alcatraz (1963) รวบรวมโดย John Campbell Bruce นักข่าวหนังสือพิมพ์ San Francisco Chronicle

นักเขียน/ผู้กำกับภาพยนตร์ Richard Tuggle (เกิดปี ค.ศ. 1948) ใช้เวลาหกเดือนในการศึกษาหาข้อมูล พัฒนาบทหนังโดยอ้างอิงจากหนังสือ Escape from Alcatraz (1963) แล้วนำไปยื่นเสนอสตูดิโอต่างๆ แต่ได้รับคำตอบปฏิเสธเพราะ ‘prison film’ ไม่เคยอยู่ในความสนใจสาธารณะ

ด้วยเหตุนี้ Tuggle จึงตัดสินใจติดต่อเข้าผู้สร้างภาพยนตร์โดยตรง โทรศัพท์หาผู้จัดการของผกก. Don Siegel โกหกว่าเคยพบเจอในงานเลี้ยงแล้วส่งบทหนังไปให้อ่าน เกิดความชื่นชอบประทับใจเลยส่งต่อให้ Clint Eastwood กระตือรือล้นอยากรับบท Frank Morris

Donald Siegel (1912-91) ผู้กำกับสัญชาติอเมริกัน เกิดที่ Chicago, Illinois ในครอบครัวเชื้อสาย Jewish แต่ไปสำเร็จการศึกษา Jesus College, Cambridge ณ ประเทศอังกฤษ แล้วไปเรียนศิลปะช่วงสั้นๆ Beaux-Arts de Paris ก่อนเดินทางสู่ Los Angeles ทำงานบรรณารักษ์ห้องสมุดภาพยนตร์ (film library) ของสตูดิโอ Warner Bros. ทำให้มีโอกาสรับรู้จักโปรดิวเซอร์ Hal Wallis เลื่อนขึ้นเป็นนักตัดต่อ Montage เคยทำ Opening Credit ภาพยนตร์ Casablanca (1945), กำกับหนังสั้น Star in the Night (1945) คว้ารางวัล Oscar: Best Short Subject (Two-Reel), สารคดีสั้น Hitler Lives (1945) คว้ารางวัล Oscar: Best: Documentary Short Subject, ภาพยนตร์ขนาดยาว อาทิ The Verdict (1946), Invasion of the Body Snatchers (1956), Flaming Star (1960), The Beguiled (1971), Dirty Harry (1971), The Shootist (1976), Escape from Alcatraz (1979) ฯ

เกร็ด: ก่อนหน้านี้ผกก. Siegel เคยกำกับหนัง ‘prison film’ มาแล้วหลายครั้ง Riot in Cell Block 11 (1954), Hell Is for Heroes (1962) ฯ

กลายเป็นว่าทั้งผกก. Siegel และ Eastwood ต่างมีความสนอกสนใจ อยากได้โปรเจคนี้ให้กับสตูดิโอโปรดักชั่นของตนเอง พวกเขาเลยแข่งขันต่อรองราคา กลายเป็นว่า Siegel สามารถซื้อลิขสิทธิ์ดัดแปลงมูลค่า $100,000 เหรียญ แต่สุดท้ายทั้งสองบริษัทก็ร่วมงานกัน The Malpaso Company [คือส่วนผสมของ A Malpaso Company (ของ Eastwood) และ Siegel Film (ของ Siegel)]

ประเด็นคือ Siegel นำโปรเจคนี้ไปขอทุนสร้างจาก Paramount Pictures ซึ่งเป็นสตูดิโอที่สร้างความขัดแย้งต่อ Eastwood เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่ขอร่วมงาน นั่นก่อให้เกิดรอยบาดหมางระหว่างทั้งสอง หลังจากนี้พวกเขาจึงไม่เคยร่วมงานกันอีก


เรื่องราวของ Frank Morris (รับบทโดย Clint Eastwood) อาชญากรผู้มีความเลื่องชื่อในการหลบหนี ถูกส่งตัวมายังทัณฑสถาน Alcatraz Federal Penitentiary ได้รับการย้ำเตือนจากพัศดี (รับบทโดย Patrick McGoohan) ว่าไม่มีใครสามารถหลบหนีออกจากเกาะแห่งนี้!

หลังจากเรียนรู้กฎระเบียบ ปรับตัวเข้ากับวิถีเรือนจำ Morris และผองเพื่อนจึงร่วมกันวางแผนหลบหนี ด้วยการขุดตะแกรงระบายอากาศ ปีนป่ายผ่านช่องลม สร้างแพยาง รวมถึงหุ่นจำลองสำหรับล่อหลอกผู้คุม ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะสามารถหลบหนีออกจากทัณฑสถานที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุดในโลกสำเร็จหรือไม่?


Clinton Eastwood Jr. (เกิดปี 1930) นักแสดง ผู้กำกับสัญชาติอเมริกัน เกิดที่ San Francisco, California, ครอบครัวฐานะค่อนข้างดี สมัยเด็กไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือ โดดเรียนออกมาทำงาน Lifeguard, Caddy, เด็กส่งเอกสาร, เสมียน ฯ อาสาสมัครเป็นทหารในช่วง Korean War (1950-53) แต่ไม่เคยถูกส่งไปเกาหลี พอปลดประจำการเข้าตาแมวมอง Universal ชักชวนให้มาเป็นนักแสดง ด้วยความที่หล่ออย่างเดียว ใช้เวลาพักใหญ่ๆกว่าได้รับโอกาสแสดงบทเล็กๆครั้งแรก Revenge of the Creature (1955), พอมีชื่อเสียงกับซีรีย์ Rawhide (1959-65), พลุแตกกับ Dollars Trilogy, แฟนไชร์ Dirty Harry, Escape from Alcatraz (1979), กำกับ/แสดงนำภาพยนตร์ อาทิ Unforgiven (1992), Mystic River (2003), Million Dollar Baby (2004) ฯ

รับบท Frank Morris เป็นคนพูดน้อย เงียบขรึม ไม่ค่อยแสดงออกใดๆ แต่ใครดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายตอบ ไม่หวาดกลัวเกรงอะไรทั้งนั้น อาจด้วยความเฉลียวฉลาด (IQ 133) และประสบการณ์แหกคุกมาแล้วหลายครั้ง เลยช่างสังเกตสิ่งต่างๆรอบข้าง ค้นพบความเปราะบางของตะแกรงระบายอากาศใต้อ่างล้างมือ ครุ่นคิดแผนการหลบหนีได้อย่างแยบยล

เกร็ด: Frank Morris ตอนหลบหนีออกจาก Alcatraz อายุเพียง 35 ปี! ขณะที่ Eastwood ตอนนั้นอายุย่าง 48 ปี แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสักเท่าไหร่

ความเงียบขรึม พูดน้อย เน้นแสดงออกภาษากาย ด้วยท่าทางแข็งกระด้าง ดิบ-เถื่อน อุปนิสัยหัวขบถ ก้าวร้าว ต่อต้านสังคม นั่นคือจุดโดดเด่น/ภาพจำของ Eastwood มาตั้งแต่ Dollars Trilogy ซึ่งสำหรับ Escape from Alcatraz (1979) ก็แทบไม่มีความแตกต่างใดๆ เพิ่มเติมคือตัวละครนี้ต้องใช้ร่างกายค่อนข้างเยอะ ขุดตะแกรงระบายอากาศ ปีนป่ายช่องลม สร้างความตื่นเต้นลุ้นระทึก … ก็แค่นั้นแหละ ไม่ได้มีความซับซ้อน หรือวิวัฒนาการตัวละครใดๆ

Morris was a reclusive-type guy. He had no education, but according to prison records, he had an I.Q. of 133. He could have been a success in life if he had channelled his pursuits a little differently.

Clint Eastwood


ถ่ายภาพโดย Bruce Mohr Powell Surtees (1937-2012) สัญชาติอเมริกัน บุตรของตากล้อง Robert L. Surtees เริ่มงานจากเป็นผู้ควบคุมกล้อง (Camera Operator) ในภาพยนตร์ของ Don Siegel แล้วเริ่มได้รับเครดิตจาก The Beguiled (1971), Dirty Harry (1971), Lenny (1974), The Shootist (1976), Escape from Alcatraz (1979), Beverly Hills Cop (1984) ฯ

งานภาพของหนัง อาจไม่ได้มีลูกเล่น เทคนิคภาพยนตร์หวือหวา เพียงจัดวางองค์ประกอบให้ดูสวยงามตา ละเล่นกับความมืดนิดๆหน่อยๆ นำเสนอผ่านมุมมองสายตา/ความช่างสังเกตของ Frank Morris เก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ร้อยเรียงวิธีการหลบหนี ดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนดูราวกับภาพยนตร์สารคดี (Documentary-like)

เพราะเหตุการณ์แหกคุกเมื่อปี ค.ศ. 1962 คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทัณฑสถาน Alcatraz Federal Penitentiary ปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 1963 (เหตุผลรองลงมาน่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย ความสึกหรอของเรือนจำจากน้ำทะเลที่มากกว่าทัณฑสถานอื่น) แล้วเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว นั่นทำให้หนังเรื่องนี้สามารถเดินทางไปถ่ายทำยังสถานที่จริง! แต่ทว่ามันก็เกิดปัญหาวุ่นๆวายๆตรงนักท่องเที่ยว ส่งเสียงดังรบกวนการถ่ายทำ

ด้วยเหตุนี้หนังจึงถ่ายทำตอนกลางคืนเสียส่วนใหญ่ (เฉพาะฉากออกมาภายนอก ถึงถ่ายทำตอนกลางวัน) แต่ก็ติดปัญหาใหม่คือไม่มีไฟฟ้าใช้ เครื่องปั่นไฟก็ชำรุดทรุดโทรมเสียหาย ใช้วิธีลากสายเคเบิลข้ามอ่าวระยะทาง 15 ไมล์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆสำหรับปรับปรุงสถานที่กว่า $500,000 เหรียญ! น่าจะพอๆกับก่อสร้างฉากในสตูดิโอ แต่เทียบบรรยากาศสถานที่จริงไม่ได้อย่างแน่นอน!

แซว: นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมทัณฑสถาน Alcatraz สิ่งที่แทบทุกคนล้วนถามถึงคือห้องขัง Clint Eastwood อยู่แห่งหนไหน? มีการเก็บรักษา จัดแสดง พร้อมโมเดลใบหน้าของจริงที่ Frank Morris และผองพวกใช้ล่อหลอกผู้คุม

ภาพยนตร์รับชมขณะนี้คือ Hell Is for Heroes (1962) กำกับโดย Don Siegel นำแสดงโดย Steve McQueen

ตัดต่อโดย Ferris Maynard Webster (1912-89) สัญชาติอเมริกัน เกิดที่ Seattle, Washington สำเร็จการศึกษาจาก University of Southern California แล้วมาฝึกงานตัดต่อสตูดิโอ M-G-M ได้รับเครดิตเรื่องแรก Harrigan’s Kid (1943), ผลงานเด่นๆ อาทิ The Picture of Dorian Gray (1945), Madame Bovary (1949), Blackboard Jungle (1955), Forbidden Planet (1956), Cat on a Hot Tin Roof (1958), The Magnificent Seven (1960), The Manchurian Candidate (1962), The Great Escape (1963), Escape from Alcatraz (1979) ฯ

หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของ Frank Morris ตั้งแต่ถูกส่งตัวมาถึงยังทัณฑสถาน Alcatraz ครึ่งแรกคือการปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิต เรียนรู้กฎระเบียบ พบปะเพื่อนนักโทษ สังเกตรายละเอียดต่างเพื่อนำเข้าสู่ครึ่งหลัง วางแผน ตระเตรียมการ และหลบหนีออกจากเรือนจำ

  • การมาถึงของ Frank Morris
    • Frank Morris ถูกส่งตัวขึ้นเรือมาถึงยังทัณฑสถาน Alcatraz
    • เช้าวันถัดมาพบเจอพัศดี พยายามสำแดงอำนาจว่าไม่มีใครสามารหลบหนีจากทัณฑสถานแห่งนี้
    • พบเจอเพื่อนใหม่ และศัตรู
    • ต่อสู้กับนักข่มขืม Wolf ก่อนถูกจับแยกขังเดี่ยว
    • Doc ถูกพัศดียึดภาพวาด เลยใช้ขวานหั่นนิ้ว คาดว่าน่าจะตรอมใจตาย
  • ครุ่นคิดแผนการหลบหนี
    • Frank สังเกตเห็นจุดบกพร่อง ช่องโหว่ของเรือนจำ
    • วางแผนกับผองเพื่อน เตรียมการหลบหนี
    • เริ่มจากขุดตะแกรงระบายอากาศ, สร้างโมเดลจำลอง
    • พอปีนป่ายขึ้นไปสำรวจที่ท่าง พบเจอตะแกรงเหล็กขวางขั้น ก็สรรหาอุปกรณ์สำหรับเลื่อยทำลาย
  • การหลบหนี
    • หลังเตรียมการเสร็จสิ้น ค่ำคืนนี้จึงพร้อมหลบหนี
    • Wolf พยายามจะเอาคืน Frank แต่ถูกหักห้ามโดยเพื่อนผิวสี
    • Frank, John, Clarence ต่างพากันหลบหนี ปีนป่ายขึ้นบนหลังคา ใช้เรือยางพายกลับเข้าฝั่ง
    • เช้าวันถัดมาผู้คุมถึงรับรู้ว่าทั้งสามสูญหายตัวไป
    • พยายามออกติดตามหา แต่ไม่พบเจอร่องรอยใดๆ

เพลงประกอบโดย Jerry Fielding ชื่อจริง Joshua Itzhak Feldman (1922-80) เกิดที่ Pittsburgh, Pennsylvania ในครอบครัวเชื้อสาย Russian-Jews ตั้งแต่เด็กมีความหลงใหลทรัมโบน คาริเน็ต ได้รับทุนเข้าศึกษา Carnegie Mellon School of Music แต่ล้มป่วยติดเตียงนานสองปี ระหว่างนั้นค้นพบความหลงใหล Big Band Jazz, บทเพลงของ Bernard Herrmann ในละคอนวิทยุของ Orson Welles, พออาการป่วยดีขึ้น เข้าทำงาน Stanley Theater ร่ำเรียนการเรียบเรียง+แต่งเพลงจากวาทยากร Max Adkins, ต่อมาเข้าร่วมวงดนตรีของ Alvino Rey แต่งเพลง เรียบเรียงดนตรี ทำเพลงประกอบรายการวิทยุ ถูกแบล็กลิสต์จาก House Un-American Activities Committee, ทำเพลงประกอบภาพยนตร์ Anatomy of a Murder (1959), The Wild Bunch (1969), Straw Dogs (1971), Johnny Got His Gun (1971), Escape from Alcatraz (1979) ฯ

งานเพลงของหนังจะไม่มีท่วงทำนองที่ชัดเจน เกิดจากการผสมผสานเครื่องดนตรีเสียงทุ้มต่ำ สร้างความอื้ออึง บรรยากาศทะมึน อึมครึม ชวนขนลุกขนพอง เพื่อสื่อถึงทัณฑสถาน Alcatraz คือสถานที่แห่งความชั่วร้าย คุมขังนักโทษทำผิดกฎหมาย หายนะกำลังคืบคลานเข้ามา

ทัณฑสถาน Alcatraz Federal Penitentiary เนื่องจากตั้งอยู่บนเกาะกลางอ่าว San Francisco ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ไม่มีทางที่นักโทษจะสามารถหาหนทางหลบหนี ต่อให้เป็นนักว่ายน้ำทางไกลมืออาชีพ ด้วยกระแสน้ำเชี่ยวกราก เย็นเฉียบ มีแนวโน้มไปไม่ถึงฟากฝั่ง! … ชื่อของเรือนจำ Alcatraz ฉายา The Rock จึงได้รับการจดจำว่าคือขุมนรกของอาชญากร เข้าไปแล้วไม่มีทางกลับออกมา

น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับทัณฑสถาน Alcatraz เปิดให้บริการมาตั้งแต่ ค.ศ. 1934 ผ่านมา 20-30 ปี ย่อมต้องมีการผุพัง สึกหรอก อันเนื่องจากห้อมล้อมด้วยอ่าวน้ำทะเล ไอระเหยสามารถกัดกร่อนเหล็กให้กลายเป็นสนิม ค้นพบโดยนักโทษกลุ่มหนึ่ง จึงสามารถขุดคุ้ย ปีนป่าย ใช้ช่องโหว่มากมายหลบหนีเอาตัวรอดได้สำเร็จ!

Escape from Alcatraz (1979) เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้พยายามสอดแทรกเนื้อหาสาระ ข้อคิดคุณธรรม เพียงอารมณ์ศิลปินของผู้สร้าง ร้อยเรียงวิถีชีวิตในเรือนจำ และนำเสนอศิลปะการหลบหนี (Escape Art) ไม่มีอะไรในโลกที่เป็นนิจนิรันดร์ เรือนจำระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ท้ายที่สุดพ่ายแพ้ต่อกาลเวลา และสติปัญญาของมนุษย์

ปริศนาสามนักโทษหลบหนี สำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้น จนถึงปัจจุบันคงไม่มีใครหาคำตอบได้แล้วละ! ผมขอไม่เล่าถึงข่าวลือข่าวที่ว่าหนีไปกบดานอเมริกาใต้ เพราะมันไม่มีหลักฐาน ความน่าเชื่อถือใดๆ อาจเพียงบุคคลแอบอ้าง/หน้าเหมือน ต้องการเรียกร้องความสนใจ เพราะมันเป็นไปได้จริงๆนะหรือ? ที่พวกเขาเหล่านี้จะสามารถหลุดออกจากระบบ สูญหายตัวอย่างไร้ร่องรอยขนาดนั้น แนวโน้มน่าจะถูกกระแสน้ำ คลื่นลมแรงซัดเรืออับปางเสียมากกว่า


ด้วยทุนสร้าง $8 ล้านเหรียญ เสียงตอบรับที่ดียอดเยี่ยม “a first-rate action movie”, “crystalline cinema”, “one of the finest prison films ever made” ทำเงินในสหรัฐอเมริกา $43 ล้านเหรียญ สูงอันดับ 15 ของปี ค.ศ. 1979

ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ คุณภาพ 4K Ultra HD สามารถหาซื้อ Blu-Ray ของค่าย Paramount Pictures แต่ผมแนะนำฉบับของ Kino Lorber เพราะมีของแถมเยอะกว่า

ตั้งแต่เขียนถึง Dirty Harry (1971) และพอรับชม Escape from Alcatraz (1979) ทำให้ผมตระหนักว่า Don Siegel  เป็นผู้กำกับที่ถูกมองข้าม ประเมินต่ำ (Underrated) ไม่เคยได้เข้าชิง Oscar อาจเพราะผลงานมีความเป็นกระแสหลัก (Mainstream) ไม่ได้มีลูกเล่น เทคนิคหวือหวา แต่ต้องถือว่าคือ ‘master filmmaker’ เข้าใจในศาสตร์ภาพยนตร์อย่างถ่องแท้ ควบคุมการเล่าเรื่องได้อย่างอยู่หมัด ระทึก ตื่นเต้น ลงตัว กลมกล่อมทุกองค์ประกอบ

อย่างที่ผมแนะนำไปแล้วตั้งแต่ต้น ขอกล่าวถึงอีกครั้งว่าถ้าเป็นไปได้ควรรับชม Escape from Alcatraz (1979) ก่อนหน้า The Shawshank Redemption (1994) การรับชมเรื่องหลังก่อน มันอาจสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจ ไม่สามารถเพลิดเพลินกับหนังเรื่องนี้ได้เต็มอรรถรส

จัดเรต 13+ นักโทษหลบหนี ความรุนแรงในเรือนจำ

คำโปรย | Escape from Alcatraz นำเสนอวิธีการหลบหนีออกจากเรือนจำ Alcatraz ได้โดยละเอียด เป็นขั้นเป็นตอน
คุณภาพ | นี
ส่วนตัว | สำเร็จ


MEAT Category: , , , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

raremeat.blog

ยินดีต้อนรับสู่ raremeat.blog แห่งการรีวิว-วิเคราะห์-วิจารณ์ อะไรก็ตามที่เป็นภาพและเคลื่อนไหว หาดูยากในเมืองไทย หลบซ่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ช่วงนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงเว็บ และวุ่นๆวายๆกับการทำเว็บแบ็กอัพ เลยยังไม่ว่างเขียนบทความใหม่ๆนะครับ จัดการหลังบ้านเสร็จแล้วจะมาแจ้งข่าวอีกที

ณ.คอน ลับแล (6-Feb-2026)

2,177,490 คน ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018

raremeat’s Archive

  • 2026 (21)
  • 2025 (135)
  • 2024 (131)
  • 2023 (131)
  • 2022 (127)
  • 2021 (56)
  • 2020 (57)
  • 2019 (214)
  • 2018 (321)
  • 2017 (350)
  • 2016 (354)
  • 2015 (30)